แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ yenta4 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ yenta4 แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2555

[น่าสนใจ] 7 สถานที่บอกรัก สุดโรมแมนติก !!!

ดีจ้า หลังจากที่ห่างหายไปนานนนนนนนนนนนนนนแสนนาน

วันนี้ SmiLelY ก็ไปเจอเข้ากับบทความดีๆที่น่าสนใจบทความหนึ่ง

ก็เลยเกี่ยวเอามาลงไว้ที่นี้ซะเลย

เห็นว่าปีนี้คนแต่งงานกันเยอะใช่มั้ยเอ่ย ก็เลยอยากรู้นะว่าพวกเขาบอกรักที่ไหนกัน

ส่วนใหญ่ก็คงจะเป็นที่ร้านอาหารหรูๆ ที่ทะเล อะไรประมาณนี้ล่ะมั้งเนอะ

แต่รู้มั้ยว่า ในโลกนี้ยังมีอีก 7 สถานที่ที่สุดแสนจะโรแมนติก ในเลือกไปบอกรักกันอยู่นะ

(ถึงมันจะใกล้ไปหน่อยก็เถอะ) ลองดูกันนะ กระซิบๆ เอาไว้เก็บเงินพาไป ฮันนี่มูนก็ได้ อิอิ


1. ลอนดอน อาย กรุงลอนดอน : ประเทศอังกฤษ


ภาพ by Chris Sargent


ประเทศนี้ขึ้นชื่อว่ามีบ้านเมืองที่สวยงามอยู่แล้ว แต่สถานที่โดดเด็ดที่ต้องแนะนำสำหรับคู่รักก็

คือที่นี่เลย “ลอนดอน อาย” ชิงช้าสวรรค์ที่สูงที่สุดในทวีปยุโรป มีความสูง 135 เมตร

และที่นี่ก็มีวัฒนธรรมแปลกๆอยู่ว่า ผู้หญิงสามารถขอผู้ชายแต่งงานได้ ในวันที่ 29 กุมภาพันธ์

 (เอิ่ม...คุณผู้หญิงต้องมีความกล้ามาทีเดียว)

อ่ะๆ แต่ก็ไม่ใช่จะบอกรักกันเฉยๆแบบคิดจะบอกก็บอกนะ ขึ้นกระเช้าไปอยู่ด้วยกัน

ให้บรรยากาศมันโรแมนติกขึ้นไปอีกนิดดีกว่า ให้กรุงลอนดอนที่สวยงามเป็นฉากหลัง


2. หอไอเฟล กรุงปารีส : ประเทศฝรั่งเศส


ภาพจาก kapook.com

นคร “ปารีส” ใครๆก็รู้ว่าได้รับการขนานนามว่าเป็นนครแห่งความรัก “หอไอเฟล”

ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญของประเทศฝรั่งเศสนี้

จึงได้ชื่อว่าเป็น “สถานที่มีมนต์ขลังในการบอกรัก” กันไปแบบเนียนๆซะอย่างนั้น

ในวันวาเลนไทน์ของทุกปี หอไอเฟลจะคราคร่ำไปด้วยคู่รัก

หลายคนเชื่อว่าบรรยากาศยามค่ำคืนสวยงาม

จะเป็นใจให้หนุ่มๆ กล้าขอคนรักแต่งงาน รวมถึงนักแสดงระดับฮอลลีวู้ด

อย่าง “ทอม ครูซ” ก็ถือโอกาสใช้สถานที่แห่งนี้คุกเข่าขอหมั้นคนรักมาแล้ว


3. ซิดนีย์ ฮาร์เบอร์ บริดจ์ : ประเทศออสเตรเลีย


ภาพจาก swc-yachtcharters.com

ใครที่รอแล้วรออีกว่าเมื่อไรเขาคนนั้นจะมาขอคุณสักที่ เอาเป็นว่าหากยังรักก็ยังมีหวัง

แน่นอนว่า สะพานแห่งความหวัง อย่าง “ซิดนีย์ ฮาร์เบอร์ บริดจ์”

จึงกลายเป็นสถานที่ให้ความหวังของคนที่ต้องการลั่นประตูวิวาห์ในเร็ววัน

ด้วยโครงสร้างสถาปัตยกรรมอันงดงาม อากาศสดชื่นพัดผ่าน ยามค่ำคืนแสงไฟสะท้อนผืนน้ำ

ดื่มด่ำกับทิวทัศน์ “โอเปร่า เฮ้าส์” สถาปัตยกรรมที่เลื่องชื่อระดับโลก

ส่วนผสมที่ลงตัวเหล่านี้ส่งผลให้บรรยากาศที่นี่โรแมนติกไม่แพ้ที่ใด


4. อ่าวมาหยา เกาะพี พี จังหวัดกระบี่ : ประเทศไทย


ภาพจาก cbstour.com

โอ้ว! ประเทศไทยของเราสวยไม่แพ้ชาติใดในโลกจริงๆ เอาเป็นว่าขอมาร์กที่นี่ไว้เลยนะคู่รักทั้งหลาย

“อ่าวมาหยา” เกาะขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของหมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่

เป็นเวิ้งอ่าวขนาดเล็กรูปพระจันทร์เสี้ยวที่โอบล้อมด้วยเขาหินปูน

น้ำทะเลสีเขียวสดจนมองเห็นพื้นทราย ทิวทัศน์สวยงาม เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว

 มีชื่อเสียงระดับโลก หลังจากถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง The Beach

