วันจันทร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2554
รับบริจาคแคร่ไม้ไผ่และอาหารเม็ดให้สัตว์พิการ !!!
สืบเนื่องจากการอพยพสัตว์พิการด่วน ออกจากบางเลนที่น้ำขึ้นสูง จากบทความที่แล้วที่ขอความช่วยเหลือจากอาสาสมัครตามลิงค์ http://smilelyphoto.blogspot.com/2011/10/blog-post_30.html
มีผู้ได้สอบถามคุณแหม่ม ทราบว่าอาสามีเพียงพอแล้ว วันนี้ (31 ต.ค.) จะย้ายน้องๆเหล่านี้ไปที่ชะอำ โดยฝากไว้ที่ สถานกักกัน กรมปศุสัตว์ ติดกับ มหาวิทยาลัยศิลปากร ที่ชะอำ
ตอนนี้ต้องการผู้ใจบุญบริจาคแคร่ไม้ไผ่ (แบบเดียวกับที่คนนั่ง) เพื่อให้น้องๆอยู่ที่ชะอำสบาย และอาหารเม็ด (รบกวนอาจต้องขนส่งเอง หรือ คนอยู่ชะอำ-หัวหิน รบกวนด้วยนะจ้ะ)
หรืออีกช่องทางหนึ่งสำหรับคนที่อยากช่วยเหลือเพื่อนำไปซื้อคือ
โอนผ่านบัญชีธนาคารกรุงเทพ ออมทรัพย์ สาขาสรงประภา 059-0090-718
ชื่อบัญชี พิมพ์กุล โอฬารศิรโรจน์ (ท่านเป็นประธานมูลนิธิบ้านสงเคราะห์สัตว์พิการครับ)
หลังจากนั้นอยากให้ไปบอกที่เพจของมูลนิธิว่าโอนมาเท่าไหร่เพื่อมูลนิธิจะได้กล่าวขอบคุณกลับไปที่ http://on.fb.me/sfbQcC (ตรวจสอบเลขที่บัญชีได้ที่ข้อมูลจากลิงค์ http://www.facebook.com/media/set/?set=a.187013571378685.49280.120551341358242)
หากต้องการติดต่อโดยตรงได้ที่คุณแหม่ม 084-682-6057
(หากโทรไปไม่รับสายอาจต้องขออภัยด้วยเพราะช่วงนี้อาจติดเรื่องอพยพ หากต้องการสอบถามอีกช่องทางหนึ่งคือ เพจของมูลนิธิ http://on.fb.me/sfbQcC )
ส่วนที่ปากเกร็ดตอนนี้ได้ย้ายน้องหมาขึ้นไปชั้นสอง แต่ต้องเฝ้าระวังเต็มที่เหมือนกันจ้า
ขอบคุณ : มูลนิธิสงเคาระห์สัตว์พิการ และอาสาฟื้นฟูประเทศไทย
ปิดถนนเพิ่ม 24 สาย !!!
รวบรวมมาแจ้ง เอาไว้วางแผนก่อนเดินทาง
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
บช.น. จัดจราจรเตรียมรับคนกลับกรุงเทพฯ พร้อมปิดถนนเพิ่มเป็น 24 สาย หลังจากน้ำท่วมพื้นที่กรุงเทพฯ
เมื่อวานนี้ (30 ตุลาคม) กองบัญชาการตำรวจแห่งชาติ (บช.น) ได้จัดการทำแผนรองรับประชาชนที่เดินทางกลับเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพฯ ดังนี้
1. ให้ทุก สน. จัดกำลังตำรวจจราจรบริการทั่วพื้นที่ที่คาดว่าประชาชนจะเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคม เวลา 22.00 น. เป็นต้นไป
2. เตรียมพร้อมในเส้นทางด้านทิศตะวันออกและทิศใต้มากเป็นพิเศษ เพราะเป็นทางเลี่ยงที่ประชาชนใช้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ ได้แก่ ถนนบางนา-ตราด บูรพาวิถี ทางด่วนกาญจนาพิเษกเชื่อมวงแหวนตะวันออก-ถนนพระราม 2 (บางขุนเทียน) ถนนเพชรเกษม ถนนพระราม 2 ทางด่วนกาญจนาพิเษกเชื่อมถนนพระราม 2-บางนาตราด
3. สั่งให้ สน. ที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วม จัดทำเส้นทางเลี่ยงให้ประชาชนเห็นอย่างชัดเจน
4. เคลื่อนย้ายรถที่จอดบนทางด่วนหรือสะพานข้ามแยกต่าง ๆ
และทาง บช.น. ได้ประกาศปิดการจราจรเพิ่มอีก 24 สาย ดังนี้
[ทิศเหนือ] ได้แก่
1. ถนนวิภาวดีรังสิต ขาเข้า ปิดการจราจรตั้งแต่แยกอนุสรณ์สถานถึงแยกหลักสี่ ขาออก ปิดการจราจรตั้งแต่แยกหลักสี่เป็นต้นไป
2. ถนนพหลโยธิน ขาเข้า-ขาออก ปิดการจราจรตั้งแต่แยกอนุสรณ์สถานถึงพหลโยธิน 48
3. ถนนกำแพงเพชร 6 (ถ.โลคัลโรด) ขาเข้า-ขาออก ปิดการจราจรตั้งแต่หน้าหมู่บ้านเมืองเอก ถึงแยกการเคหะทุ่งสองห้อง
4. ถนนสรงประภา ขาเข้า-ขาออก ปิดการจราจรตั้งแต่แยกศรีสมานถึงแยก กสบ.
