แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Book แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Book แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

เงินช่วยเหลือ 5,000 บาท อยากได้ต้องอ่าน !!!

ช่วงนี้น้ำก็ลดลงมากแล้วในแต่ละพื้นที่ ผู้คนก็เริ่มเข้าไปทำความสะอาดบ้านกันแล้ว

สิ่งที่ตามมาก็คือ การพูดถึงเงินช่วยเหลือ 5,000 บาท หลายๆคนคงไม่รู้ว่า

จะต้องทำยังไง ไปทำที่ไหน วันนี้มีคำตอบมาใหจ้า

เป็นรูปภาพอ่านเข้าใจง่ายเหมือนเคย



ส่วนอันนี้เป็นข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาอ่านเพื่อความเข้าใจที่มากขึ้น แล้วความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกัน

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก ดร ธีระชน มโนมัยพิบูลย์


          กทม. ระบุเปิดรับยื่นเรื่องขอรับเงินเยียวยาน้ำท่วมกรุง 5,000 บาท ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ระยะเวลาในการดำเนินการ 45 วันนับจากวันที่ยื่นเอกสาร

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน กรุงเทพมหานครได้มอบหมายให้สำนักงานเขตทั้ง 32 เขต ซึ่งเป็นพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม อำนวยความสะดวกกับประชาชนที่จะมาลงทะเบียนรับเงินเยียวยาหลังละ 5,000 บาทจากรัฐบาล โดยไม่ต้องเรียกขอเอกสารเพิ่มเติมโดยไม่จำเป็น เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องเสียเวลา

          อย่างไรก็ตาม ตามประกาศของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ไม่ได้ระบุว่า ผู้ขอรับเงินเยียวยาจะต้องนำรูปถ่ายบ้านที่ถูกน้ำท่วม หรือหลักฐานการแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมาด้วย และหากประชาชนไม่สามารถนำทะเบียนบ้านมาแสดงเป็นหลักฐานได้ ก็ขอให้สำนักเขตไปตรวจสอบเอาจากสำนักทะเบียนของสำนักงานเขตเอง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน

          ในกรณีบ้านที่น้ำท่วมเป็นสิ่งปลูกสร้างโดยไม่มีทะเบียนบ้าน เช่น บ้านพักคนงาน ให้ใช้พยานบุคคล หรือผู้ที่ผู้อำนวยการเขตเห็นสมควร พร้อมกับแนะนำให้ประชาชนผู้ประสบภัยติดต่อยื่นเรื่องขอรับเงินเยียวยาโดยเร็ว เพื่อที่ทาง กทม. จะส่งเรื่องให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ดำเนินการให้เสร็จสิ้น ภายในระยะเวลาการดำเนินการ 45 วันนับตั้งแต่วันที่ยื่นเอกสาร

สำหรับหลักฐานที่ต้องใช้ในการยื่นขอรับเงินเยียวยานั้น

           กรณีบ้านพักอาศัยที่มีทะเบียนบ้าน ให้เจ้าบ้าน/หัวหน้าครอบครัว/ผู้ได้รับมอบอำนาจ ยื่นคำร้องพร้อมหลักฐานสำเนาบัตรประชาชน, ทะเบียนบ้านที่ประสบภัย กรณีที่ไม่สามารถนำสำเนาทะเบียนบ้านมาแสดงได้ ให้ตรวจสอบจากสำนักทะเบียนของสำนักงานเขตเอง เพื่อขอหนังสือรับรองจากสำนักงานเขต (กรณีมอบอำนาจให้มีหนังสือมอบอำนาจและแนบบัตรประจำตัวประชาชนผู้มอบอำนาจ)

         กรณีเป็นบ้านเช่า ผู้เช่าจะต้องใช้สัญญาเช่า/หนังสือรับรองการเช่าจากเจ้าของบ้านเช่า พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้ร้อง และทะเบียนบ้านที่ประสบภัย กรณีที่ไม่สามารถนำสำเนาทะเบียนบ้านมาแสดงได้ ให้ตรวจสอบจากสำนักทะเบียนของสำนักงานเขตเอง เพื่อขอหนังสือรับรองจากสำนักงานเขต 

         กรณีที่เป็นหัวหน้าครัวเรือนที่ไม่มีเลขที่บ้าน จะต้องใช้บัตรประชาชน, พยานบุคคล หรือหลักฐานอื่นตามที่เขตเห็นสมควร

          เมื่อยื่นเอกสารดังกล่าวต่อสำนักงานเขตแล้ว คณะกรรมการของเขตจะเป็นผู้ตรวจสอบความถูกต้องและออกหนังสือรับรองผู้ประสบภัยให้ต่อไป

[[คู่มือการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย 5,000 บาท]]

        คู่ มือการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยครัวเรือนละ 5,000 บาท สำหรับอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานครตั้งแต่เดือนตุลาคม 2554 จัดทำโดย ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยฯ กรุงเทพมหานคร วันที่ 9 พฤศจิกายน 2554

1. เหตุผลความจำเป็นการช่วยเหลือครัวเรือนละ 5,000 บาท

        เนื่องมาจากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดทางภาคเหนือ ได้ก่อให้เกิดปริมาณน้ำก้อนใหญ่ไหลบ่าเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานครและแผ่ ขยายไปตามพื้นที่เขตต่าง ๆ ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยฯ กรุงเทพมหานคร พิจารณาแล้วเห็นว่า สถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม 2554 จนถึงปัจจุบันเป็นเหตุให้เกิดภาวะน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำเหนือไหลบ่าเข้าในพื้นที่เขตกรุงเทพมหานคร โดยเหตุภัยพิบัติในครั้งนี้เป็นสถานการณ์ค่อนข้างรุนแรง มีปริมาณน้ำเหนือสะสมมาก ทำให้ประชาชนในพื้นเขตต่าง ๆ ของกรุงเทพมหานครได้รับผลกระทบและทรัพย์สินได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก บ้านเรือนที่อยู่อาศัยประจำของราษฎรและทรัพย์สินได้รับความเสียหาย

        ดังนั้น เพื่อเป็นการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนผู้ประสบภัยและเป็นการบำบัดทุกข์บำรุง สุขในเบื้องต้นจึงเห็นควรเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความช่วยเหลือครัวเรือน ผู้ประสบภัยครัวเรือนละ 5,000 บาท เงินช่วยเหลือจำนวนนี้จะเป็นเงินที่ผู้ประสบภัยนำมาใช้จ่ายในการดำรงชีวิต ระหว่างที่กำลังฟื้นฟูสภาพความเสียหาย ยังไม่สามารถประกอบอาชีพเพื่อหารายได้มาเลี้ยงครอบครัว จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้ความช่วยเหลือโดยเร็ว

2. หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการจ่ายเงินช่วยเหลือ

          2.1 หลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือราษฎรผู้ประสบภัยที่มีบ้านเรือนอยู่อาศัยประจำใน ๒ กรณี ดังนี้

                    2.1.1 น้ำท่วมถึงบ้านพักอาศัยโดยฉับพลันและทรัพย์สินได้รับความเสียหาย

                    2.1.2 บ้านพักอาศัยถูกน้ำท่วมขังติดต่อกันไม่น้อยกว่า 7 วัน และทรัพย์สินได้รับความเสียหาย

คำอธิบาย หลักเกณฑ์การจ่ายเงินช่วยเหลือให้ราษฎรผู้ประสบอุทกภัยที่มีที่อยู่อาศัยประสบภัยจะต้องเป็น ไปตามกรณี ดังนี้

                    กรณีตามข้อ 2.1.1 บ้านพักอาศัยจะต้อง...

