แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ kapook แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ kapook แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2555

[น่าสนใจ] 7 สถานที่บอกรัก สุดโรมแมนติก !!!

ดีจ้า หลังจากที่ห่างหายไปนานนนนนนนนนนนนนนแสนนาน

วันนี้ SmiLelY ก็ไปเจอเข้ากับบทความดีๆที่น่าสนใจบทความหนึ่ง

ก็เลยเกี่ยวเอามาลงไว้ที่นี้ซะเลย

เห็นว่าปีนี้คนแต่งงานกันเยอะใช่มั้ยเอ่ย ก็เลยอยากรู้นะว่าพวกเขาบอกรักที่ไหนกัน

ส่วนใหญ่ก็คงจะเป็นที่ร้านอาหารหรูๆ ที่ทะเล อะไรประมาณนี้ล่ะมั้งเนอะ

แต่รู้มั้ยว่า ในโลกนี้ยังมีอีก 7 สถานที่ที่สุดแสนจะโรแมนติก ในเลือกไปบอกรักกันอยู่นะ

(ถึงมันจะใกล้ไปหน่อยก็เถอะ) ลองดูกันนะ กระซิบๆ เอาไว้เก็บเงินพาไป ฮันนี่มูนก็ได้ อิอิ


1. ลอนดอน อาย กรุงลอนดอน : ประเทศอังกฤษ


ภาพ by Chris Sargent


ประเทศนี้ขึ้นชื่อว่ามีบ้านเมืองที่สวยงามอยู่แล้ว แต่สถานที่โดดเด็ดที่ต้องแนะนำสำหรับคู่รักก็

คือที่นี่เลย “ลอนดอน อาย” ชิงช้าสวรรค์ที่สูงที่สุดในทวีปยุโรป มีความสูง 135 เมตร

และที่นี่ก็มีวัฒนธรรมแปลกๆอยู่ว่า ผู้หญิงสามารถขอผู้ชายแต่งงานได้ ในวันที่ 29 กุมภาพันธ์

 (เอิ่ม...คุณผู้หญิงต้องมีความกล้ามาทีเดียว)

อ่ะๆ แต่ก็ไม่ใช่จะบอกรักกันเฉยๆแบบคิดจะบอกก็บอกนะ ขึ้นกระเช้าไปอยู่ด้วยกัน

ให้บรรยากาศมันโรแมนติกขึ้นไปอีกนิดดีกว่า ให้กรุงลอนดอนที่สวยงามเป็นฉากหลัง


2. หอไอเฟล กรุงปารีส : ประเทศฝรั่งเศส


ภาพจาก kapook.com

นคร “ปารีส” ใครๆก็รู้ว่าได้รับการขนานนามว่าเป็นนครแห่งความรัก “หอไอเฟล”

ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญของประเทศฝรั่งเศสนี้

จึงได้ชื่อว่าเป็น “สถานที่มีมนต์ขลังในการบอกรัก” กันไปแบบเนียนๆซะอย่างนั้น

ในวันวาเลนไทน์ของทุกปี หอไอเฟลจะคราคร่ำไปด้วยคู่รัก

หลายคนเชื่อว่าบรรยากาศยามค่ำคืนสวยงาม

จะเป็นใจให้หนุ่มๆ กล้าขอคนรักแต่งงาน รวมถึงนักแสดงระดับฮอลลีวู้ด

อย่าง “ทอม ครูซ” ก็ถือโอกาสใช้สถานที่แห่งนี้คุกเข่าขอหมั้นคนรักมาแล้ว


3. ซิดนีย์ ฮาร์เบอร์ บริดจ์ : ประเทศออสเตรเลีย


ภาพจาก swc-yachtcharters.com

ใครที่รอแล้วรออีกว่าเมื่อไรเขาคนนั้นจะมาขอคุณสักที่ เอาเป็นว่าหากยังรักก็ยังมีหวัง

แน่นอนว่า สะพานแห่งความหวัง อย่าง “ซิดนีย์ ฮาร์เบอร์ บริดจ์”