ที่มี ลีโอนาโด ดิคาปริโอ รับบทนักแสดงนำ

ด้วยธรรมชาติที่งดงามลงตัว รับกับความเงียบสงบ

จึงเหมาะจะเป็นสถานที่เผยความในใจกับคนที่เรารักได้โรแมนติกแบบสุดๆ


5. ตึกเอ็มไพร์สเตท นิวยอร์ก : ประเทศสหรัฐอเมริกา


ภาพจาก chipchick.com

“ตึกเอ็มไพร์สเตท” หนึ่งในอาคารระฟ้าที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก

 เป็นสถานที่รวมบรรดาคู่รักหลากหลายชาติที่ขอใช้ค่ำคืน “วันแห่งความรัก” บนตึกสูงปี๊ด

ประมาณว่า ยิ่งสูง ยิ่งเลิฟ ไฮไลท์ในช่วงวาเลนไทน์ที่กลายเป็นประเพณี

คือ ทุกวันที่ 14 กุมภาพันธ์ จะมีการจัดงานแต่งงานหมู่ให้กับคู่บ่าวสาวนานาชาติกว่า 200 คู่!!!

หากใครอยากสมหวังในความรัก ก็ถือโอกาสนี้ขอแต่งงานดู

เพราะช่วงเวลาที่คนอื่นกำลังทำพิธีน่าจะเป็นช่วงเวลาที่คุณกับคู่รักกำลังอินที่สุด


6. เมืองเวนิส : ประเทศอิตาลี


ภาพจาก miriadna.com

"เวนิส" แค่เห็นชื่อสถานที่ก็รู้ถึงความโรแมนติกที่ฟุ้งกระจายอยู่รอบๆ

เมืองเวนิสถูกสร้างขึ้นจากการเชื่อมเกาะเล็กๆ จำนวนมากเข้าด้วยกันในบริเวณทะเลสาบเวนิเทีย

ถือเป็นเมืองที่มีการใช้คลองในการคมนาคมมากที่สุด

การบอกรักบนเรือจึงถือเป็นอะไรที่โรแมนติกเหลือจะบรรยาย

เชื่อกันว่า ถ้าคู่รักได้นั่งจูบกันบนเรือกอนโดลา อีกสัญลักษณ์หนึ่งของเวนิส

และพลอดรักตอนระฆังปาไนล์ดังยามเย็น

ขณะลอดใต้ “สะพานถอนหายใจ” จะส่งผลให้รักกันยืนนาน


7. หาดไวกีกิ ฮอนโนลูลู : ฮาวาย


ภาพจาก happyvirus webboard

หาดไวกีกิ ขึ้นชื่อว่าเป็นทะเลที่โรแมนติกมากที่สุดแห่งหนึ่ง

ยิ่งแสงอาทิตย์ตกสะท้อนลงผิวน้ำในยามเย็น

ยิ่งสัมผัสได้ถึงความสวยงามของทัศนียภาพอันหาที่เปรียบมิได้

คู่รักส่วนใหญ่พากันเดินเล่นเลียบชายหาดไปจนถึงจุดที่เรียกว่า Diamond Head

ถือเป็นมุมที่งดงามที่สุดของไวกีกิ

หาดจะโค้งเป็นเสี้ยวพระจันทร์รับกับแสงไฟระยิบระยับสะกดทุกสายตา

ช่วงเวลาแบบนี้แหละ “บอกรัก” ได้เนียนที่สุด



ที่มา Travel.mthai.com

ขอขอบคุณ Yenta4.com

หมายเหตุ : อาจมีการเปลี่ยนแปลงสำนวนที่ใช้เล็กน้อย เพื่อให้เข้ากับความเป็น SmiLelY

แต่ไม่ได้มีการทำให้ความหมายของบทความเดิมเปลี่ยนแปลงไปแต่อย่างใด

วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

[น่าสนใจ + สุขภาพ] 18 สาเหตุที่ทำให้เราเหนื่อยแสนเหนื่อย !!!


SmiLelY กลับมาแล้วจ้า กลับมาพร้อมกับสาระดีๆที่หนีบมาฝากกันอีกแล้ว

ช่วงที่ผ่านมาเน้นไปอัพทาง Facebook ซะมากกว่า ยังไงเพื่อนๆก็ไปกด LIKE เป็นแฟนเฟจกันได้นะจ้ะ

ที่ https://www.facebook.com/SmiLelysPhoTo

จะได้รับรู้ข่าวสารกันมากขึ้น แชร์เรื่องน่าสนใจไว้เยอะแยะมากมายเลยล่ะจ้ะ



เอาล่ะ!! เรามาเข้าเรื่องของเราในวันนี้กันเลยดีกว่าเนอะ

ช่วงนี้หลายๆโรงเรียนก็เปิดเทอมมาได้สักระยะแล้วล่ะเนอะ บางทีก็น่าจะใกล้สอบกลางภาคกันแล้ว

หลายๆคนคงกำลังเหนื่อยน่าดูเลยใช่มั้ยล่ะ อากาศก็ร้อน เรียนก็หนัก เฮ้อ...ชีวิตเด็กนักเรียน

แต่รู้หรือเปล่าว่าร่างกายเราเนี่ย ไม่ได้เหนื่อยแค่กับการเรียน การอ่านหนังสือสอบ หรือการเดินทางไปกลับเท่านั้นนะ