                    - ถูกน้ำท่วมถึงบ้านโดยฉับพลัน
                    - ทรัพย์สินได้รับความเสียหาย และ
                    - อยู่ในเขตพื้นที่ประกาศภัยพิบัติ

                    กรณีตามข้อ 2.1.2 บ้านพักอาศัยจะต้อง

                    - ถูกน้ำท่วมขังติดต่อกันไม่น้อยกว่า 7 วัน
                    - ทรัพย์สินได้รับความเสียหาย และ
                    - อยู่ในเขตพื้นที่ประกาศภัยพิบัติ

          2.2 เงื่อนไขการให้ความช่วยเหลือราษฎรผู้ประสบภัยที่มีบ้านเรือนอยู่อาศัยประจำ

                    2.2.1 ทั้ง 2 กรณีต้องเป็นบ้านเรือนที่อยู่อาศัยประจำในพื้นที่ประกาศภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินและมี
หนังสือรับรองผู้ประสบภัยที่สำนักงานเขตออกให้เท่านั้น

                    2.2.2 กรณีที่มีผู้ประสบภัยซ้ำซ้อนทั้ง 2 กรณี ให้ได้รับความช่วยเหลือเพียงกรณีเดียว ทั้งนี้การดำเนินการช่วยเหลือทุกขั้นตอนครั้งนี้ให้แล้วเสร็จภายใน 14 วัน

3. ลักษณะครัวเรือนที่อยู่อาศัยที่ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์

          3.1 บ้านพักอาศัยที่มีทะเบียนบ้าน

          3.2 บ้านเช่า ผู้เช่าเป็นผู้ได้รับเงินช่วยเหลือในกรณีบ้านพักอาศัย/บ้านเช่ามีหลายชั้นให้ได้รับเงินช่วยเหลือ
เฉพาะชั้นที่มีน้ำท่วมถึงเท่านั้น

คำอธิบายลักษณะที่อยู่อาศัยของครัวเรือนที่มีสิทธิได้รับความช่วยเหลือจะต้องเป็น

          1. บ้านพักอาศัยที่มีทะเบียนบ้านและถูกน้ำท่วมถึง หรือ

          2. เช่าบ้านอยู่อาศัยและอยู่อาศัยในชั้นที่ถูกน้ำท่วมถึง โดยบ้านเช่านั้นอาจจะแบ่งเช่าเป็นห้อง
หรือเช่าทั้งหลังมีทะเบียนบ้านหรือไม่มีทะเบียนบ้านก็ได้

4. หลักฐานการแสดงสิทธิขอรับการช่วยเหลือ

          4.1 กรณีบ้านพักอาศัยที่มีทะเบียนบ้านให้เจ้าบ้านหรือผู้ได้รับมอบอำนาจขอหนังสือรับรองจาก
สำนักงานเขตเพื่อเป็นหลักฐานการใช้สิทธิ

          4.2 กรณีบ้านเช่าให้ใช้สัญญาเช่าหรือหนังสือรับรองจากเจ้าของบ้านเพื่อขอหนังสือรับรองจาก
สำนักงานเขต

คำอธิบาย หลัก ฐานการแจ้งสิทธิ ได้แก่ หนังสือรับรองจากสำนักงานเขตโดยการรับรองการเช่าบ้านตามข้อ 4.2 ให้พิจารณาตามหลักฐานที่มีอยู่หรือตามข้อเท็จจริง โดยจัดทำเป็นหนังสือและมีผู้รับรองตามที่กำหนดจัดเก็บไว้ที่สำนักงานเขต เพื่อเป็นหลักฐานพร้อมรับการตรวจสอบ

5. การตรวจสอบที่อยู่อาศัยที่ต้องตามหลักเกณฑ์ตามหลักวิทยาศาสตร์และตามหลักความเป็นจริง

        ให้สำนักงานเขตแต่งตั้งคณะกรรมการอย่างน้อย 5 คน ตรวจสอบคำร้องเพื่ออกหนังสือรับรองว่าเป็นผู้มีสิทธิขอรับการช่วยเหลือจริง ในพื้นที่ประสบอุทกภัยและเร่งรัดการจ่ายเงินให้เป็นไปอย่างรวดเร็วเป็นธรรม และทั่วถึง ตลอดจนสร้างความเข้าใจในหลักเกณฑ์และแนวทางการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย ให้กับผู้ปฏิบัติในระดับ
พื้นที่ได้อย่างถูกต้อง

คำอธิบาย ใน การตรวจสอบผู้ประสบอุทกภัย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน-Gristda) ได้ถ่ายภาพและจัดทำรายละเอียดของพื้นที่ที่ประสบภัยไว้ เพื่อใช้เป็นข้อมูลส่วนหนึ่งที่นำมาตรวจสอบความถูกต้องและการตรวจสอบสภาพข้อ เท็จจริงในพื้นที่ที่ขอรับความช่วยเหลือ เพื่อนำมาประกอบหลักฐานการตรวจสอบต่อไป

6. ขั้นตอนการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

          6.1 ศปภ.กทม. จัดให้มีการประชุมชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้อำนวยการเขตและผู้เกี่ยวข้องเกี่ยวกับ
แนวทางการดำเนินการ

          6.2 ศปภ.กทม. ทำรายละเอียดเป็นคู่มือการปฏิบัติงานให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องในทุกพื้นที่เขต

          6.3 ให้คณะกรรมการตามข้อ 5 สำรวจข้อมูลรายละเอียดของผู้ประสบภัยพิบัติ (อุทกภัย) ที่มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือตามมติคณะรัฐมนตรีเพื่อออกหนังสือรับรองของ สำนักงานเขต