5. ถนนเชิดวุฒากาศ ปิดการจราจรตลอดสาย
6. ถนนโกสุมร่วมใจ ปิดการจราจรตลอดสาย
7. ถนนเดชะตุงคะ ปิดการจราจรตลอดสาย
8. ถนนเวฬุวนาราม (วัดไผ่เขียว) ปิดการจราจรตลอดสาย
9. ถ.แจ้งวัฒนะ ซอย 14 ปิดการจราจรตลอดสาย
10. ถ.เลียบคลองสอง ขาเข้า-ขาออก ปิดการจราจรตั้งแต่แยกพลาธิการกองทัพอากาศ ถึงแยกสะพานปูน
11. ถนนจันทรุเบกษา ขาเข้า-ขาออก ปิดการจราจรตั้งแต่แยกโรงเรียนนายเรืออากาศ (คปอ.) ถึงแยกจันทรุเบกษา
12 .ถนนวัชรพล ขาเข้า-ขาออก ปิดการจราจรตั้งแต่แยกตัดถนนเพิ่มสิน ถึงหน้าโรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภช
13. ถนนเพิ่มสิน ถนนเชื่อมพหลโยธิน 54/1 กับถนนสุขาภิบาล 5 ปิดการจราจรตลอดสาย
[ด้านทิศตะวันตก] ได้แก
1. ถนนจรัญสนิทวงศ์ ขาเข้า-ขาออก ปิดการจราจรช่วงแยกบางพลัด ถึง สะพานพระราม 7 ช่วงแยกบรมราชชนนี ถึงแยกบางขุนนนท์
2. ถนนสิรินธร ขาเข้า-ขาออก ปิดการจราจรตั้งแต่แยกบางพลัดถึงทางต่างระดับสิรินธร
3. ถนนอรุณอัมรินทร์ ขาเข้า-ขาออก ปิดการจราจรตั้งแต่แยกอรุณอัมรินทร์ถึงแยก รพ.ศิริราช
4. ถนนบรมราชชนนี ขาเข้า-ขาออก ปิดการจราจรช่วงเชิงสะพานพระปิ่นเกล้าถึงทางต่างระดับสิรินธร (สายใต้เก่า) ช่วงพุทธมณฑล ตั้งแต่แยกพุทธมณฑลสาย 2 ถึงแยกพุทธมณฑลสาย 4
5. ถนนทางคู่ขนานลอยฟ้า ขาเข้า-ขาออก ปิดการจราจร ตั้งแต่ทางขึ้น-ลงตลิ่งชัน ถึงทางขึ้น-ลงพุทธมณฑลสาย 3
6. ถนนพุทธมณฑลสาย 3 ขาเข้า-ขาออก ปิดการจราจรตั้งแต่แยกตัดถนนบรมราชชนนี ถึงแยกอุทยาน
7. ถนนอุทยาน ขาเข้า-ขาออก ปิดการจราจรตั้งแต่แยกอุทยานถึงแยกตัดถนนพุทธมณฑลสาย 3
8.ถนนศาลาธรรมสพน์ ขาเข้า-ขาออก ปิดการจราจรตลอดสาย
9. ถนนพุทธมณฑลสาย 2 ขาเข้า-ขาออก ตั้งแต่แยกตัดถนนบรมราชชนนีถึงแยกทศกัณฑ์
[27 ตุลาคม] กทม. ปิดเส้นทางจราจรแล้ว 7 สาย (ไอเอ็นเอ็น)
บก.02 แจ้ง ถนนใน กทม. ปิดการจราจรแล้ว 7 สาย หลังถูกน้ำท่วม จนไม่สามารถใช้การได้
ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02) แจ้งว่า ในวันที่ 26 ต.ค. มีถนนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ต้องปิดการจราจร เนื่องจากเกิดน้ำท่วมขังแล้วหลายสาย แบ่งเป็นทางด้านทิศเหนือ 5 สาย ได้แก่
1. ถนนวิภาวดี-รังสิต จากสุดเขตกรุงเทพมหานคร ถึงสะพานกลับรถแยกหลักสี่
2. ถนนพหลโยธิน จากสุดเขตกรุงเทพมหานคร ถึงตลาดสะพานใหม่
3. ถนนกำแพงเพชร 6 จากสุดเขตกรุงเทพมหานคร ถึงสถานีรถไฟดอนเมือง
4. ถนนสรงประภา จากแยกวัดสีกัน ถึงแยกประชาอุทิศ
5. ถนนเวฬุวนาราม เชื่อมต่อซอยแจ้งวัฒนะ 14 ตลอดเส้นทาง
ส่วนด้านทิศตะวันตกมี 2 สาย ได้แก่
1. ถนนจรัญสนิทวงศ์ ขาเข้า ตั้งแต่ซอยจรัญสนิทวงศ์ 84-72 ขาออกจากซอยจรัญสนิทวงศ์ 75/1-89
2. ถนนสิรินธร ขาเข้าจากต่างระดับสิรินธร ถึงซอยสิรินธร 2 ขาออก ตั้งแต่ซอยสิรินธร 7 บริเวณห้างตั้งฮั่วเส็ง ถึงต่างระดับสิรินธร
ขอบคุณ : kapook.com
วันอาทิตย์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2554
วิธีง่ายๆ "ช่วยประหยัดแบต" มือถือ !!!