มันยังมีอีกตั้ง "18 สาเหตุ" ที่ทำให้ร่างกายของเรา เหนื่อยซะเหลือเกิน


ตามมาดูกันว่ามันคืออะไรกันมั้ง



1.ใช้โทรศัพท์มากเกินไป

คุณจะเสียน้ำในร่างกายไปทางปากขณะพูด ซึ่งเป็นอาการที่เรียกว่า "phone-fatigue" ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่สำหรับพนักงานตามศูนย์บริการลูกค้า อาการขาดน้ำทำให้เลือดแข็งตัวและลดปริมาณออกซิเจนในระบบที่เป็นตัวให้พลังงาน ดังนั้น ถ้าคุณใช้โทรศัพท์นาน ควรดื่มน้ำมาก ระหว่างคุย


2.ความดันเลือดต่ำ

ความดันเลือดต่ำคือสาเหตุใหญ่ที่คุณหมดแรง แพทย์ยังไม่รู้ว่าทำไม แต่เป็นไปได้ว่ามันทำให้เลือดส่งไปยังสมองไม่เต็มที่ ซึ่งอาจทำให้อ่อนเพลีย อาการที่พบได้บ่อยที่สุดในคนที่มีความดันเลือดต่ำคือ รู้สึกหน้ามืดเวลาลุกขึ้นปุปปับ หรือเวลายืนนานๆ ถ้าคุณมีอาการเหล่านี้ ควรปรึกษาแพทย์





3.เล่นเน็ตดึกเกินไป

ฮอร์โมนเมลาโทนินจะกระตุ้นให้เรานอนหลับ แต่แสงจากจอคอมพิวเตอร์ อาจทำให้เราหลับยาก โดยเฉพาะเมื่อคุณกำลังดูสิ่งที่สนใจอยู่ ซึ่งทำให้คุณมักนอนดึก และมีเวลานอนหลับน้อยลง ให้คุณทำอย่างอื่นที่ผ่อนคลายกว่า เช่น อ่านหนังสือแล้วดูสิว่าคุณจะตื่นตัวมากกว่าเดิมในวันใหม่หรือเปล่า


4.กินอาหารไม่เต็มที่

การเฝ้ารออาหารจะเพิ่มปริมาณน้ำย่อย และทำให้เราดูดซับสารอาหารได้มากขึ้น ที่มันเกี่ยวกับอาการอ่อนเพลียก็เพราะ การขาดธาตุเหล็กคือหนึ่งในสาเหตุของ ความอ่อนเพลียที่พบมากในผู้หญิง ดังนั้นไม่ว่าอะไรที่เพิ่มระดับสารอาหารให้คุณ ก็จะเพิ่มพลังใจและกายให้ด้วย



5.ไม่ออกกำลัง

นักวิจัยพบว่าคนที่ออกกำลังอย่างน้อย 20 นาที แม้จะแค่อาทิตย์ละครั้ง ก็จะรู้สึกอ่อนเพลียน้อยกว่าคนที่ไม่ออกกำลังเลย ประมาณ 30% ถ้าเห็นว่าออกกำลังเป็นเรื่องยากเกินไป ให้คุณกินผักและผลไม้เพิ่ม คนที่กินผักผลไม้อย่างน้อย 4-5 จานต่อวัน จะออกกำลังได้อย่างสบายๆ


6.อิทธิพลของเดือนเกิด

ถ้าคุณเกิดเดือนธันวาคม หรือมกราคม จะอ่อนเพลียใหนช่วงเย็นมากกว่าคนที่เกิดเดือนมิถุนายน หรือกรกฎาคมที่จะขี้เซาในยามเช้า นักวิทยาศาสตร์บอกว่า การสัมผัสของแสงแดดยามเช้าประมาณ 15 นาที จะทำให้คนประเภทหลังตาสว่าง ส่วนกาแฟยามบ่ายจะเพิ่มพลังให้กับคนประเภทแรก


7.กรามแข็ง

คุณสามารถใส่นิ้ว 3 นิ้วเรียงเป็นแนวตั้งเข้าปากพร้อมกันหรือเปล่า ถ้าไม่ได้ คุณคงมีปัญหาที่เรียกว่าโรค TMJ (temporomandi bular joint) แพทย์บอกว่ามันคือความไม่สมดุลระหว่างกล้ามเนื้อใกล้กราม และตำแหน่งของฟัน อาการทั่วไปคืออ่อนเพลียและปวดหัว ปวดคอ หรือไหล่ ควรปรึกษาทันตแพทย์




8.ธรณีหน้าต่างสกปรก

จากการวิจัยพบว่า 88% ของบ้านทั่วไปจะมีราขึ้นตามหน้าต่าง และการแพ้เชื้อราเหล่านี้เองคือ สาเหตุหนึ่งของความอ่อนเพลีย ใช้ผงซักฟอกทำความสะอาดและตรวจดูผ้าม่านอาบน้ำของคุณด้วยว่า มีราหรือเปล่า




9.ไม่ได้เอาผ้าห่มไปผึ่งแดด

ระดับความขึ้นสูงทำให้ไรฝุ่นเติบโตได้ดี มันอาจกระตุ้นให้เกิดการอักเสบตามหลอดลมในปอด ทำให้หายใจติดขัดและนอนหลับไม่สนิท และเป็นสาเหตุของความอ่อนเพลียในวันต่อมา นำผ้าห่มผึ่งแดดเป็นประจำ เมื่อความชื้นหมดไป ก็ไม่มีไรฝุ่น



10.เชื่องช้า งุ่มงาม

ร่างกายจะใช้พลังงานมากขึ้นเมื่อคุณงุ่มง่าม เพราะปริมาณกลูโคสเข้าสู่สมองน้อยลง คุณเลยอ่อนเพลีย การผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่ตึงเครียด ทำได้โดยเหวี่ยงแขนไปหน้าและหลัง สลับทีละแขน