          6.4 ให้สำ นักงานเขตจัดพิมพ์รายชื่อผู้มีสิทธิตามหนังสือรับรองที่สำ นักงานเขตออกให้ลงในแบบ ข.1 และ ข.2 และให้ผู้อำนวยการเขตลงนามรับรองในแบบฟอร์มข้อมูลก่อนนำส่งให้ศูนย์อำนวยการ เฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยฯ กรุงเทพมหานคร โดยสำนักยุทธศาสตร์และประเมินผลจะจัดทำรายละเอียดแบบฟอร์มและชี้แจงขั้นตอน การดำเนินการในภายหลัง

          6.5 ศปภ.กทม. ตรวจสอบความถูกต้องแล้วนำเสนอต่อปลัดกรุงเทพมหานครเพื่อลงนามรับรองว่าเป็น ผู้มีสิทธิได้รับความช่วยเหลือตามมติ ครม. นำส่งถึงกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมกับส่งข้อมูล รายละเอียดจำนวนหลังคาเรือนที่ขอรับการช่วยเหลือทาง E-mail Address : bkk5000@hotmail.comทั้ง นี้ ให้ ศปภ.กทม. ทยอยส่งข้อมูลและเอกสารตัวจริงส่งถึงกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยด่วนที่สุด โดยสำนักงานเขตต้องเก็บเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ไว้เพื่อให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบต่อไป

          6.6 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยตรวจสอบข้อมูลรายชื่อที่ได้รับจากกรุงเทพมหา นครแล้วส่งให้ธนาคารออมสินเพื่อจ่ายเงินโดยด่วนที่สุด หลังจากที่ได้รับรายชื่อจากกรุงเทพมหานครและให้ธนาคารออมสินดำเนินการจ่าย เงินให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

          6.7 ในระหว่างที่มีการอนุมัติเพื่อจ่ายเงินช่วยเหลือนั้น ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) จะมอบหมายให้คณะกรรมการอำ นวยการและกำ กับดูแลการจัดทำ ข้อมูลผู้ประสบภัยครัวเรือนละ 5,000 บาท ร่วมด้วยข้าราชการของส่วนราชการที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จ จริงความถูกต้องของการเสนอรายชื่อครัวเรือนและกระบวนการจ่ายเงินช่วยเหลือ ต่าง ๆ หากพบความผิดปกติประการใด จะดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายต่อไป

7. การจ่ายเงินของธนาคารออมสิน

        เมื่อมีการโอนเงินให้ธนาคารออมสินสาขาใดแล้ว ให้ ศปภ.กทม. ประสานงานและดำเนินการจัดทำแผนการจ่ายเงินแก่ผู้ประสบภัยในแต่ละเขตให้แล้ว เสร็จโดยด่วนที่สุด หลังจากได้รับการโอนเงินขอให้สำนักงานเขตประสานธนาคารออมสินกำหนดรายละเอียด การจ่ายเงินตามที่ กรุงเทพมหานครจะได้แจ้งแนวทางวิธีการจ่ายเงินให้ทราบต่อไป โดยผู้รับเงินจะต้องนำหลักฐานไปแสดง ดังนี้

          7.1 หนังสือที่สำนักงานเขตออกให้

          7.2 บัตรประจำตัวประชาชน

          กรณีมารับด้วยตนเอง

          - ให้นำบัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริง ไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่จ่ายเงิน และให้ลงลายมือชื่อรับเงินต่อหน้าเจ้าหน้าที่และให้เจ้าหน้าที่จ่ายเงินลง ลายมือชื่อผู้จ่ายเงิน

          กรณีไม่สามารถมารับได้ด้วยตนเอง

          - หนังสือมอบฉันทะ (ผู้รับมอบฉันทะสามารถรับมอบได้เพียงรายเดียวและครั้งเดียวเท่านั้น
ไม่สามารถมอบฉันทะต่อได้)

          - บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงของผู้มอบและผู้รับมอบฉันทะ

คำอธิบาย ใน การจ่ายเงินให้แก่ผู้ประสบภัยที่มีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือ ให้ธนาคารออมสินดำเนินการตามแผนการจ่ายเงินที่กรุงเทพมหานครได้ประชุมหารือ ร่วมกับธนาคารออมสิน และให้ธนาคารออมสินจัดทำรายงานการจ่ายเงินที่ได้จ่ายเงินให้แก่ผู้มีสิทธิ ได้รับความช่วยเหลือไปแล้วในแต่ละวันส่งให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อรายงานต่อไป

8. แนวทางการปฏิบัติงานของกรุงเทพมหานคร

          8.1 เร่งรัดการสำรวจ ตรวจสอบ ส่งรายชื่อให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อตรวจสอบส่งให้ธนาคารออมสิน โดยด่วนที่สุด โดยให้ทยอยส่งเป็นรายแขวงและเขตที่มีจำนวนครบถ้วนสมบูรณ์พร้อมที่จะจ่ายเงิน ได้
          
          8.2 หลังจากส่งรายชื่อให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแล้ว กรุงเทพมหานครประชุมหารือร่วมกับธนาคารออมสินและกองบัญชาการตำรวจนครบาล ในการกำหนดแผนการจ่ายเงินให้แก่ผู้ประสบภัยให้รวดเร็วทั่วถึง โดยเน้นการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนมากที่สุด

[ภาคผนวก]

          ขั้นตอนการดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินจากอุทกภัย (หลังคาเรือนละ 5,000.- บาท) ศปภ.กทม.

          ตรวจสอบข้อมูลและจัดทำแบบ จ.1 (กรุงเทพมหานคร) เสนอผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครลงนาม

          ศปภ.กทม. จัดส่งข้อมูลให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมส่งข้อมูลรายละเอียดทาง e-mail address: bkk5000@hotmail.comโดยเก็บสำเนาคู่ฉบับ เพื่อให้สำนักงานตรวจสอบแผ่นดินตรวจสอบ

          ศปภ.กทม.ประสานงานและดำเนินการจัดทำแผนการจ่ายเงินแก่ผู้ประสบภัยในแต่ละเขต เพื่อเตรียมความพร้อมเมื่อได้รับเงินโอนจากธนาคารออมสิน

[กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย]

          จัดส่งข้อมูลที่ได้รับจากกรุงเทพมหานครให้ธนาคารออมสิน เพื่อดำเนินการโอนเงินให้กรุงเทพมหานคร ตามที่ทำการสาขาที่ได้แจ้งไว้

สำนักงานเขต

          ตั้งคณะกรรมการ (ไม่น้อยกว่า 5 คน) เพื่อตรวจสอบและกลั่นกรองผู้มีสิทธิรับเงินช่วยเหลือ

          ดำเนินการสำรวจข้อมูลบ้านเรือนที่มีสิทธิรับเงินช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