จึงกลายเป็นสถานที่ให้ความหวังของคนที่ต้องการลั่นประตูวิวาห์ในเร็ววัน

ด้วยโครงสร้างสถาปัตยกรรมอันงดงาม อากาศสดชื่นพัดผ่าน ยามค่ำคืนแสงไฟสะท้อนผืนน้ำ

ดื่มด่ำกับทิวทัศน์ “โอเปร่า เฮ้าส์” สถาปัตยกรรมที่เลื่องชื่อระดับโลก

ส่วนผสมที่ลงตัวเหล่านี้ส่งผลให้บรรยากาศที่นี่โรแมนติกไม่แพ้ที่ใด


4. อ่าวมาหยา เกาะพี พี จังหวัดกระบี่ : ประเทศไทย


ภาพจาก cbstour.com

โอ้ว! ประเทศไทยของเราสวยไม่แพ้ชาติใดในโลกจริงๆ เอาเป็นว่าขอมาร์กที่นี่ไว้เลยนะคู่รักทั้งหลาย

“อ่าวมาหยา” เกาะขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของหมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่

เป็นเวิ้งอ่าวขนาดเล็กรูปพระจันทร์เสี้ยวที่โอบล้อมด้วยเขาหินปูน

น้ำทะเลสีเขียวสดจนมองเห็นพื้นทราย ทิวทัศน์สวยงาม เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว

 มีชื่อเสียงระดับโลก หลังจากถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง The Beach

ที่มี ลีโอนาโด ดิคาปริโอ รับบทนักแสดงนำ

ด้วยธรรมชาติที่งดงามลงตัว รับกับความเงียบสงบ

จึงเหมาะจะเป็นสถานที่เผยความในใจกับคนที่เรารักได้โรแมนติกแบบสุดๆ


5. ตึกเอ็มไพร์สเตท นิวยอร์ก : ประเทศสหรัฐอเมริกา


ภาพจาก chipchick.com

“ตึกเอ็มไพร์สเตท” หนึ่งในอาคารระฟ้าที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก

 เป็นสถานที่รวมบรรดาคู่รักหลากหลายชาติที่ขอใช้ค่ำคืน “วันแห่งความรัก” บนตึกสูงปี๊ด

ประมาณว่า ยิ่งสูง ยิ่งเลิฟ ไฮไลท์ในช่วงวาเลนไทน์ที่กลายเป็นประเพณี

คือ ทุกวันที่ 14 กุมภาพันธ์ จะมีการจัดงานแต่งงานหมู่ให้กับคู่บ่าวสาวนานาชาติกว่า 200 คู่!!!

หากใครอยากสมหวังในความรัก ก็ถือโอกาสนี้ขอแต่งงานดู

เพราะช่วงเวลาที่คนอื่นกำลังทำพิธีน่าจะเป็นช่วงเวลาที่คุณกับคู่รักกำลังอินที่สุด


6. เมืองเวนิส : ประเทศอิตาลี


ภาพจาก miriadna.com

"เวนิส" แค่เห็นชื่อสถานที่ก็รู้ถึงความโรแมนติกที่ฟุ้งกระจายอยู่รอบๆ

เมืองเวนิสถูกสร้างขึ้นจากการเชื่อมเกาะเล็กๆ จำนวนมากเข้าด้วยกันในบริเวณทะเลสาบเวนิเทีย