11.อยู่ใกล้คนมองโลกในแง่ร้าย

คนที่มองทุกอย่างในแง่ร้ายจะฉุดพลังคุณหดหายไปด้วย เพื่อลดอิทธิพลของพวกเขา ให้จินตนาการว่าคุณกำลังใส่เสื้อคลุมสีดำเวลาคุยกัน ก็จะยับยั้งไม่ให้คุณดูดพลังแง่ลบจากพวกเขาได้



12.อยู่ใกล้เครื่องใช้ ไฟฟ้ามากเกินไป

ขั้วบวกที่มาจากอุปกรณ์อิเล็กโทรนิกส์ หรือเครื่องปรับอากาศ อาจกระตุ้นให้เกิดฮอร์โมนที่ทำให้เราอ่อนเพลียและซึม เศร้า ให้เสียบปลั๊กตัวแปลงขั้วไฟฟ้า เพื่อเพิ่มระดับของขั้วลบที่เสริมพลังในอากาศ



13.ลืมดื่มกาแฟตอนเช้า

ถ้าคุณไม่ได้ดื่มกาแฟยามเช้า พลังกายและใจอาจตกวูบในวันนี้ จากงานวิจัยพบว่า ผู้ร่วมวิจัย 50% มีอาการอ่อนเพลียถ้าไม่ได้ดื่มกาแฟถ้วยแรกของวัน ซึ่งมีถึง 13% ที่ไม่สามารถทำอะไรได้เลย


14.บ้านรก

ผู้เชี่ยวชาญด้านฮวงจุ้ยบอกว่า กองสิ่งของรกเกะกะจะทำให้สถานที่นั้นขาดพลัง และกระตุ้นให้คุณขาดพลังไปด้วย คุณไม่ต้องถึงกับเก็บทุกอย่างในทันที แค่สะสางพื้นที่อาทิตย์ละครั้งก็ใช้ได้




15.ร่างกายมีปัญหา

แม้ว่าการเจ็บหน้าอกคือสัญญาณหลักๆ บอกถึงอาการโรคหัวใจ แต่สำหรับเพศหญิง สัญญาณนั้นอาจเป็นความอ่อนเพลีย ซึ่งมีมากถึง 70% ที่อ่อนเพลียภายในเดือนนั้น ก่อนหัวใจกำเริบ สัญญาณอื่นๆ อาจรวมถึงการนอนไม่หลับ หายใจขาดห้วง อาหารไม่ย่อยและความเครียด 43% ของผู้หญิงไม่มีอาการเจ็บหน้าอกเลย แม้โรคหัวใจจะกำเริบก็ตาม พบผู้หญิงวัยก่อนหมดประจำเดือนเป็นโรคหัวใจน้อยมาก แต่ถ้าคุณรู้สึกไม่ดี ควรตรวจร่างกาย โดยเฉพาะถ้าคุณมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น สูบบุหรี่ ความดันเลือดสูง คลอเรสเตอรอลสูง เป็นเบาหวาน หรือคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ


16.กลั้นหาว

การหาวเป็นวิธีธรรมชาติที่ร่างกายของเรากระตุ้นให้เราตื่น นักจิตวิทยาบอกว่าการเคลื่อนไหวของกรามจะบีบหลอดเลือดบนใบหน้า ซึ่งส่งเลือดไปยังสมอง การกลั้นหาวจึงเป็นการยับยั้งกระบวนการนี้และทำให้คุณยิ่งง่วงนอนมากขี้น


17.ใช้ชีวิตตามตาราง

ตารางกิจกรรมที่เตือนคุณทุกอย่างว่า ต้องทำอะไรบ้างคือตัวดูดพลังชั้นดี นักวิจัยพบว่าคนที่คิดว่าเขาทำอะไรไปได้มากแค่ไหนมักจะอ่อนเพลียง่ายกว่าคนที่ทำสิ่งที่ต้องทำไปเรื่อยๆ




18.หมอนเก่าเกินไป

ถ้าหมอนของคุณยวบยาบไม่แข็งพอ จะทำให้ลำคอของคุณไม่ได้ระนาบเดียวกับลำตัว ซึ่งไม่เพียงทำให้กล้ามเนื้อตึงตัวซึ่งทำให้คุณนอนไม่หลับ แล้วยังไปกีดขวางระบบการหายใจเวลาคุณหลับด้วยถ้าหมอนของคุณอ่อนนิ่มจนโอบรอบแขน คุณได้ ก็ถึงเวลาซื้อใบใหม่แล้ว





ขอขอบคุณ : http://webboard.yenta4.com/topic/527197


                     : เจ้าของรูปสวยๆทุกรูปที่อยู่ในบทความนี้




วันจันทร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

[How To] 3 ไอเดียแสนง่าย ทำผมออกงานด้วยตัวเอง !!!

ครั้งที่แล้วเอาใจสาวผมยาวกันไปแล้ว ในบทความ [DIY] ทรงผมสวย ให้สาวผมยาวท้าลมร้อน !!!