ในช่วงเวลาที่น้ำท่วมหนัก ไฟฟ้า น้ำประปาอาจถูกตัดได้ทุกเมื่อ และในเหตุการณ์แบบนี้เราๆทั้งหลายคงไม่อยากขาดการติดต่อจากข่าวสาร หรือโลกภายนอก หรือญาติๆของเราหรอกจริงมั้ย
แต่จะทำยังไงล่ะ ในเมื่อมือถือเราก็มีเบตอยู่อย่างจำกัด วันนี้เรามีทางออกมาเสนอ อ่านกันดูนะ รับรองว่ามีประโยชน์
สรุปสาระสำคัญในการประหยัดแบตเตอร์รี่บนโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต
1.ปิด Bluetooth ทันทีหากยังไม่ใช้ หูฟังไร้สาย หรือโอนไฟล์แบบไร้สายกับชาวบ้าน
2. เลิกใช้ Wireless Network ระบุตำแหน่ง หากคุณอยู่ศูนย์อพยพและไม่ไปไหนอยู่แล้ว ถ้าจะย้ายไปอีกที่หนึ่งค่อยเปิด Wireless Network ก็ได้
3. ปิด GPS ได้เลยกรณีไม่ใช่ เพราะถ้าเปิดไว้จะกินพลังงานมากๆ จะเปิดไว้เฉพาะยามจำเป็นในการเดินทางเท่านั้น
4. ยกเลิก Always-On Mobile Data สำหรับ Android ถ้าคุณไม่ค่อยใช้แอพที่ต่อเน็ตตลอดเวลา (แต่ส่วนใหญ่ต้องใช้ ก็ไม่ต้องปิดก็ได้ แต่ถ้าไม่ลืมปิดได้ยิ่งดี)
5. ปิด Wi-Fi และ การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่าน 3G กรณีคุณไม่ใช้เน็ต หากคุณต้องการใช้เน็ตจริงๆถ้ามีสัญญาณ Wi-FI ก็เปิดแต่ Wi-Fi
ไม่ต้องเปิด Wi-Fi และ 3G พร้อมกัน โดยการเปิดรับสัญญาณ Wi-Fi นั้นจะกินพลังงานแบตน้อยกว่าแบบ 3G
6. ตั้งค่าเวลาดับหน้าจอ (Screen Timeout) ให้เร็วขึ้น จะช่วยประหยัดแบตเตอรี่ได้พอสมควรทีเดียว
7. ตั้งค่าความสว่างให้แสงสว่างในมือถือน้อยลง หากมีโหมดอัตโนมัติก็ควรเลือกตั้งแบบอัตโนมัติ
8. หากคุณใช้จอแสดงผลแบบ Amoled บนมือถือและแท็บเล็ตละก็ ควรเลือก Wallper เป็นสีดำ จะช่วยประหยัดแบตได้มากขึ้น
9. สำหรับมือถือ Android , Nokia ที่มี Widget และรวมทั้ง Wallpaper แบบเคลื่อนไหว ควรเลือกแบบภาพนิ่งจะดีกว่า และลดการใช้ Widget ประดับหน้าจอ
เพราะจะทำให้มือถือของคุณจะต้องดึงข้อมูลเข้ามาแสดงผลในส่วนของการทำงานด้านหลัง (background) ตลอดเวลา หากมีเยอะก็ทำให้กินพลังงานแบตเยอะพอสมควร
10. ใช้ Task Manager คอยปิดโปรแกรมที่ทำงานตลอดเวลา ด้วยสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตนี้ทำงานแบบ Multitasking
การเปิดแอพฯค้างไว้ในเครื่องหลายๆ ตัวโดยไม่ปิด เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แบตเตอรี่ของคุณหมดเร็วได้เช่นกัน ดังนั้นหากคุณไม่ใช้แอพนั้นแล้วควรปิดการทำงานด้วย
11 ปิดคุณสมบัติการ push e-mail และปิดระบบการแจ้งเตือน เพราะในกรณีทีมีแอพฯหลายตัวอยู่ใน notification แบตเตอรี่ก็จะถูกใช้มากตามไปด้วย
ระบบจะต้องมีการเชื่อมต่อไร้สาย (Wi-Fi, 3G, Edge, etc.) ไปยังเว็บไซต์ของแอพฯ เหล่านั้นตลอด
12. อัพเดทเฟิร์มแวร์ใหม่ให้สม่ำเสมอ เพราะการอัพเดททุกครั้ง มักจะมีการพัฒนาประสิทธิภาพในการจัดการพลังงานของแบตเตอรี่ให้ดีขึ้นด้วย