          จัดทำข้อมูลตามแบบ ท.1 (แขวง) และแบบ อ.1 (เขต) โดยให้ ผู้อำนวยการเขตรับรองแบบ อ.1 (เขต) ส่ง ศปภ.กทม. (ทางเอกสาร และ ทาง e-mail address: bma_flood@hotmail.com) *** ให้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน 14 วัน นับแต่วันที่ได้รับมอบหมาย ***

          ให้สำนักงานเขตแจ้งชื่อสาขาธนาคารออมสินในพื้นที่ เพื่อธนาคารอำนวยความสะดวก ในการจ่ายเงินช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัย

แนวทางการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ครัวเรือนละ 5,000 บาท

1. เหตุผลความจำเป็นเพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วม และเป็นการบำบัดทุกข์บำรุงสุข

           ในเบื้องต้นตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2554 พิจารณาให้ความช่วยเหลือครัวเรือนผู้ประสบภัยครัวเรือนละ 5,000 บาท ซึ่งผู้ประสบภัยจะได้นำมาใช้จ่ายในการดำรงชีวิต ระหว่างที่กำลังฟื้นฟูสภาพความเสียหาย ไม่สามารถประกอบอาชีพหารายได้เลี้ยงครอบครัว จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับความช่วยเหลือโดยเร็ว จำนวน 30 เขต คือ เขตบางซื่อ เขตดุสิต เขตพระนคร เขตสัมพันธวงศ์ เขตสาทร เขตบางคอแหลม เขตยานนาวา เขตคลองเตย เขตบางพลัด เขตบางกอกน้อย เขตธนบุรี เขตคลองสาน เขตราษฎร์บูรณะ เขตคลองสามวา เขตมีนบุรี เขตหนองจอก เขตลาดกระบัง เขตดอนเมือง เขตคันนายาว เขตจตุจักร เขตตลิ่งชัน เขตบางเขน เขตบางแค เขตภาษีเจริญ เขตลาดพร้าว เขตวังทองหลาง เขตสายไหม เขตหนองแขม เขตหลักสี่ และเขตทวีวัฒนา โดยให้ผู้อำนวยการเขตสำรวจ ตรวจสอบข้อมูล และออกหนังสือรับรองจัดทำแบบ ข 1 ,ข 2 ส่งให้ ศปภ.กทม. เพื่อให้ธนาคารออมสินเป็น ผู้จ่ายเงินให้กับผู้ประสบภัย

2. หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการจ่ายเงินช่วยเหลือ

           2.1 หลักเกณฑ์

          กรณีที่ (1) น้ำท่วมถึงบ้านโดยฉับพลัน และทรัพย์สินได้รับความเสียหาย คือ ถูกน้ำท่วมบ้านโดยฉับพลัน ทรัพย์สินได้รับความเสียหาย และอยู่ในเขตพื้นที่ประกาศภัยพิบัติ

          กรณีที่ (2) บ้านพักอาศัยถูกน้ำท่วมขังติดต่อกันไม่น้อยกว่า ๗ วัน และทรัพย์สินได้รับความเสียหาย คือ ถูกน้ำท่วมขังไม่น้อยกว่า ๗ วัน และทรัพย์สินได้รับความเสียหาย และอยู่ในพื้นที่ประกาศภัยพิบัติ

          2.2 เงื่อนไขการให้ความช่วยเหลือราษฎรผู้ประสบภัยพิบัติที่มีบ้านเรือนอยู่อาศัย ประจำ ทั้ง ๒ กรณี ต้องมีหนังสือรับรองผู้ประสบภัยที่ผู้อำนวยการเขตออกให้ และให้รับความช่วยเหลือได้เพียงกรณีเดียว

3. ลักษณะครัวเรือนที่อยู่อาศัยที่ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์

          3.1 บ้านพักอาศัยที่มีทะเบียนบ้านและน้ำท่วมถึง

          3.2 บ้านเช่า ผู้เช่าเป็นผู้ได้รับความช่วยเหลือในกรณีบ้านพักอาศัย/บ้านเช่า/คอนโด/อพา ร์ทเม้นต์ มีหลายชั้นให้ได้รับเงินช่วยเหลือเฉพาะชั้นที่น้ำท่วมถึงและทรัพย์สินเสีย หาย คือ ครัวเรือนนั้นเช่าบ้านอยู่อาศัย และอยู่ในชั้นที่น้ำท่วมถึง โดยบ้านเช่านั้นอาจแบ่งเช่าเป็นห้อง หรือเช่าทั้งหลังมีทะเบียนบ้าน

          3.3 กรณีอื่น ๆ นอกเหนือจาก ข้อ 3.1 และ 3.2 เช่น สิ่งปลูกสร้างที่อยู่อาศัยมีลักษณะถาวร หรือชั่วคราวที่ครัวเรือนอาศัยอยู่เป็นประจำโดยไม่มีทะเบียนบ้าน เช่น บ้านพักคนงาน

4. หลักฐานการแสดงสิทธิขอรับการช่วยเหลือ

          4.1 กรณีบ้านพักอาศัยที่มีทะเบียนบ้านให้เจ้าบ้าน/หัวหน้าครอบครัว/ผู้ได้รับมอบ อำนาจ ยื่นคำร้องพร้อมหลักฐานสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และทะเบียนบ้านที่ประสบภัย (กรณีไม่สามารถนำทะเบียนบ้านมาแสดงได้ ให้ตรวจสอบจากสำนักทะเบียนของสำนักงานเขตเอง) เพื่อขอหนังสือรับรองจากสำนักงานเขต (กรณีมอบอำนาจให้มีหนังสือมอบอำนาจและแนบบัตรประจำตัวประชาชนผู้มอบอำนาจ)

          4.2 กรณีบ้านเช่าให้ใช้สัญญาเช่า/หนังสือรับรองการเช่าจากเจ้าของบ้านเช่า พร้อมหลักฐานสำเนาบัตรประจำตัว ประชาชนผู้ร้อง และทะเบียนบ้านที่ประสบภัย(กรณีไม่สามารถนำทะเบียนบ้านมาแสดงได้ให้ตรวจสอบ จากสำนักทะเบียนของสำนักงานเขตเอง) เพื่อขอหนังสือรับรองจากสำนักงานเขต

          4.3 หลักฐานอื่น ๆ ตามข้อ 3.3 ให้ใช้พยานบุคคล หรือที่ผู้อำนวยการเขตเห็นสมควร กรณีมีข้อสงสัย/สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศปภ.กทม. หมายเลขโทรศัพท์ 0 2223 1835

[หนังสือรับรองผู้ประสบภัย]

หากมีข้อสงสัย/สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศปภ.กทม. โทร. ๐ ๒๒๒๓ ๑๘๓๕
เลขที่......................./๒๕๕๔ สำนักงานเขต..............................