มาครั้งนี้ก็ยังขอเอาใจสาวๆอีกเช่นเคย แต่ขอเปลี่ยนเป็นสาวๆที่จะไปออกงานแล้วอยากจะมีทรงผมสวยๆเก๋ๆ แต่ก็ไม่อยากจะเสียเงิน เสียเวลาเข้าร้านทำผมนานๆ

เรื่องนี้ SmiLelY เข้าใจคุณสาวๆดีเลย เอาล่ะจ้ะ สาวๆมีชุดสวยกันแล้วใช่มั้ยเอ่ย มามะๆ เรามาเลือกทรงผมกันดีกว่า

แบบที่ 1 

ดูมีดีเทลและโดดเด่นดึงดูดสายตาให้คนหันมองใช้ได้เลยล่ะ


มีขั้นตอนดังนี้เลย ค่อยๆดูค่อยๆทำกันไปนะสาวๆ อยากสวยต้องทนนิดนึง


สำหรับใครที่ถักไม่เป็น หรือไม่ถนัดอะไรยังไง เพื่อนสาวคนข้างๆนะลากมาใช้งานช่วยเพื่อนซะดีๆ ผลัดกันทำผลัดกันสวย



แบบที่ 2 

อาจจะดูผู้ใหญ่สักหน่อย แต่ก็เรียบๆง่ายๆดูเก๋ไกมีสไตร์ดี


ขั้นตอนการทำอาจจะหลายขั้นไปหน่อย แต่รับรองไม่อยากเกินความสามารถ ใช่มั้ยจะสาวๆ


ทรงนี้ทำเสร็จใส่มูส หรือฉีดสเปรย์ให้ผมอยู่ได้นานก็โอเคแล้วล่ะจ้า




แบบที่ 3 

ทรงนี้อาจจะดูเรียบไปสักหน่อย แต่ถ้าเพิ่มความสดใส น่ารักด้วยกิ๊บหรือดอกไม้เล็กๆก็เก๋ไม่หยอก


ขั้นตอนการทำ ตามนี้เลย


อย่าลืมที่บอกหาโบว์ หากิ๊บ หาดอกไม้เล็กๆมาติดอีกสักหน่อยให้พอเป็นสาวหวานก็ดึงความโดนเด่นสดใสออกมาได้แล้วล่ะจ้ะ


เป็นยังไงกันมั้งจะสาวๆ ถูกใจทรงไหนกันมั้ยเอ่ย ลองเทียบดูกับชุดสวยที่ตัวเองมีอยู่ด้วยนะจ้ะ ว่ามันเข้ากับชุดเรามั้ย แล้วก็อย่าลืมหาสร้อยคอเลิศๆมาใส่ไม่ให้คิดดูโล่งจนเกินไปด้วยล่ะ มันไม่งามนะจ้ะ อิอิ











ที่มา : http://blog.modcloth.com/

บทความดั่งเดิม : http://webboard.yenta4.com/topic/521791

ขอบคุณ : Yenta4.com โพสโดย BBug

วันอาทิตย์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

[สาระน่ารู้] ห่างคุกได้ด้วยกฏหมายไอทีน่ารู้

ด้วยความที่ว่าผู้คนยุคปัจจุบันนี้เข้าถึงไอที (เทคโนโลยีสารสนเทศ) ได้มากกว่ายุคก่อนๆ แต่จะมีสักกี่คนที่รู้เกี่ยวกับข้อกฎหมายของไอที ก็แหมกฎหมายมันเป็นเรื่องเข้าใจยากนี่นะ

วันนี้ SmiLelY จึงไปคัดสรรค์บทความดีๆมากฝากกัน เพื่อช่วยไม่ให้หลายๆคนเผลอตัวทำผิดกฎหมายด้วยความไม่รู้

(ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก Yenta4)

ปล. อาจมีการดัดแปลงภาษาที่ใช้ คำ หรือประโยคบางส่วน เพื่อความเหมาะสม


__________________________________________________________



การใช้ "ชื่อ" และ "นามแฝง"

ในสังคมออนไลน์ หรือโลกบนอินเตอร์เน็ตเราสามารถที่จะตั้งชื่อปลอม นามแฝงอะไรก็ได้

หาก"นามแฝง" ที่เราใช้ไม่เกี่ยวกับกับใครหรือว่าร้ายใครก็คงจะไม่มีปัญหาอะไร

แต่ในกรณีที่ไปเอาชื่อ นามสกุลผู้อื่นมาใช้โดยที่เจ้าของชื่อ นามสกุลนั่นไม่รู้

แล้วไปทำให้เกิดความเสียหายกับเจ้าตัว ก็อาจจะโดยฟ้องร้อง ร้องเรียกค่าเสียหายได้


การพนันออนไลน์

ตามกฎหมายแบ่งแยกการพนันออกเป็น 2 ประเภท โดยแยกออกเป็น "บัญชี ก." และ "บัญชี ข."

กลุ่มที่อยู่ในบัญชี ก. กฎหมายห้ามเล่นโดยเด็ดขาด อาทิ พวกหวย ก.ข. ไฮโล ไพ่ต่างๆ

ส่วนประเภทสอง ที่อยู่ในบัญชี ข. เล่นได้แต่ต้องขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติก่อนเว็บไซต์

เกี่ยวกับการพนันออนไลน์มีนับไม่ถ้วน ส่วนใหญ่จะเป็นไพ่ต่างๆ และสล็อตแมชชีน

ซึ่งถือเป็นการพนันตามบัญชี ก. ผู้ฝ่าฝืนก็มีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือนถึง 3 ปี

อย่างไรก็ตาม การเล่นพนันออนไลน์ในขณะนี้ติดตามจับกุมยากและไม่คุ้มกับทรัพยากรของภาครัฐ จึงยังไม่ค่อยเห็นการดำเนินคดีอย่างจริงจัง




ความผิดของ"เว็บมาสเตอร์"