13. เตรียมชาร์ททั้งแบตหลักและชาร์ทแบตสำรองด้วย หากแบตหมดก็เปลี่ยนมาใช้แบตสำรองมาใช้ต่อได้เลย
14. ใช้ที่ชาร์ทแบบพกพา มีทั้งที่ชาร์ทมือถือแบบ Mobile Booster ที่เก็บพลังงานสำรองจากไฟที่ชาร์ทกับไฟบ้านมาใช้ต่อกับมือถือได้
และที่ชาร์ทมือถือ iPhone แบบพลังงานแสงอาทิตย์ได้ด้วย
15. ที่ชาร์ทมือถือแบบรถยนต์ ถ้ามีก็เตรียมไว้ หากที่พักไม่มีที่ชาร์ทก็สามารถชาร์ทได้บนรถยนต์ที่มีพลังงานแบตเตอร์รี่ซึ่งใช้ได้ยาวนานอยู่
16. การชาร์ทแต่ละครั้งควรชาร์ทให้เต็ม และตอนใช้มือถือและแท็บเล็ตก็ควรใช้อย่างประหยัดและจำเป็นเท่านั้น
เพื่อรักษาระดับพลังงานในแบตให้สูงสามารถใช้งานได้นานหลายวันในยามไม่มีไฟ
ขอบคุณ : http://www.it24hrs.com
แต่จะทำยังไงล่ะ ในเมื่อมือถือเราก็มีเบตอยู่อย่างจำกัด วันนี้เรามีทางออกมาเสนอ อ่านกันดูนะ รับรองว่ามีประโยชน์
สรุปสาระสำคัญในการประหยัดแบตเตอร์รี่บนโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต
1.ปิด Bluetooth ทันทีหากยังไม่ใช้ หูฟังไร้สาย หรือโอนไฟล์แบบไร้สายกับชาวบ้าน
2. เลิกใช้ Wireless Network ระบุตำแหน่ง หากคุณอยู่ศูนย์อพยพและไม่ไปไหนอยู่แล้ว ถ้าจะย้ายไปอีกที่หนึ่งค่อยเปิด Wireless Network ก็ได้
3. ปิด GPS ได้เลยกรณีไม่ใช่ เพราะถ้าเปิดไว้จะกินพลังงานมากๆ จะเปิดไว้เฉพาะยามจำเป็นในการเดินทางเท่านั้น
4. ยกเลิก Always-On Mobile Data สำหรับ Android ถ้าคุณไม่ค่อยใช้แอพที่ต่อเน็ตตลอดเวลา (แต่ส่วนใหญ่ต้องใช้ ก็ไม่ต้องปิดก็ได้ แต่ถ้าไม่ลืมปิดได้ยิ่งดี)
5. ปิด Wi-Fi และ การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่าน 3G กรณีคุณไม่ใช้เน็ต หากคุณต้องการใช้เน็ตจริงๆถ้ามีสัญญาณ Wi-FI ก็เปิดแต่ Wi-Fi
ไม่ต้องเปิด Wi-Fi และ 3G พร้อมกัน โดยการเปิดรับสัญญาณ Wi-Fi นั้นจะกินพลังงานแบตน้อยกว่าแบบ 3G
6. ตั้งค่าเวลาดับหน้าจอ (Screen Timeout) ให้เร็วขึ้น จะช่วยประหยัดแบตเตอรี่ได้พอสมควรทีเดียว
7. ตั้งค่าความสว่างให้แสงสว่างในมือถือน้อยลง หากมีโหมดอัตโนมัติก็ควรเลือกตั้งแบบอัตโนมัติ
8. หากคุณใช้จอแสดงผลแบบ Amoled บนมือถือและแท็บเล็ตละก็ ควรเลือก Wallper เป็นสีดำ จะช่วยประหยัดแบตได้มากขึ้น
9. สำหรับมือถือ Android , Nokia ที่มี Widget และรวมทั้ง Wallpaper แบบเคลื่อนไหว ควรเลือกแบบภาพนิ่งจะดีกว่า และลดการใช้ Widget ประดับหน้าจอ
เพราะจะทำให้มือถือของคุณจะต้องดึงข้อมูลเข้ามาแสดงผลในส่วนของการทำงานด้านหลัง (background) ตลอดเวลา หากมีเยอะก็ทำให้กินพลังงานแบตเยอะพอสมควร
10. ใช้ Task Manager คอยปิดโปรแกรมที่ทำงานตลอดเวลา ด้วยสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตนี้ทำงานแบบ Multitasking