ถือเป็นเมืองที่มีการใช้คลองในการคมนาคมมากที่สุด

การบอกรักบนเรือจึงถือเป็นอะไรที่โรแมนติกเหลือจะบรรยาย

เชื่อกันว่า ถ้าคู่รักได้นั่งจูบกันบนเรือกอนโดลา อีกสัญลักษณ์หนึ่งของเวนิส

และพลอดรักตอนระฆังปาไนล์ดังยามเย็น

ขณะลอดใต้ “สะพานถอนหายใจ” จะส่งผลให้รักกันยืนนาน


7. หาดไวกีกิ ฮอนโนลูลู : ฮาวาย


ภาพจาก happyvirus webboard

หาดไวกีกิ ขึ้นชื่อว่าเป็นทะเลที่โรแมนติกมากที่สุดแห่งหนึ่ง

ยิ่งแสงอาทิตย์ตกสะท้อนลงผิวน้ำในยามเย็น

ยิ่งสัมผัสได้ถึงความสวยงามของทัศนียภาพอันหาที่เปรียบมิได้

คู่รักส่วนใหญ่พากันเดินเล่นเลียบชายหาดไปจนถึงจุดที่เรียกว่า Diamond Head

ถือเป็นมุมที่งดงามที่สุดของไวกีกิ

หาดจะโค้งเป็นเสี้ยวพระจันทร์รับกับแสงไฟระยิบระยับสะกดทุกสายตา

ช่วงเวลาแบบนี้แหละ “บอกรัก” ได้เนียนที่สุด



ที่มา Travel.mthai.com

ขอขอบคุณ Yenta4.com

หมายเหตุ : อาจมีการเปลี่ยนแปลงสำนวนที่ใช้เล็กน้อย เพื่อให้เข้ากับความเป็น SmiLelY

แต่ไม่ได้มีการทำให้ความหมายของบทความเดิมเปลี่ยนแปลงไปแต่อย่างใด

วันจันทร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

เงินช่วยเหลือ 5,000 บาท อยากได้ต้องอ่าน !!!

ช่วงนี้น้ำก็ลดลงมากแล้วในแต่ละพื้นที่ ผู้คนก็เริ่มเข้าไปทำความสะอาดบ้านกันแล้ว

สิ่งที่ตามมาก็คือ การพูดถึงเงินช่วยเหลือ 5,000 บาท หลายๆคนคงไม่รู้ว่า

จะต้องทำยังไง ไปทำที่ไหน วันนี้มีคำตอบมาใหจ้า

เป็นรูปภาพอ่านเข้าใจง่ายเหมือนเคย



ส่วนอันนี้เป็นข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาอ่านเพื่อความเข้าใจที่มากขึ้น แล้วความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกัน

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก ดร ธีระชน มโนมัยพิบูลย์


          กทม. ระบุเปิดรับยื่นเรื่องขอรับเงินเยียวยาน้ำท่วมกรุง 5,000 บาท ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ระยะเวลาในการดำเนินการ 45 วันนับจากวันที่ยื่นเอกสาร

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน กรุงเทพมหานครได้มอบหมายให้สำนักงานเขตทั้ง 32 เขต ซึ่งเป็นพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม อำนวยความสะดวกกับประชาชนที่จะมาลงทะเบียนรับเงินเยียวยาหลังละ 5,000 บาทจากรัฐบาล โดยไม่ต้องเรียกขอเอกสารเพิ่มเติมโดยไม่จำเป็น เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องเสียเวลา

          อย่างไรก็ตาม ตามประกาศของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ไม่ได้ระบุว่า ผู้ขอรับเงินเยียวยาจะต้องนำรูปถ่ายบ้านที่ถูกน้ำท่วม หรือหลักฐานการแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมาด้วย และหากประชาชนไม่สามารถนำทะเบียนบ้านมาแสดงเป็นหลักฐานได้ ก็ขอให้สำนักเขตไปตรวจสอบเอาจากสำนักทะเบียนของสำนักงานเขตเอง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน

          ในกรณีบ้านที่น้ำท่วมเป็นสิ่งปลูกสร้างโดยไม่มีทะเบียนบ้าน เช่น บ้านพักคนงาน ให้ใช้พยานบุคคล หรือผู้ที่ผู้อำนวยการเขตเห็นสมควร พร้อมกับแนะนำให้ประชาชนผู้ประสบภัยติดต่อยื่นเรื่องขอรับเงินเยียวยาโดยเร็ว เพื่อที่ทาง กทม. จะส่งเรื่องให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ดำเนินการให้เสร็จสิ้น ภายในระยะเวลาการดำเนินการ 45 วันนับตั้งแต่วันที่ยื่นเอกสาร

สำหรับหลักฐานที่ต้องใช้ในการยื่นขอรับเงินเยียวยานั้น

           กรณีบ้านพักอาศัยที่มีทะเบียนบ้าน ให้เจ้าบ้าน/หัวหน้าครอบครัว/ผู้ได้รับมอบอำนาจ ยื่นคำร้องพร้อมหลักฐานสำเนาบัตรประชาชน, ทะเบียนบ้านที่ประสบภัย กรณีที่ไม่สามารถนำสำเนาทะเบียนบ้านมาแสดงได้ ให้ตรวจสอบจากสำนักทะเบียนของสำนักงานเขตเอง เพื่อขอหนังสือรับรองจากสำนักงานเขต (กรณีมอบอำนาจให้มีหนังสือมอบอำนาจและแนบบัตรประจำตัวประชาชนผู้มอบอำนาจ)