"เว็บมาสเตอร์ (Webmaster)" คือ ผู้ดูแลเว็บไซต์ต่างๆ ในกรณีมีผู้ใช้งาน (User) เข้ามาเขียนกระทู้ โพสต์ข้อความหรือโพสต์รูป ที่ทำให้ผู้อื่นอื่นเสียหาย

รวมทั้งภาพอนาจาร หรือเขียนเนื้อหาพาดพิงสถาบัน ตัวผู้ใช้งาน (User) คนนั้นจะถือว่ากำลังทำความผิดทางอาญา

ส่วนเว็บมาสเตอร์ (Webmaster) ถ้าพบว่า เห็นข้อมูลที่สร้างปัญหา แต่ปล่อยปละละเลย ไม่สนใจลบข้อความทิ้ง หรือแก้ไขข้อความก็อาจถูกฟ้องร้องฐาน ร่วมกระทำความผิดด้วย เช่น เรียกค่าเสียหายทางแพ่ง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าในเว็บไซต์ดังกล่าวไม่มีมาตรการป้องกันการกระทำผิด กฎหมาย โอกาสต้องรับโทษจะยิ่งสูงขึ้น


"ลิงก์-ไฮเปอร์ลิงก์" ละเมิดลิขสิทธิ์

ในสังคมออนไลน์ และโลกบนอินเตอร์เน็ต เปิดโอกาสให้แต่ละเว็บไซต์เชื่อมโยงข้อมูลถึงกันได้อย่างสะดวกง่ายดาย

ผ่านระบบที่เรียกว่า "ไฮเปอร์ลิงก์" หรือ "ลิงก์" ปัญหาอาจเกิดขึ้นได้ ถ้าไปเอาข้อมูลจากเว็บไซต์อื่นๆ มาเผยแพร่

แม้จะทำลิงก์เชื่อมโยงที่มาเอาไว้ แต่ถ้าไม่ได้ขออนุญาตเจ้าของเว็บปลายทางโดยตรงก็อาจมีความผิดฐานละเมิด ลิขสิทธิ์ หรือทำซ้ำงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้อื่น

ในสหรัฐอเมริกามีข้อถกเถียงกันใน ประเด็นนี้อย่างแพร่หลายถ้าจะเอาเว็บไซต์ของคนอื่นมาลิงก์เข้ากับเว็บไซต์ ของเราจะต้องไปขออนุญาตหรือไม่

ในประเทศไทยปัญหานี้ยังไม่เคยเกิดขึ้น แต่อนาคตอาจเกิดขึ้นได้ ดังนั้น ก่อนจะนำเว็บของคนอื่นมาลิงก์เข้ากับเว็บของเราควรขออนุญาตให้เรียบร้อยก่อน


การดาวน์โหลดเพลง

"งานเพลง" ถือเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ที่ใครจะไปทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของไม่ได้

การอัพโหลดไฟล์เพลงขึ้นไปอยู่ในโลกอินเตอร์เน็ตถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ เช่นกัน

ยิ่งถ้าทำเพื่อการค้าโดยเก็บเงินจากคนที่ดาวน์โหลดเพลงนับเป็นความผิดคดี อาญา

สำหรับคนที่ดาวน์โหลดมาฟังเฉยๆ ถือเป็นการทำซ้ำ แต่พอมีช่องทางทางกฎหมายที่จะอ้างได้ว่าไม่เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ เพราะถือเป็นการทำซ้ำมาเพื่อใช้ประโยชน์เอ

และการดาวน์โหลดมาฟังยังพอมีช่องทางต่อสู้คดีได้ว่าไม่ได้เป็นอุปสรรคกับการ ใช้ประโยชน์จากงานอันมีลิขสิทธิ์ของเจ้าของลิขสิทธิ์ เพราะไม่ได้เอาไปขาย


การซื้อโปรแกรมลิขสิทธิ์มาก๊อบปี้แจกผู้อื่น

เนื่องจากโปรแกรมลิขสิทธิ์ หรือโปรแกรมถูกกฎหมายมีราคาแพงมาก ทำให้ธุรกิจโปรแกรมเถื่อนละเมิดลิขสิทธิ์เฟื่องฟูยิ่งกว่าดอกเห็ด

อย่างไรก็ตาม แม้เราจะซื้อโปรแกรมลิขสิทธิ์มาใช้ แต่ถ้านำโปรแกรมนั้นไปแจกให้เพื่อนฝูงก๊อบปี้ หรือทำสำเนาไปใช้ต่อ ถือว่ามีความผิดฐาน "ทำซ้ำ"

ซึ่งเข้าข่ายละเมิดลิขสิทธิ์ แม้กฎหมายจะมีข้อยกเว้นให้การทำสำเนาโดยเจ้าของโปรแกรมมีลิขสิทธิ์ ทำได้โดยไม่ผิดกฎหมาย

แต่ไม่ใช่การยกเว้นโดยไม่มีขอบเขต เพราะกฎหมายจำกัดจำนวนสำเนาว่าให้มีจำนวนตามสมควร เพื่อวัตถุประสงค์ในการบำรุงรักษาหรือป้องกันการสูญหาย


อีเมล์ขยะ (สแปมมิ่ง)

ใครที่ใช้ "อีเมล์" ทุกวันร้อยทั้งร้อยคงรู้สึกเบื่อหน่ายกับ "อีเมล์โฆษณาขยะ" ทั้งหลายที่ส่งมาได้ทุกวัน วันละหลายๆ ฉบับ