การเปิดแอพฯค้างไว้ในเครื่องหลายๆ ตัวโดยไม่ปิด เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แบตเตอรี่ของคุณหมดเร็วได้เช่นกัน ดังนั้นหากคุณไม่ใช้แอพนั้นแล้วควรปิดการทำงานด้วย
11 ปิดคุณสมบัติการ push e-mail และปิดระบบการแจ้งเตือน เพราะในกรณีทีมีแอพฯหลายตัวอยู่ใน notification แบตเตอรี่ก็จะถูกใช้มากตามไปด้วย
ระบบจะต้องมีการเชื่อมต่อไร้สาย (Wi-Fi, 3G, Edge, etc.) ไปยังเว็บไซต์ของแอพฯ เหล่านั้นตลอด
12. อัพเดทเฟิร์มแวร์ใหม่ให้สม่ำเสมอ เพราะการอัพเดททุกครั้ง มักจะมีการพัฒนาประสิทธิภาพในการจัดการพลังงานของแบตเตอรี่ให้ดีขึ้นด้วย
13. เตรียมชาร์ททั้งแบตหลักและชาร์ทแบตสำรองด้วย หากแบตหมดก็เปลี่ยนมาใช้แบตสำรองมาใช้ต่อได้เลย
14. ใช้ที่ชาร์ทแบบพกพา มีทั้งที่ชาร์ทมือถือแบบ Mobile Booster ที่เก็บพลังงานสำรองจากไฟที่ชาร์ทกับไฟบ้านมาใช้ต่อกับมือถือได้
และที่ชาร์ทมือถือ iPhone แบบพลังงานแสงอาทิตย์ได้ด้วย
15. ที่ชาร์ทมือถือแบบรถยนต์ ถ้ามีก็เตรียมไว้ หากที่พักไม่มีที่ชาร์ทก็สามารถชาร์ทได้บนรถยนต์ที่มีพลังงานแบตเตอร์รี่ซึ่งใช้ได้ยาวนานอยู่
16. การชาร์ทแต่ละครั้งควรชาร์ทให้เต็ม และตอนใช้มือถือและแท็บเล็ตก็ควรใช้อย่างประหยัดและจำเป็นเท่านั้น
เพื่อรักษาระดับพลังงานในแบตให้สูงสามารถใช้งานได้นานหลายวันในยามไม่มีไฟ
ขอบคุณ : http://www.it24hrs.com
ศปภ.แถลงน้ำท่วมสายไหม-ดอนเมือง 100%
เอามาให้รับทราบนะจ้ะ เผื่อว่าใครที่ออนไลน์ทั้งวัน แล้วไม่ค่อยได้ดูข่าว หากว่ามีญาติพี่น้องอยู่ที่นั้น
จะได้รีบเข้าช่วยเหลือ หรือติดต่อหาที่อพยพได้ทัน
__________________________________________________________________________________
ศปภ.แถลงสถานการณ์น้ำประจำวัน รับน้ำท่วมสายไหม-ดอนเมือง 100% แล้ว
ยังมีหวังคลี่คลายวิกฤติ หลังพบน้ำทะเลไม่หนุนสูงอย่างที่คาด
นายธงทอง จันทรางศุ โฆษก ศปภ.แถลงเมื่อเวลา 21.00 น. ถึงสถานการณ์น้ำท่วมประจำวันว่า
ตลอดทั้งวันที่ผ่านมา สถานการณ์น้ำท่วมในเขตดอนเมืองและสายไหมทั้ง 2 เขตได้ถูกน้ำท่วมเต็มพื้นที่เต็ม 100% แล้ว
ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่เขตบางพลัดยังมีความรุนแรงอยู่
โดยเฉพาะบนถนนจรัลสนิทวงศ์ น้ำได้เข้าไปท่วมขังที่อุโมงค์บางพลัดจนเต็ม ไม่สามารถใช้ประโยชน์เพื่อการจราจรได้
อย่างไรก็ดี สถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูงที่ได้คาดการณ์ว่าจะมีน้ำทะเลหนุนสูงถึง 2.65 เมตร
ในขณะที่เมื่อวันที่ 28 ต.ค.น้ำทะเลหนุนอยู่ที่ระดับ 2.57 เมตร ซึ่งตรงนี้ ทำให้ ทางศปภ.มีความกังวลอย่างมาก
แต่ปรากฎว่าวันนี้ระดับน้ำไม่เพิ่มขึ้นกว่าเมื่อวาน (28 ต.ค.) โดยระดับน้ำทะเลหนุนสูงสุดอยู่ที่ 2.50 เมตรพอดี