         กรณีเป็นบ้านเช่า ผู้เช่าจะต้องใช้สัญญาเช่า/หนังสือรับรองการเช่าจากเจ้าของบ้านเช่า พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้ร้อง และทะเบียนบ้านที่ประสบภัย กรณีที่ไม่สามารถนำสำเนาทะเบียนบ้านมาแสดงได้ ให้ตรวจสอบจากสำนักทะเบียนของสำนักงานเขตเอง เพื่อขอหนังสือรับรองจากสำนักงานเขต 

         กรณีที่เป็นหัวหน้าครัวเรือนที่ไม่มีเลขที่บ้าน จะต้องใช้บัตรประชาชน, พยานบุคคล หรือหลักฐานอื่นตามที่เขตเห็นสมควร

          เมื่อยื่นเอกสารดังกล่าวต่อสำนักงานเขตแล้ว คณะกรรมการของเขตจะเป็นผู้ตรวจสอบความถูกต้องและออกหนังสือรับรองผู้ประสบภัยให้ต่อไป

[[คู่มือการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย 5,000 บาท]]

        คู่ มือการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยครัวเรือนละ 5,000 บาท สำหรับอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานครตั้งแต่เดือนตุลาคม 2554 จัดทำโดย ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยฯ กรุงเทพมหานคร วันที่ 9 พฤศจิกายน 2554

1. เหตุผลความจำเป็นการช่วยเหลือครัวเรือนละ 5,000 บาท

        เนื่องมาจากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดทางภาคเหนือ ได้ก่อให้เกิดปริมาณน้ำก้อนใหญ่ไหลบ่าเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานครและแผ่ ขยายไปตามพื้นที่เขตต่าง ๆ ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยฯ กรุงเทพมหานคร พิจารณาแล้วเห็นว่า สถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม 2554 จนถึงปัจจุบันเป็นเหตุให้เกิดภาวะน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำเหนือไหลบ่าเข้าในพื้นที่เขตกรุงเทพมหานคร โดยเหตุภัยพิบัติในครั้งนี้เป็นสถานการณ์ค่อนข้างรุนแรง มีปริมาณน้ำเหนือสะสมมาก ทำให้ประชาชนในพื้นเขตต่าง ๆ ของกรุงเทพมหานครได้รับผลกระทบและทรัพย์สินได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก บ้านเรือนที่อยู่อาศัยประจำของราษฎรและทรัพย์สินได้รับความเสียหาย

        ดังนั้น เพื่อเป็นการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนผู้ประสบภัยและเป็นการบำบัดทุกข์บำรุง สุขในเบื้องต้นจึงเห็นควรเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความช่วยเหลือครัวเรือน ผู้ประสบภัยครัวเรือนละ 5,000 บาท เงินช่วยเหลือจำนวนนี้จะเป็นเงินที่ผู้ประสบภัยนำมาใช้จ่ายในการดำรงชีวิต ระหว่างที่กำลังฟื้นฟูสภาพความเสียหาย ยังไม่สามารถประกอบอาชีพเพื่อหารายได้มาเลี้ยงครอบครัว จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้ความช่วยเหลือโดยเร็ว

2. หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการจ่ายเงินช่วยเหลือ

          2.1 หลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือราษฎรผู้ประสบภัยที่มีบ้านเรือนอยู่อาศัยประจำใน ๒ กรณี ดังนี้

                    2.1.1 น้ำท่วมถึงบ้านพักอาศัยโดยฉับพลันและทรัพย์สินได้รับความเสียหาย

                    2.1.2 บ้านพักอาศัยถูกน้ำท่วมขังติดต่อกันไม่น้อยกว่า 7 วัน และทรัพย์สินได้รับความเสียหาย

คำอธิบาย หลักเกณฑ์การจ่ายเงินช่วยเหลือให้ราษฎรผู้ประสบอุทกภัยที่มีที่อยู่อาศัยประสบภัยจะต้องเป็น ไปตามกรณี ดังนี้

                    กรณีตามข้อ 2.1.1 บ้านพักอาศัยจะต้อง...