[หนังสือรับรองผู้ประสบภัยประเภทบุคคลธรรมดา]

หนังสือ ฉบับนี้ให้ไว้เพื่อรับรองว่า.......................................... เกิดวันที่..........เดือน....................พ.ศ...............
เลข ประจำตัวประชาชน / หนังสือเดินทางเลขที่ / อื่น ๆ (ถ้า มี)...................................................................................................
ที่ อยู่ที่ประสบสาธารณภัย บ้านเลขที่..................หมู่ที่/หมู่ บ้าน................................ ตรอก/ซอย...................................................
ถนน................................ แขวง...................................... เขต......................................กรุงเทพมหานคร รหัสไปรษณีย์..................
โทรศัพท์....................................... ที่อยู่ตามทะเบียนบ้านหรือที่อยู่ที่ติดต่อได้ บ้านเลขที่...............หมู่ที่/หมู่บ้าน.........................
ตรอก/ซอย................................................... ถนน................................ แขวง...................................... เขต.....................................
กรุงเทพมหานคร รหัสไปรษณีย์............................โทรศัพท์..............................................
เป็นผู้ประสบภัยหรือได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ อุทกภัย.........................(ระบุประเภทของสาธารณภัยและสถานที่เกิดภัย)
เมื่อ.............................................................................(วัน เดือน ปี เวลา ที่เกิดภัย)

ความ เสียหายของผู้ประสบภัย ตามบัญชีความเสียหายแนบท้ายหนังสือรับรองของผู้ประสบภัยประเภทบุคคลธรรมดา ฉบับนี้ผู้ประสบภัยมีสิทธิ์ที่จะได้รับการสงเคราะห์และการฟื้นฟูจากหน่วยงาน ของทางราชการ ด้านใดด้านหนึ่ง
หรือหลายด้านตามเงื่อนไข หลักเกณฑ์ และแนวทางที่หน่วยงานนั้นกำหนด รายละเอียดตารางแสดงสิทธิที่จะได้รับ
จากทางราชการปรากฎตามแนบท้าย

ให้ ไว้ ณ วันที่................... เดือน..................................................... พ.ศ..........................................
ลงชื่อ ...........................................................................
(.........................................................................)
ตำแหน่ง .......................................................................
ผู้อำนวยการ..................................................................
(พิมพ์ชื่อเต็ม และตำแหน่ง / ประทับตราส่วนราชการ)

หมายเหตุ หากมีการขูด ลบ หรือแก้ไขข้อความในหนังสือรับรองและบัญชีแนบท้าย จะต้องลงชื่อผู้มีอำนาจออกหนังสือรับรองและประทับตรากำกับไว้ทุกแห่ง

[คำร้องขอรับการสงเคราะห์ผู้ประสบภัย (น้ำท่วม)]

1. ชื่อผู้ยื่นคำร้อง นาย/นาง/นางสาว..........................................ชื่อ สกุล..............................................................
เลขประจำตัวประชาชน
อยู่บ้านที่ประสบอุทกภัยเลขที่.................................. เลขหมายประจำบ้าน
หมู่ ที่/หมู่บ้าน................................ ตรอก/ซอย................................ ถนน............................... แขวง....................................
เขต........................................... กรุงเทพมหานคร รหัสไปรษณีย์.....................
หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ.................................................
อยู่ ในชุมชน........................................................ ประสบภัยเมื่อ ........................................................................................
2. กรณีอุทกภัยที่เกิด
น้ำท่วมฉับพลันและทรัพย์สินได้รับความเสียหาย
น้ำท่วมขังเป็นเวลา 7 วันขึ้นไปและทรัพย์สินได้รับความเสียหาย
3. ประกอบอาชีพ
รับราชการ รับจ้าง ค้าขาย อื่นๆ.................................
4. สภาพที่ประสบอุทกภัย (น้ำท่วม)
ท่วมทั้งหลัง
ท่วม บางส่วน (ระบุความเสียหาย) ....................................................................................................
...................................................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................................
5. มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเลขที่ที่ประสบอุทกภัยหรือไม่
มี ไม่มี
6. อยู่ในบ้านเลขที่ที่ประสบอุทกภัยในฐานะ
เจ้าบ้าน ผู้อาศัย ผู้เช่า อื่นๆ (ระบุ)................................................................
7. บ้านที่ประสบอุทกภัยปลูกสร้างในที่ดิน
ของตนเอง ที่เช่า ที่สาธารณะ อื่นๆ (ระบุ) ...............................
8. ลักษณะของบ้านที่ประสบอุทกภัย
บ้านไม้ บ้านครึ่งตึกครึ่งไม้ ตึกแถว คอนโด/อพาร์ทเมนท์ อื่นๆ (ระบุ)...............................
ขอรับรองว่าเป็นความจริงทุกประการ
ลงชื่อ....................................................................ผู้ยื่นคำร้อง
(...................................................................)

[หลักฐานประกอบ]

รูปถ่าย หนังสือรับรองของผู้ให้เช่า/หนังสือรับรองของประธานชุมชน
สำเนาทะเบียนบ้าน หนังสือมอบอำนาจ กรณีผู้มีสิทธิไม่สามารถมาดำเนินการด้วยตนเอง
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบ
หนังสือสัญญาเช่า อื่นๆ (ระบุ) ...........................................................
แขวง............................................
เขต...............................................
คำรับรอง
เขียนที่............................................................
.......................................................................
ข้าพเจ้า นาย/นาง/นาง สาว............................................................................................ อายุ......................ปี
ที่อยู่บ้านเลขที่.............หมู่ ที่/หมู่บ้าน............................. ตรอก/ซอย...........................ถนน.......................แขวง
............................ เขต.........................กรุงเทพมหานคร ขอให้คำรับรองต่อสำนักงานเขต.................... ว่า ข้าพเจ้าประธาน
ชุมชน/เจ้าของบ้านเช่า
....................................................................... ขอรับรองว่า นาย/นาง/นาง สาว.............................................................................
อายุ..........................ปี ที่อยู่บ้านเลขที่.............หมู่ที่/หมู่ บ้าน.............................ตรอก/ซอย...........................ถนน
....................... แขวง............................เขต.........................กรุงเทพมหา นคร เป็นผู้ประสบอุทกภัย และได้รับความเดือดร้อนอย่างแท้จริง
รับรองไว้ ณ วันที่.................เดือน...................................พ.ศ...................................
ลงชื่อ..................................................................ประธานชุมชน/เจ้าของบ้านเช่า
(................................................................)
ลงชื่อ..................................................................พยาน
(................................................................)
ลงชื่อ..................................................................พยาน
(................................................................)