ทั้งน่าเบื่อ น่ารำคาญ และเสียเวลาอ่าน เจ้าของสินค้าหรือผู้ส่งอีเมล์ขยะเหล่านี้ได้ข้อมูลที่อยู่อีเมล์ของเราผ่านวิธีการหลากหลายรูปแบบ

เช่น ฝังโปรแกรม "คุกกี้" เอาไว้ตามเว็บไซต์ที่เราเข้าไปดู จากนั้นก็ส่งคุกกี้เข้ามาคอยสอดส่องเก็บข้อมูลการใช้คอมพิวเตอร์และอีเมล์ของเรา เพื่อส่งอีเมล์ขยะมาหา

ในสหรัฐ ปัญหาอีเมล์ขยะทำให้มีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตไปร้องเรียนกับหน่วยงานของรัฐ เพื่อให้เร่งออกมาตรการควบคุม

และเคยเกิดคดีดังขึ้นคดีหนึ่ง หลังจากบริษัท "เอโอแอล" ไอเอสพีหรือผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ ลงมือฟ้องร้องบริษัทไซเบอร์โปรโมชั่น ฐานส่งอีเมล์โฆษณาขยะไปยังอีเมล์ของลูกค้าเอโอแอล

นอกจากนั้น ยังมีอีกคดีที่ไอเอสพีฟ้องผู้ส่งอีเมล์ขยะฐานะ "บุกรุก" คอมพิวเตอร์ลูกค้า

ส่วนในไทยอาจเข้าข่ายผิดมาตรา 10 ในกฎหมายคอมพิวเตอร์ 2550 ที่ระบุว่า ผู้ใดกระทำการโดยมิชอบ

เพื่อให้การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นถูกระงับ ชะลอ ขัดขวาง หรือรบกวนจนไม่สามารถทำงานตามปกติได้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

จาก school.obec.go.th/


__________________________________________________________

เป็นยังไงกันมังเอ่ย ก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่เข้าใจยาก หรือปฏิบัติตามอะไรยากมากมายเนอะ เรื่องไหนที่เราเคยทำแล้วผิดไป ในเมื่อเรารู้แล้วก็พยายามหลีกเลี่ยงล่ะกันนะจ้ะ จะได้ไม่มีปัญหาทีหลัง

ด้วยความปารถนาดีจาก SmiLelY จ้า อิอิ











ขอบคุณ : Yenta4 และ school.obec.go.th 

วันพฤหัสบดีที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2554

[ไขข้อสงสัย] สุนัขที่ถูกนำไปปล่อย กลับบ้านเองได้มั้ย ?!!!

เรื่อง สุนัขและแมวที่หลงหาทางกลับบ้านเองได้ทั้งที่อยู่ห่างไกลเป็นพันกิโลเมตรคงเคยได้ยินมา

ซึ่งเรามักตั้งคำถามว่าทำได้อย่างไร? ทำได้จริงเหรอ?

แต่ความสำเร็จของมันอาจไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด สัตว์บางตัวอาจจะโชคดีที่ไปถูกทางที่จะไปบ้าน

เพราะทิศที่จะเดินทางกลับบ้านมีแค่ 4 ทิศ คือ เหนือ, ไต้, ตะวันออก และตะวันตก

จริง ๆ แล้วสุนัขและแมวมีความสามารถในการคิดแผนที่ภายใต้จิตสำนึกของมัน

นกเป็นสัตว์ชนิดเดียวที่สามารถนำตัวเองไปสู่เป้าหมายที่กำหนดได้ และการศึกษาวิธีการที่นกใช้ในการนำทางกลับบ้าน

ก็มีการศึกษามาต่อเนื่องยาวนานหลายปี และคำตอบอยู่ในสมมติฐานข้างล่างนี้

ตรวจสอบภูมิประเทศโดยตรง เรียนรู้ หรือ จดจำ แผนที่ทางภูมิศาสตร์ สำรวจมุม และตำแหน่งของดวงอาทิตย์ (และบางทีอาจเป็นสนามแม่เหล็กของดวงอาทิตย์)

นำทางโดยอาศัยสนามแม่เหล็กโลก (โดยอาศัยความสามารถพิเศษในการรับรู้คลื่นแม่เหล็กที่อ่อนมาก ๆ โดยอาศัยตัวรับที่ผิวหนังบริเวณจะงอยปาก)




สุนัขและแมวสามารถหาทางกลับบ้านเองได้หรือไม่ คำตอบคือถ้าที่ห่างไกลนั้นเป็นที่ที่สุนัขและแมวคุ้นเคยอยู่ สัตว์

หาทางกลับบ้านเองได้แน่นอน เพราะสุนัขและแมวมักไปเที่ยวไกล ๆ แล้วกลับบ้านเอง

แต่ถ้าทิ้งสัตว์ไว้ในที่ ๆ ไม่คุ้นเคยและไกลมาก ๆ มันจะหาทางกลับบ้านเองได้หรือไม่

มีการศึกษา เรื่องการหาทางกลับบ้านของสัตว์เลี้ยง โดยนักจิตวิทยาชาวอังกฤษ

วัตถุประสงค์ในการศึกษาเพื่อค้นคว้าขบวนการทางจิตที่อาจซ่อนอยู่

ในการหาทางกลับบ้านของสัตว์เลี้ยงเมื่อหลงทางไปในที่ไกล ๆ ผลการศึกษาออกมาว่าสุนัขสามารถหาทางกลับบ้านเองได้