สำหรับการเร่งระบายน้ำลงทางด้านฝั่งตะวันออก ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งดำเนินการ
ทีมกรุ๊ป!อัพเดทแผนที่น้ำท่วม "ดอนเมือง-สายไหม" วิกฤติ http://bit.ly/s3xeg3 สามรถเข้าไปดูความเคลื่อนไหวได้ตลอดเลยนะ
ขอบคุณ : www.bangkokbiznews.com
จะได้รีบเข้าช่วยเหลือ หรือติดต่อหาที่อพยพได้ทัน
__________________________________________________________________________________
ศปภ.แถลงสถานการณ์น้ำประจำวัน รับน้ำท่วมสายไหม-ดอนเมือง 100% แล้ว
ยังมีหวังคลี่คลายวิกฤติ หลังพบน้ำทะเลไม่หนุนสูงอย่างที่คาด
นายธงทอง จันทรางศุ โฆษก ศปภ.แถลงเมื่อเวลา 21.00 น. ถึงสถานการณ์น้ำท่วมประจำวันว่า
ตลอดทั้งวันที่ผ่านมา สถานการณ์น้ำท่วมในเขตดอนเมืองและสายไหมทั้ง 2 เขตได้ถูกน้ำท่วมเต็มพื้นที่เต็ม 100% แล้ว
ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่เขตบางพลัดยังมีความรุนแรงอยู่
โดยเฉพาะบนถนนจรัลสนิทวงศ์ น้ำได้เข้าไปท่วมขังที่อุโมงค์บางพลัดจนเต็ม ไม่สามารถใช้ประโยชน์เพื่อการจราจรได้
อย่างไรก็ดี สถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูงที่ได้คาดการณ์ว่าจะมีน้ำทะเลหนุนสูงถึง 2.65 เมตร
ในขณะที่เมื่อวันที่ 28 ต.ค.น้ำทะเลหนุนอยู่ที่ระดับ 2.57 เมตร ซึ่งตรงนี้ ทำให้ ทางศปภ.มีความกังวลอย่างมาก
แต่ปรากฎว่าวันนี้ระดับน้ำไม่เพิ่มขึ้นกว่าเมื่อวาน (28 ต.ค.) โดยระดับน้ำทะเลหนุนสูงสุดอยู่ที่ 2.50 เมตรพอดี
สำหรับการเร่งระบายน้ำลงทางด้านฝั่งตะวันออก ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งดำเนินการ
ทีมกรุ๊ป!อัพเดทแผนที่น้ำท่วม "ดอนเมือง-สายไหม" วิกฤติ http://bit.ly/s3xeg3 สามรถเข้าไปดูความเคลื่อนไหวได้ตลอดเลยนะ
ขอบคุณ : www.bangkokbiznews.com
ข้อปฎิบัติเมื่อเราต้องไปศูนย์อพยพ !!!
ไปเจอมาในเว็บ เป็นรูปข้อปฏิบัติสำหรับผู้ที่ต้องอพยพไปอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราว
แต่จริงๆไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ถ้าทำตามข้อแนะนำในนี้ได้ทั้งหมด
สุขภาพร่างกายก็จะแข็งแรงปลอดภัย ไม่เป็นภาระกับผู้อื่น
แถมยังออกไปช่วยเหลือใครๆได้อีกด้วย มีแต่ผลดีทั้งนั้นเลย ลองทำๆตามดูนะจ้ะ
แต่จริงๆไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ถ้าทำตามข้อแนะนำในนี้ได้ทั้งหมด
สุขภาพร่างกายก็จะแข็งแรงปลอดภัย ไม่เป็นภาระกับผู้อื่น
แถมยังออกไปช่วยเหลือใครๆได้อีกด้วย มีแต่ผลดีทั้งนั้นเลย ลองทำๆตามดูนะจ้ะ
รูปนี้จัดทำโดย สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข นะจ้ะ สามารถเอาไปกระจายต่อ หรือจะ Save แล้วเลยก็ได้จ้า
ขอบคุณ : สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และ รู้ สู้! Flood
ด่วน!!!หาอาสาช่วยบ้านสงเคราะห์สัตว์พิการ!!!