หมายเหตุ สิ่งที่ต้องแนบมาพร้อมคำรับรองนี้
บัตรประจำตัวประธานชุมชนหรือบัตรประชาชนของผู้รับรองพร้อมเซ็นชื่อรับรอง ๑ ชุด

[Download เอกสาร]

http://www.bangkokgis.com/flood/ann-bma/สรุปแนวทาง%20หลักเกณฑ์%20ขั้นตอน%20การจ่ายเงิน%20๕๐๐๐.pdf



ขอบคุณ : kapook.com


 

วันอาทิตย์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

[TipS] 10 เทคนิคถ่ายภาพชัดดังใจ !!!


มาแล้วจ้า!!! หลังจากที่ห่างหายไปนานจากฟอรั่มนี้

วันนี้ขอเอา Tips ดีๆมาฝาก สำหรับมือใหม่หัดถ่ายภาพ

ซึ่งปัญหาที่มือใหม่ทั้งหลายจะพบกับแทบทุกคนก็คือ "ภาพแล้วภาพไม่ชัด" ก็เพราะว่าเราเป็นมือใหม่ไง จะมาให้มีเลนส์โปร มีระบบกันสั่นมันก็ไม่ใช่เรื่อง จริงมั้ย?

ยิ่งเราไม่ใช่พวกมือใหม่กระเป๋าป๋าด้วยแล้วล่ะก็นะ รับรองว่าประสบปัญหานี้แน่ๆ

ดังนั้น SmiLelY ก็ไปชกบทความดีๆที่อยู่ใน http://camerartmagazine.com มาให้เพื่อนๆได้อ่านกัน ก็เห็นว่ามันดีแล้วก็มีประโยชน์

ยังไงก็ลองอ่านๆแล้วก็เอาไปปรับใช้ดูนะ เพราะยังไงทางใครทางมัน นี่เป็นแค่แนวทางเฉยๆ

เอาล่ะ ช้าอยู่ใยมาอ่านกันเลย (อ่านให้จบนะจ้ะ)


[วิธีที่ 1]

กดชัตเตอร์ในนิ่มนวลในการถ่ายภาพ เริ่มต้นหลายคนอาจบอกว่าเป็นเรื่องง่าย แต่ต้องขอบอกว่าหลายครั้งการกดชัตเตอร์ด้วยความรวดเร็วหรือหนักเกินไปจะทำให้กล้องไหวได้ง่าย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับกล้องคอมแพคที่ขนาดเล็กและเบารวมทั้งกล้อง DSLR ที่เป็นกล้องขนาดเล็กทั้งหลายที่มีน้ำหนักเบา

การกดชัตเตอร์ที่หนักเกินไปหรือรวดเร็วเกินไปมีส่วนทำให้กล้องไหวได้ง่ายนี่ คือสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ภาพถ่ายขาดความคมชัด

ด้วยเหตุนี้กล้องในระดับโปรทั้งหลายจึงไม่มีกล้องที่มีน้ำหนักเบา ส่วนใหญ่แล้วจะมีน้ำหนักที่ค่อนมาก

ที่เป็นเช่นนี้เพราะด้วยน้ำหนักของกล้อง จะทำให้การกดชัตเตอร์มีความเสถียรมากกว่า ทำให้ได้ภาพที่คมชัดกว่าในการใช้งาน

ดังนั้นการกดชัตเตอร์ที่นิ่มนวลจะช่วยลดปัญหานี้ได้



[วิธีที่ 2]

โฟกัสให้ชัดก่อนกดชัตเตอร์ ปัญหาถ่ายรูปไม่ชัดส่วนใหญ่เกิดจากสาเหตุนี้ ถ้าโฟกัสภาพด้วยมือต้องระลึกเสมอว่าต้องปรับระยะชัดให้ดีก่อนกดชัตเตอร์

ดังนั้นถ้าโฟกัสเองแล้วไม่ชัดก็ไม่ต้องไปโทษใคร เป็นเพราะตัวเราเนี่ยล่ะ แต่ถ้าเป็นระบบออโต้โฟกัส สิ่งที่ต้องเข้าใจมี 2 เรื่อง

1. คือเรื่องจุดโฟกัสของกล้อง การเลือกจุดโฟกัสถ้ากล้องมีหลายจุดจะทำให้โฟกัสในตำแหน่งที่ต้องการได้

2. คือการยืนยันโฟกัสของกล้อง ซึ่งกล้องมักจะมีสัญญาณเตือนให้ทราบ เช่นสัญญาณที่เป็นจุดเขียวในแถบข้อมูลของช่องมองภาพ หรือสัญญาณเสียงก็ตาม

นั่นหมายความว่ากล้องยืนยันการโฟกัสเมื่อกดชัตเตอร์จะทำให้ได้ภาพที่คมชัด แต่ถ้ากดชัตเตอร์ทันทีทันใดให้เข้าใจไว้ก่อนว่าอาจจะได้ภาพที่ชัดหรือไม่ชัดก็ได้

ซึ่งขึ้นกับสมรรถนะความเร็วในการโฟกัสภาพและความแม่นยำในการอ่านระยะโฟกัสของกล้อง ยิ่งถ้าเป็นกล้องคอมแพคด้วยแล้วให้ระมัดระวังไว้ว่าความเร็วในการโฟกัส

และความสามารถในการอ่านจุดโฟกัสจะช้ากว่ากล้องในระดับ DSLR แน่นอน

[วิธีที่ 3]

เลือกความไวชัตเตอร์ให้สูงขึ้นป้องกันการสั่นไหวของกล้อง ปัญหาหลักอีกอย่างหนึ่งที่ทำได้รูปถ่ายไม่ชัดก็ คือ ภาพที่ถ่ายออกมาไหว

ปัญหานี้เกิดจากการถ่ายภาพที่ความเร็วชัตเตอร์ต่ำเกินไปเป็น หรืออีกสาเหตุหนึ่งก็คือการถือกดชัตเตอร์แล้วกล้องไหว แก้ได้ไม่ยาก

เรื่องแรกถ้าถือกล้องถ่ายรูปต้องถือให้มั่น กดชัตเตอร์ให้นุ่มนวลจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องกล้องไหวได้

อีกอย่างหนึ่งก็คือการเลือกความไวชัตเตอร์ให้สูงขึ้นเพื่อลดการไหวของกล้อง เท่านี้ก็จะเพิ่มโอกาสให้ถ่ายรูปได้ภาพที่นิ่งมีความคมชัดมากขึ้น


[วิธีที่ 4]

ใช้ขาตั้งกล้องช่วยป้องกันการไหวของกล้อง หลายครั้งที่การถ่ายภาพจำเป็นต้องใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำในการถ่ายภาพซึ่งจะทำให้การถือกล้องให้นิ่งไม่ให้สั่นไหวทำได้ยาก