                    - ถูกน้ำท่วมถึงบ้านโดยฉับพลัน
                    - ทรัพย์สินได้รับความเสียหาย และ
                    - อยู่ในเขตพื้นที่ประกาศภัยพิบัติ

                    กรณีตามข้อ 2.1.2 บ้านพักอาศัยจะต้อง

                    - ถูกน้ำท่วมขังติดต่อกันไม่น้อยกว่า 7 วัน
                    - ทรัพย์สินได้รับความเสียหาย และ
                    - อยู่ในเขตพื้นที่ประกาศภัยพิบัติ

          2.2 เงื่อนไขการให้ความช่วยเหลือราษฎรผู้ประสบภัยที่มีบ้านเรือนอยู่อาศัยประจำ

                    2.2.1 ทั้ง 2 กรณีต้องเป็นบ้านเรือนที่อยู่อาศัยประจำในพื้นที่ประกาศภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินและมี
หนังสือรับรองผู้ประสบภัยที่สำนักงานเขตออกให้เท่านั้น

                    2.2.2 กรณีที่มีผู้ประสบภัยซ้ำซ้อนทั้ง 2 กรณี ให้ได้รับความช่วยเหลือเพียงกรณีเดียว ทั้งนี้การดำเนินการช่วยเหลือทุกขั้นตอนครั้งนี้ให้แล้วเสร็จภายใน 14 วัน

3. ลักษณะครัวเรือนที่อยู่อาศัยที่ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์

          3.1 บ้านพักอาศัยที่มีทะเบียนบ้าน

          3.2 บ้านเช่า ผู้เช่าเป็นผู้ได้รับเงินช่วยเหลือในกรณีบ้านพักอาศัย/บ้านเช่ามีหลายชั้นให้ได้รับเงินช่วยเหลือ
เฉพาะชั้นที่มีน้ำท่วมถึงเท่านั้น

คำอธิบายลักษณะที่อยู่อาศัยของครัวเรือนที่มีสิทธิได้รับความช่วยเหลือจะต้องเป็น

          1. บ้านพักอาศัยที่มีทะเบียนบ้านและถูกน้ำท่วมถึง หรือ

          2. เช่าบ้านอยู่อาศัยและอยู่อาศัยในชั้นที่ถูกน้ำท่วมถึง โดยบ้านเช่านั้นอาจจะแบ่งเช่าเป็นห้อง
หรือเช่าทั้งหลังมีทะเบียนบ้านหรือไม่มีทะเบียนบ้านก็ได้

4. หลักฐานการแสดงสิทธิขอรับการช่วยเหลือ

          4.1 กรณีบ้านพักอาศัยที่มีทะเบียนบ้านให้เจ้าบ้านหรือผู้ได้รับมอบอำนาจขอหนังสือรับรองจาก
สำนักงานเขตเพื่อเป็นหลักฐานการใช้สิทธิ

          4.2 กรณีบ้านเช่าให้ใช้สัญญาเช่าหรือหนังสือรับรองจากเจ้าของบ้านเพื่อขอหนังสือรับรองจาก
สำนักงานเขต

คำอธิบาย หลัก ฐานการแจ้งสิทธิ ได้แก่ หนังสือรับรองจากสำนักงานเขตโดยการรับรองการเช่าบ้านตามข้อ 4.2 ให้พิจารณาตามหลักฐานที่มีอยู่หรือตามข้อเท็จจริง โดยจัดทำเป็นหนังสือและมีผู้รับรองตามที่กำหนดจัดเก็บไว้ที่สำนักงานเขต เพื่อเป็นหลักฐานพร้อมรับการตรวจสอบ

5. การตรวจสอบที่อยู่อาศัยที่ต้องตามหลักเกณฑ์ตามหลักวิทยาศาสตร์และตามหลักความเป็นจริง

        ให้สำนักงานเขตแต่งตั้งคณะกรรมการอย่างน้อย 5 คน ตรวจสอบคำร้องเพื่ออกหนังสือรับรองว่าเป็นผู้มีสิทธิขอรับการช่วยเหลือจริง ในพื้นที่ประสบอุทกภัยและเร่งรัดการจ่ายเงินให้เป็นไปอย่างรวดเร็วเป็นธรรม และทั่วถึง ตลอดจนสร้างความเข้าใจในหลักเกณฑ์และแนวทางการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย ให้กับผู้ปฏิบัติในระดับ
พื้นที่ได้อย่างถูกต้อง