ประกาศหาอาสาสมัครแบบเร่งด่วน!!!! ก่อนที่น้องหมาจะต้องจมน้ำ ก่อนที่เราจะต้องสูญเสียเขาไปอีก อย่ารอจนสายเกินไป
รายละเอียดเป็นยังไง มีอะไรกันบ้าง เรามาอ่านกัน
__________________________________________________________________________________
*ประกาศค่ะ* ทางมูลนิธิฯขอขอบพระคุณทุกความห่วงใยที่ทุกท่านมีต่อเรา ขอแจ้งรายละเอียดการขนย้ายน้องหมาในวันที่จันทร์ที่ 31 ต.ค. ดังนี้นะคะ
1. เป็นการขนย้ายน้องหมา+แมว จากมูลนิธิบ้านสงเคราะห์สัตว์พิการ (บ้านใหม่น้องหมาบางเลน)
ซึ่งตั้งอยู่ต.บางเลน อ.บางภาษี จ.นครปฐม ออกจากพื้นที่ชั่วคราว
เนื่องจากทางการปล่อยน้ำออกมาทางเราเต็มๆ ทั้งที่สร้างแพยกระดับน้องหมาแล้ว
แต่กระแสน้ำที่แรงมาก เกรงว่าแพอาจจะไม่พ้นน้ำ ทั้งนี้รถจะจอดได้แค่ถนนก่อนถึงทางเข้า
เพราะทางเข้ากลายเป็นบึงหมดแล้ว น้ำลึกประมาณ 3 ม. สัญจรได้ทางเรือเท่านั้น
2. ที่นี่จะมีหมามากกว่าแมว และทั้งหมดเป็นหมาป่วยที่ได้รับการรักษาจนสามารถช่วยเหลือตัวเองได้แล้ว
ส่วนหมาป่วยและพิการซึ่งมีอยู่ 300+ ตัวนั้น อยู่บ้านปากเกร็ดค่ะ
3. เราประสานงานกับปศุสัตว์ โดยได้รถมาช่วย 2 คัน และจัดการที่อยู่ชั่วคราวให้ที่ชะอำ จ.เพชรบุรี
4. เราได้ว่าจ้างรถสิบล้อ ในขั้นต้น 2 คัน แต่กำลังพิจารณาว่าอาจจะต้องใช้มากกว่านี้ เพื่อให้การขนย้ายเป็นไปแล้วเสร็จภายใน 1 วันค่ะ
5. เรือเราพร้อมแล้ว เพราะได้เรือยักษ์ติดเครื่อง 1 ลำ จากคุณบี Bitter Brownie และทางมูลนิธิฯมีเรือท้องแบนติดเครื่อง 2 ลำ เรือท้องแบนจากอบต.อีก 2 ลำค่ะ
6. สำหรับอาสานะคะ มีจุดนัดพบที่ BTS พญาไท เวลา 07.00 น. ติดต่อคุณ ดาว 081-345-9822 ค่ะ
กลุ่มนี้จะเดินทางไปกับรถสิบล้อที่มูลนิธิฯจ้างมา โดยมีเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯคือคุณชัยวัฒน์จะประสานงานกับคุณดาวค่ะ
7. สำหรับรถสิบล้ออีก 1 คันจะไปรับเรือของคุณบีที่ท่าข้าม พระราม 2 ค่ะ
8. เมื่อขนน้องหมาจากบางเลนเรียบร้อยแล้ว เราจะมุ่งหน้าเอาหมาไปยังที่พักชั่วคราวที่ชะอำค่ะ
เมื่อจัดการแล้วเสร็จเราจะรายงานผ่านมาทางหน้าเพจนี้นะคะ
__________________________________________________________________________________
ใครไปได้ก็ไปกันเยอะๆเลยนะจ้ะ ช่วยๆกันนะ ใครที่ไปไม่ได้ก็ช่วยเอาไปกระจายต่อกันด้วยนะ ^ ^
ขอขอบคุณ
เขียนประกาศโดย : มูลนิธิบ้านสงเคราะห์สัตว์พิการ (home4animal)
กระจายข่าวโดย : SOS ANIMALS Thailand
รายละเอียดเป็นยังไง มีอะไรกันบ้าง เรามาอ่านกัน
__________________________________________________________________________________
*ประกาศค่ะ* ทางมูลนิธิฯขอขอบพระคุณทุกความห่วงใยที่ทุกท่านมีต่อเรา ขอแจ้งรายละเอียดการขนย้ายน้องหมาในวันที่จันทร์ที่ 31 ต.ค. ดังนี้นะคะ
1. เป็นการขนย้ายน้องหมา+แมว จากมูลนิธิบ้านสงเคราะห์สัตว์พิการ (บ้านใหม่น้องหมาบางเลน)
ซึ่งตั้งอยู่ต.บางเลน อ.บางภาษี จ.นครปฐม ออกจากพื้นที่ชั่วคราว
เนื่องจากทางการปล่อยน้ำออกมาทางเราเต็มๆ ทั้งที่สร้างแพยกระดับน้องหมาแล้ว
แต่กระแสน้ำที่แรงมาก เกรงว่าแพอาจจะไม่พ้นน้ำ ทั้งนี้รถจะจอดได้แค่ถนนก่อนถึงทางเข้า
เพราะทางเข้ากลายเป็นบึงหมดแล้ว น้ำลึกประมาณ 3 ม. สัญจรได้ทางเรือเท่านั้น
2. ที่นี่จะมีหมามากกว่าแมว และทั้งหมดเป็นหมาป่วยที่ได้รับการรักษาจนสามารถช่วยเหลือตัวเองได้แล้ว