แต่วิธีการที่สุนัขใช้ยังไม่สามารถอธิบายได้ เนื่องจากผลการศึกษาอาจละเว้นข้อเท็จจริงบางอย่างโดยไม่พูดถึงในงานวิจัย

เช่น เขารู้ได้อย่างไรว่าสุนัขไม่เคยไปในจุดเริ่มต้นปล่อยสุนัขมาก่อน

สุนัขจดจำเส้นทางได้โดยสุนัขไม่ได้ถูกปิดตาหรือจำกัดให้อยู่ในที่ที่ไม่

สามารถมองเห็นเส้นทางได้หรือเปล่า หรือให้สุนัขจดจำเส้นทางโดยการดมกลิ่นหรือฟังเสียง

สุนัขถูกปล่อยให้หาทางกลับโดยปล่อยจากจุดใกล้แล้วค่อยปล่อยไกลออกไปเรื่อย ๆ หรือไม่ ฯลฯ

การศึกษาทางวิทยาศาสตร์ทุกสิ่งจะต้องสามารถอธิบายได้ และต้องชัดเจน

ต้องอธิบายได้ว่าสัตว์จดจำแผนที่ไว้ในสมองได้อย่างไร

สันชาติญาณป่าเป็นแรงผลักดันให้สัตว์หาทางกลับบ้านและอาหาร

สุนัขที่หลงทางหากหาทางกลับบ้านไม่ได้ก็เท่ากับสุนัขอาจต้องตาย

การหาทางกลับบ้านจึงเป็นความท้าทายของสุนัขที่ต้องหาแหล่งอาหารและที่พัก

เพื่อความอยู่รอด ยีนที่ควบคุมสันชาติญาณป่าอาจถ่ายทอดทางพันธุกรรมมา

สุนัข ป่ามักหาทางไปยังแหล่งใหม่ ๆ ได้ในอาณาเขตที่มันหากินอยู่

เป็นไปได้ว่าสุนัขอาศัยสิ่งที่สังเกตได้เช่นต้นไม้สูง หรือกลิ่นเป็นเครื่องนำทาง ซึ่งอาจไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นในบางครั้ง





ขอบคุณ : yenta4.com และ คุณ BENAY00N

วันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ยาทาเล็บ กับ ประโยชน์ที่ไม่รู้ !!!

วันนี้ไปอ่านเจอมากับประโยชน์ของยาทาเล็บที่หลายๆคนยังไม่รู้

อ่านแล้วบางข้อก็ไม่น่าเชื่อนะว่าจะทำได้ บางข้อก็คิดไม่ถึง

ลองไปอ่านกันดู แล้วจะรู้สึกแบบเดียวกัน

1. ป้ายยาทาเล็บแบบใส ลงบนเกลียวอุปกรณ์ ต่างๆ เช่น ตะปูควง เกลียวขวด แล้วขันให้แน่นขณะที่ยังเปียก เมื่อมันแห้ง ยาทาเล็บจะทำให้อุปกรณ์เกียวนั้น แน่นขึ้น


2. อยากให้เครื่องประดับ เพชรแก้วของคุณดูสดใส ไม่ขุ่นหมอง ให้ทาน้ำยาเคลือบ Top Coat แบบใส


3. ปิดผนึกซองจดหมาย ด้วยการป้ายยาลาเล็บบริเวณทากาว จะสนิทแน่นกว่ากาวน้ำ และสะอาดกว่าใช้น้ำลายแน่นอน



4. อุดรูตามด ใช้ยาทาเล็บ หยดปิดรอยขีดข่วน บนโต๊ะไม้ ตารูรั่วเล็กๆ เพื่อไม่ให้ขนาดของรอย รูรั่วขยายวงกว้างได้ (ตามด=รอยขนาดเล็กกว่าหัวไม้ขีด)

5. ใช้ยาทาเล็บลูบ ลบความคม รอยฉีกของไม้ บริเวณหูจับ ด้ามอุปกรณ์ เพื่อลดการขีดข่วนของสันคม และสันเสี้ยน

6. กันปลายเชือกลุ่ย ใครที่ใช้วิธีเผาปลายเชือก หรือด้าย กันลุ่ย วิธีจุ่มปลายเชือกลงไปในขวดยาทาเล็บสีใสก็ใช้ได้ผลเหมือนกัน


7. กันสนิม ใช้ยาทาเล็บทาอุปกรณ์ที่ผลิตจากโลหะ ที่อยู่ในห้องน้ำ เพื่อป้องกันสนิม



ขอบคุณ : sanook.com และ yenta4.com

วันศุกร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2554

เชื่อหรือไม่ นี่มันลังกระดาษนะเนี่ย!!!

เห็นคนเดียวนี้ไม่ค่อยยิ้มกันเลย นั่งดูข่าวกันหน้าเครียดกันเป็นแถว

ดูมากก็เครียดมาก เราเตรียมบ้านเตรียมตัวให้พร้อมก็พอแล้ว

อะไรจะเกิดก็เกิดล่ะเนอะ

มาๆๆๆ เรามาดูอะไรน่าสนใจ คลายเครียดกันหน่อยดีกว่า

คุณๆเชื่อมั้ยว่าลังกระดาษกล่องละห้าบาท สิบบาท มันเป็นได้มากกว่าที่คิด





เป็นไงล่ะ อิ้งกันเลยล่ะสิ มันก็ออกมาสวยนะ ถ้าทาสีหน่อยอะไรหน่อย มองดูๆก็คิดว่าของจริงเหมือนกัน ฮะๆๆๆๆๆ





ขอขอบคุณ:yenta4.com