อย่าฝืนควรเลือกการใช้ขาตั้งกล้องช่วยจะทำให้สามารถถ่ายรูปได้โดยกล้องไม่ไหว ภาพที่ได้ก็จะเพิ่มโอกาสให้มีความคมชัดมากขึ้น

อีกประการหนึ่งการเลือกใช้ขาตั้งกล้องก็ควรมีความสมดุลกับกล้องที่ใช้งาน ถ้ากล้องเล็กขาตั้งกล้องเล็กก็ถือว่าใช้งานสมน้ำสมเนื้อ

แต่ถ้าใช้กล้อง DSLR ติดเลนส์ที่ใหญ่ขึ้นการใช้ขาตั้งกล้องที่เล็กเกินไปก็อาจจะมีโอกาสทำให้กล้องสั่นไหวได้เหมือนกัน

ยิ่งถ้าเป็นกล้อง DSLR การกระดกของการลั่นชัตเตอร์ซึ่งแม้เพียงเล็กน้อยก็มีโอกาสทำให้กล้องสั่นได้เช่นกัน


[วิธีที่ 5]

เลือกรูรับแสงที่แคบเพื่อเพิ่มความชัดลึก การเลือกรูรับแสงที่แคบเล็กหน่อยจะทำให้วัตถุมีความชัดลึกเพิ่มมากขึ้น

ซึ่งถ้าการโฟกัสภาพคลาดเคลื่อนเล็กน้อยการควบคุมภาพให้มีความชัดลึกก็สามารถช่วยให้วัตถุยังมีความคมชัดอยู่ได้

ส่วนหนึ่งอีกประการหนึ่งการถ่ายภาพที่มีความชัดลึกไว้หน่อยจะทำให้การมองภาพเสมือนมีความชัดมากขึ้น


[วิธีที่ 6]

เลือกทิศทางแสงในการถ่ายภาพเพื่อให้มีมิติ ในการดูภาพจะพบว่าถ้าวัตถุที่ถ่ายภาพมีมิติจะทำให้ภาพดูมีความคมชัดมากขึ้น

ทิศทางของแสงเป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยให้ภาพมีมิติ แสงด้านข้างจะทำให้เกิดเงาซึ่งจะช่วยให้วัตถุที่ถ่ายภาพมีมิติมากขึ้น

การเลือกทิศทางแสงด้านข้างจะช่วยเรื่องมิติภาพได้เป็นอย่างดีทำให้ภาพมีความคมชัดมากขึ้น


[วิธีที่ 7]

เลือกถ่ายภาพวัตถุให้มีความเปรียบต่างมากขึ้น ความเปรียบต่างของวัตถุที่เราถ่ายภาพจะช่วยให้การดูภาพเสมือนหนึ่งมีความคมชัดที่ดี

เพราะความเปรียบต่าง (CONTRAST) จะทำให้การดูภาพมีความตัดกันในด้านของโทนภาพ หรือสีสันของภาพที่ชัดเจนขึ้น ทำให้ภาพดูมีความคมชัดได้มากขึ้น


[วิธีที่ 8]

เลือกถ่ายภาพวัตถุที่มีรายละเอียดมากขึ้น โดยปกติเมื่อเราดูภาพวัตถุที่มีรายละเอียดมากเปรียบเทียบกับวัตถุที่มีรายละเอียดที่น้อยกว่า

เราจะรู้สึกว่า ภาพที่มีรายละเอียดที่มากกว่านั้นจะมีความคมชัดที่ดีกว่าภาพของวัตถุที่ไม่มีรายละเอียดทั้งที่ความจริงแล้วความคมชัดนั้นเท่ากัน

แต่ที่เห็นต่างกันก็คือความรู้สึก ดังนั้นการสร้างสรรค์ภาพด้วยการเลือกถ่ายภาพที่มีรายละเอียดมากกว่าจึงทำให้รู้สึกว่าภาพมีความคมชัดที่ดีกว่า


[วิธีที่ 9]

เลือกเวลาถ่ายภาพในยามที่ลมสงบ ถ้าถ่ายภาพวัตถุที่บางเบา หรือวิวทิวทัศน์ที่มีกิ่งไม้ใบหญ้า ควรระลึกเสมอว่า

กระแสลมที่แรงนั้นมีส่วนที่ทำให้วัตถุที่กำลังจะถ่ายภาพมีการเคลื่อนไหวได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าต้องเลือกใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่ต่ำด้วยแล้ว

แม้ว่าจะมีขาตั้งกล้องก็ตาม แต่การที่วัตถุมีการสั่นไหวด้วยแรงลมก็จะเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้วัตถุขาดความคมชัดได้

ดังนั้นการรอเวลาให้ลมสงบก่อนการกดชัตเตอร์จะเป็นการลดการไหวของวัตถุจากแรงลมได้เป็นอย่างดีเพื่อทำให้ได้ภาพที่คมชัด


[วิธีที่ 10]

ข้อควรระวังเกี่ยวกับเลนส์ เชื่อว่าเพื่อนๆ นั้นต่างก็ถือเลนส์ใช้งานที่แตกต่างกัน บางท่านอาจจะถือเลนส์โปรตัวละหลายหมื่นบาท

บางท่านอาจจะถือเลนส์ธรรมดาตัวละไม่ถึงหมื่น ซึ่งคุณภาพเลนส์ที่แตกต่างกันก็มีผลส่วนหนึ่งสำหรับในเรื่องของความคมชัด

แต่สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งที่มากกว่านั้นก็คือ การถ่ายภาพย้อนแสง สำหรับเลนส์คุณภาพสูงนั้นอาการแฟลร์และอาการฟุ้งของเลนส์จะมีน้อยกว่าเลนส์คุณภาพรองลงมา

ยิ่งถ้าเป็นเลนส์คุณภาพต่ำด้วยแล้วอาการทั้งแฟลร์และแสงฟุ้งจะมีมากขึ้นอาการเหล่านี้จะลดความคมชัดของภาพลงทันที

ดังนั้นการระมัดระวังหรือหลีกเลี่ยงการถ่ายภาพที่จะต้องย้อนแสงโดยตรงจะช่วยลดอาการฟุ้งไปได้มาก ซึ่งจะทำให้ภาพมีความคมชัดได้ดีขึ้น

หรือการใช้ Hood บังแสงที่หน้าเลนส์ก็จะเป็นการช่วยลดอาการดังกล่าวได้มาก

__________________________________________________________________________________

[หมายเหตุ] 

บทความนี้ SmiLelY เอามาจาก ต้นฉบับ "10 เทคนิคถ่ายภาพให้ชัด"

แล้วนำมาดันแปรงเล็กน้อยตามความเหมาะสม ที่เขียนเพื่อเป็นการบอกเอาไว้ให้ทราบ จะได้ไม่เกิดการเข้าใจผิด

__________________________________________________________________________________










ขอบคุณ : camerartmagazine.com

วันจันทร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2554

หนังสือถึงจะเปียก ก็ซ่อมได้ !!!