ส่วนหมาป่วยและพิการซึ่งมีอยู่ 300+ ตัวนั้น อยู่บ้านปากเกร็ดค่ะ
3. เราประสานงานกับปศุสัตว์ โดยได้รถมาช่วย 2 คัน และจัดการที่อยู่ชั่วคราวให้ที่ชะอำ จ.เพชรบุรี
4. เราได้ว่าจ้างรถสิบล้อ ในขั้นต้น 2 คัน แต่กำลังพิจารณาว่าอาจจะต้องใช้มากกว่านี้ เพื่อให้การขนย้ายเป็นไปแล้วเสร็จภายใน 1 วันค่ะ
5. เรือเราพร้อมแล้ว เพราะได้เรือยักษ์ติดเครื่อง 1 ลำ จากคุณบี Bitter Brownie และทางมูลนิธิฯมีเรือท้องแบนติดเครื่อง 2 ลำ เรือท้องแบนจากอบต.อีก 2 ลำค่ะ
6. สำหรับอาสานะคะ มีจุดนัดพบที่ BTS พญาไท เวลา 07.00 น. ติดต่อคุณ ดาว 081-345-9822 ค่ะ
กลุ่มนี้จะเดินทางไปกับรถสิบล้อที่มูลนิธิฯจ้างมา โดยมีเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯคือคุณชัยวัฒน์จะประสานงานกับคุณดาวค่ะ
7. สำหรับรถสิบล้ออีก 1 คันจะไปรับเรือของคุณบีที่ท่าข้าม พระราม 2 ค่ะ
8. เมื่อขนน้องหมาจากบางเลนเรียบร้อยแล้ว เราจะมุ่งหน้าเอาหมาไปยังที่พักชั่วคราวที่ชะอำค่ะ
เมื่อจัดการแล้วเสร็จเราจะรายงานผ่านมาทางหน้าเพจนี้นะคะ
__________________________________________________________________________________
ใครไปได้ก็ไปกันเยอะๆเลยนะจ้ะ ช่วยๆกันนะ ใครที่ไปไม่ได้ก็ช่วยเอาไปกระจายต่อกันด้วยนะ ^ ^
ขอขอบคุณ
เขียนประกาศโดย : มูลนิธิบ้านสงเคราะห์สัตว์พิการ (home4animal)
กระจายข่าวโดย : SOS ANIMALS Thailand
ทางด่วนฟรี ถึง 14 พฤศจิกายน !!!
กรุงเทพฯ 30 ต.ค. - นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินของประชาชนให้สามารถสัญจรได้ เนื่องจากขณะนี้มีน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ และปริมณฑล ดังนั้น กระทรวงคมนาคมและกรมทางหลวงจึงได้มีการหารือร่วมกันและมีมติเห็นชอบที่จะขยายเวลาการยกเลิกการจัดเก็บค่าผ่านทางด่วนทางพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 7 กรุงเทพฯ –ชลบุรี สายใหม่ และทางด่วนมอเตอร์เวย์ หมายเลข 9 บางปะอิน-บางพลี ออกไป จากเดิมสิ้นสุดเวลา 24.00 น. วันที่ 31 ตุลาคม 2554 เป็นสิ้นสุดเวลา 24.00 น.วันที่ 14 พฤศจิกายนนี้
นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมยังได้หารือร่วมกับการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพฺ). และเห็นควรที่จะให้ขยายระยะเวลายกเลิกการจัดเก็บค่าผ่านทางด่วนในเส้นทางทางพิเศษ บูรพาวิถี (บางนา-ชลบุรี) และ ทางหลวงพิเศษกาญจนาภิเษก ช่วงบางพลี-พระราม 2 รวมถึงทางพิเศษฉลองรัชทางด่วน (ช่วง อาจณรงค์-รามอินทรา-ลำลูกกา) ออกไป จากเดิมจะหมดระยะเวลายกเลิกการจัดเก็บค่าผ่านในเวลา 24.00 น.วันที่ 31 ตุลาคม 2554 เป็นสิ้นสุดเวลา 24.00 น. ของวันที่ 14 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งในช่วงระยะเวลาดังกล่าวประชาชนที่ใช้เส้นทางจะไม่เสียค่าผ่านทางแต่อย่างใด
ทั้งนี้ จากการที่กระทรวงคมนาคมได้มีการเจราจาร่วมกับบริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือโทลล์เวย์ อีกครั้ง เพื่อขอขยายระยะเวลาการจัดเก็บค่าผ่านทางออกไป ทางโทลล์เวย์ไม่เห็นด้วยกับกระทรวงคมนาคมที่จะขยายระยะเวลา โดยจะให้ผู้ใช้ทางฟรีถึงเวลา 24.00 น. ของวันที่ 5 พฤศจิกายน 2554 หากประชาชนใช้ทางหลังจากช่วงเวลาดังกล่าวจะต้องจ่ายค่าผ่านทางตามปกติ.-สำนักข่าวไทย
ขอบคุณ : www.mcot.net
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)