คำอธิบาย ใน การตรวจสอบผู้ประสบอุทกภัย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน-Gristda) ได้ถ่ายภาพและจัดทำรายละเอียดของพื้นที่ที่ประสบภัยไว้ เพื่อใช้เป็นข้อมูลส่วนหนึ่งที่นำมาตรวจสอบความถูกต้องและการตรวจสอบสภาพข้อ เท็จจริงในพื้นที่ที่ขอรับความช่วยเหลือ เพื่อนำมาประกอบหลักฐานการตรวจสอบต่อไป

6. ขั้นตอนการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

          6.1 ศปภ.กทม. จัดให้มีการประชุมชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้อำนวยการเขตและผู้เกี่ยวข้องเกี่ยวกับ
แนวทางการดำเนินการ

          6.2 ศปภ.กทม. ทำรายละเอียดเป็นคู่มือการปฏิบัติงานให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องในทุกพื้นที่เขต

          6.3 ให้คณะกรรมการตามข้อ 5 สำรวจข้อมูลรายละเอียดของผู้ประสบภัยพิบัติ (อุทกภัย) ที่มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือตามมติคณะรัฐมนตรีเพื่อออกหนังสือรับรองของ สำนักงานเขต

          6.4 ให้สำ นักงานเขตจัดพิมพ์รายชื่อผู้มีสิทธิตามหนังสือรับรองที่สำ นักงานเขตออกให้ลงในแบบ ข.1 และ ข.2 และให้ผู้อำนวยการเขตลงนามรับรองในแบบฟอร์มข้อมูลก่อนนำส่งให้ศูนย์อำนวยการ เฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยฯ กรุงเทพมหานคร โดยสำนักยุทธศาสตร์และประเมินผลจะจัดทำรายละเอียดแบบฟอร์มและชี้แจงขั้นตอน การดำเนินการในภายหลัง

          6.5 ศปภ.กทม. ตรวจสอบความถูกต้องแล้วนำเสนอต่อปลัดกรุงเทพมหานครเพื่อลงนามรับรองว่าเป็น ผู้มีสิทธิได้รับความช่วยเหลือตามมติ ครม. นำส่งถึงกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมกับส่งข้อมูล รายละเอียดจำนวนหลังคาเรือนที่ขอรับการช่วยเหลือทาง E-mail Address : bkk5000@hotmail.comทั้ง นี้ ให้ ศปภ.กทม. ทยอยส่งข้อมูลและเอกสารตัวจริงส่งถึงกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยด่วนที่สุด โดยสำนักงานเขตต้องเก็บเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ไว้เพื่อให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบต่อไป

          6.6 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยตรวจสอบข้อมูลรายชื่อที่ได้รับจากกรุงเทพมหา นครแล้วส่งให้ธนาคารออมสินเพื่อจ่ายเงินโดยด่วนที่สุด หลังจากที่ได้รับรายชื่อจากกรุงเทพมหานครและให้ธนาคารออมสินดำเนินการจ่าย เงินให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

          6.7 ในระหว่างที่มีการอนุมัติเพื่อจ่ายเงินช่วยเหลือนั้น ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) จะมอบหมายให้คณะกรรมการอำ นวยการและกำ กับดูแลการจัดทำ ข้อมูลผู้ประสบภัยครัวเรือนละ 5,000 บาท ร่วมด้วยข้าราชการของส่วนราชการที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จ จริงความถูกต้องของการเสนอรายชื่อครัวเรือนและกระบวนการจ่ายเงินช่วยเหลือ ต่าง ๆ หากพบความผิดปกติประการใด จะดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายต่อไป

7. การจ่ายเงินของธนาคารออมสิน

        เมื่อมีการโอนเงินให้ธนาคารออมสินสาขาใดแล้ว ให้ ศปภ.กทม. ประสานงานและดำเนินการจัดทำแผนการจ่ายเงินแก่ผู้ประสบภัยในแต่ละเขตให้แล้ว เสร็จโดยด่วนที่สุด หลังจากได้รับการโอนเงินขอให้สำนักงานเขตประสานธนาคารออมสินกำหนดรายละเอียด การจ่ายเงินตามที่ กรุงเทพมหานครจะได้แจ้งแนวทางวิธีการจ่ายเงินให้ทราบต่อไป โดยผู้รับเงินจะต้องนำหลักฐานไปแสดง ดังนี้