ในเวลาที่น้ำท่วมเวอร์ขนาดนี้ การเตรียมพร้อมในแต่ละบ้านคงหนีไม่พ้น การเก็บ "ของมีค่า" ขึ้นที่สูงให้หมด และเจ้า "ของมีค่า" ของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันนะ บางสิ่งมันมีคุณค่าทางใจของเราโดยที่คนอื่นก็ไม่รู้
 
และของมีค่าของคนรักการอ่าน ก็คงจะไม่อะไรไปไม่ได้นอกจาก "หนังสือ" ซึ่ง SmiLelY ก็เป็นหนึ่งในนั้นนะ ก็เราซื้อมาด้วยเงินของเรานี่น่า ที่สำคัญ กระดาษกับน้ำมันถูกกันซะที่ไหนล่ะ แค่โดนฝนนิดเดียวยังบวมเลย จริงมั้ย? เพราะงั้นเราทั้งหลายก็ต้องขนๆๆๆไปไว้ในที่ที่คิดว่าสูงที่สุด ปลอดภัยที่สุดอยู่แล้ว
 
แต่ด้วยสถานการณ์ที่เชื่อถืออะไรไม่ได้สักอย่างคงไม่มีความแน่นอนอะไรอีกแล้ว เพราะที่ออกมาเตือนๆบอกกันก็ฟังไม่ค่อยจะรู้เรื่อง สรุปเอาง่ายๆตามภาษาชาวบ้านธรรมดาๆอย่างเราว่า "มันท่วมแน่นอน" เตรียมไว้เลยสองเมตร 

เพราะงั้นหนังสือที่เก็บไว้สูงๆๆแล้ว ก็ไม่ได้แปลว่าจะรอดปลอดภัยไม่มีเปียกนะจ้ะ
 
แต่ถ้าเกิดเหตุขึ้นจริง อย่าเพิ่งตระหนกตกใจไป เพราะยังพอมีวิธีแก้ไขอยู่บ้าง ถ้าหากว่าไม่ถึงขั้นจมน้ำจนกระดาษเปื่อย หรือลอกกระดาษหลุดเป็นแผ่นๆ TTTOTTT


แยกตามระดับการเปียก ถ้าหนังสือเปียกไม่มาก อันดับแรกให้ใช้ผ้าขนหนูนุ่มๆ ซับน้ำส่วนเกินออกก่อน ห้าม! ขัดถูหรือเช็ดแรงๆ หรือพยายามแกะ หรือแซะเอาโคลนออกด้วยแปรง หรือของแข็ง และก็ไม่ควรใช้สบู่ ยาขจัดคราบสกปรก ผงซักฟอก ครีมน้ำยาต่างๆ เด็ดขาด เพราะจะเป็นอันตรายและเพิ่มความเสียหายแก่หนังสือมากขึ้น 
 
จากนั้นก็เอามือลูบกระดาษให้เรียบก่อนที่จะเอาไปวางแช่ในช่องแช่แข็งตู้เย็นประมาณ 1 วัน ซึ่งจะแห้งช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับระดับความเปียกและความหนาของหนังสือ โดยวางให้ส่วนที่เปียกอยู่ด้านบน ก่อนจะหาอะไรมาทับซักนิด แล้วจะได้หนังสือที่มีแผ่นกระดาษเรียบๆ เหมือนเดิม
 
อ่อ!ถ้ามีหลายเล่ม ห้ามวางซ้อนกันเด็ดขาด ไม่งั้นพอแห้งแล้วปกจะติดกัน คราวนี้จะเป็นปัญหายิ่งกว่าหนังสือเปียกซะอีก
 
ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ อย่าเอาของกลิ่นแรงๆ แช่พร้อมหนังสือนะ เพราะกระดาษมีคุณสมบัติในการดูดกลิ่น ไม่งั้นอาจจะได้หนังสือกลิ่นทุเรียนออกมาดมเล่นแน่ๆ
 
หลายคนคงสงสัยว่ามันจะแก้ได้จริงเหรอ จะออกมาเรียบเหมือนเดิมจริงเหรอ

สาเหตุที่กระดาษเรียบได้นั้น ก็เพราะว่าเมื่อกระดาษเปียกน้ำเจอความเย็น โมเลกุลของน้ำจะขยายตัว ช่องว่างในกระดาษจะมีการเรียงตัวใหม่ กระดาษก็เลยเรียบเนียนเหมือนเดิมนั่นเอง
 
 ในกรณีที่ตู้เย็นแช่ผักกักตุนอาหารไว้เต็มจนแทบไม่เหลือที่ว่างให้หนังสือ ก็ไม่ต้องกังวล เพราะมีวิธีซักแห้งมาเสนอ โดยมีอุปกรณ์สำคัญที่นอกเหนือจากผ้านุ่มๆ สะอาดๆ ก็คือ แป้งเด็กที่ไม่มีสีและกลิ่น
 
โดยเริ่มจากนำผ้าสะอาดมาซับน้ำจากกระดาษทีละแผ่นๆ ที่ค่อยๆ คลี่ออกจากกัน จากนั้นก็โรยแป้งเด็กลงบนกระดาษทุกหน้าที่เปียก โดยเกลี่ยให้เสมอกัน ก่อนที่จะนำไปไว้ที่แห้งๆ แล้วนำของที่มีน้ำหนักมากๆ ทับลงไปให้เรียบไปกับพื้นผิวที่วาง ทิ้งไว้ประมาณ 2-7 วัน จะช้าเร็วก็ขึ้นกับว่าเปียกมากน้อย และปริมาณความชื้นในอากาศ
 
ซึ่งทั้งหมดต้องรีบทำทันที! อย่าทิ้งไว้นาน เพราะถ้าแช่น้ำนานๆ ต่อให้เทวดาเหาะลงมาก็คงช่วยอะไรไม่ได้ เพราะเชื้อราจะสามารถเติบโตได้ภายในเวลา 24 ชั่วโมง

คงจะช่วยได้ในระดับนึงล่ะนะ แต่สำหรับบ้านที่มีชั้นเดียว อาจหนีไม่รอด ถ้าแช่เป็นเดือนๆก็คงต้องบอกว่า "เสียใจด้วยจริงๆ" ดังนั้น ถ้ามีเล่มโปรด เล่มหายากจริงๆ ขนไปฝากบ้านญาติ หรือคนรู้จักเลยจะดีกว่า





ขอบคุณ : matichon.co.th