          7.1 หนังสือที่สำนักงานเขตออกให้

          7.2 บัตรประจำตัวประชาชน

          กรณีมารับด้วยตนเอง

          - ให้นำบัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริง ไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่จ่ายเงิน และให้ลงลายมือชื่อรับเงินต่อหน้าเจ้าหน้าที่และให้เจ้าหน้าที่จ่ายเงินลง ลายมือชื่อผู้จ่ายเงิน

          กรณีไม่สามารถมารับได้ด้วยตนเอง

          - หนังสือมอบฉันทะ (ผู้รับมอบฉันทะสามารถรับมอบได้เพียงรายเดียวและครั้งเดียวเท่านั้น
ไม่สามารถมอบฉันทะต่อได้)

          - บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงของผู้มอบและผู้รับมอบฉันทะ

คำอธิบาย ใน การจ่ายเงินให้แก่ผู้ประสบภัยที่มีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือ ให้ธนาคารออมสินดำเนินการตามแผนการจ่ายเงินที่กรุงเทพมหานครได้ประชุมหารือ ร่วมกับธนาคารออมสิน และให้ธนาคารออมสินจัดทำรายงานการจ่ายเงินที่ได้จ่ายเงินให้แก่ผู้มีสิทธิ ได้รับความช่วยเหลือไปแล้วในแต่ละวันส่งให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อรายงานต่อไป

8. แนวทางการปฏิบัติงานของกรุงเทพมหานคร

          8.1 เร่งรัดการสำรวจ ตรวจสอบ ส่งรายชื่อให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อตรวจสอบส่งให้ธนาคารออมสิน โดยด่วนที่สุด โดยให้ทยอยส่งเป็นรายแขวงและเขตที่มีจำนวนครบถ้วนสมบูรณ์พร้อมที่จะจ่ายเงิน ได้
          
          8.2 หลังจากส่งรายชื่อให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแล้ว กรุงเทพมหานครประชุมหารือร่วมกับธนาคารออมสินและกองบัญชาการตำรวจนครบาล ในการกำหนดแผนการจ่ายเงินให้แก่ผู้ประสบภัยให้รวดเร็วทั่วถึง โดยเน้นการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนมากที่สุด

[ภาคผนวก]

          ขั้นตอนการดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินจากอุทกภัย (หลังคาเรือนละ 5,000.- บาท) ศปภ.กทม.

          ตรวจสอบข้อมูลและจัดทำแบบ จ.1 (กรุงเทพมหานคร) เสนอผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครลงนาม

          ศปภ.กทม. จัดส่งข้อมูลให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมส่งข้อมูลรายละเอียดทาง e-mail address: bkk5000@hotmail.comโดยเก็บสำเนาคู่ฉบับ เพื่อให้สำนักงานตรวจสอบแผ่นดินตรวจสอบ

          ศปภ.กทม.ประสานงานและดำเนินการจัดทำแผนการจ่ายเงินแก่ผู้ประสบภัยในแต่ละเขต เพื่อเตรียมความพร้อมเมื่อได้รับเงินโอนจากธนาคารออมสิน

[กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย]

          จัดส่งข้อมูลที่ได้รับจากกรุงเทพมหานครให้ธนาคารออมสิน เพื่อดำเนินการโอนเงินให้กรุงเทพมหานคร ตามที่ทำการสาขาที่ได้แจ้งไว้

สำนักงานเขต

          ตั้งคณะกรรมการ (ไม่น้อยกว่า 5 คน) เพื่อตรวจสอบและกลั่นกรองผู้มีสิทธิรับเงินช่วยเหลือ

          ดำเนินการสำรวจข้อมูลบ้านเรือนที่มีสิทธิรับเงินช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

          จัดทำข้อมูลตามแบบ ท.1 (แขวง) และแบบ อ.1 (เขต) โดยให้ ผู้อำนวยการเขตรับรองแบบ อ.1 (เขต) ส่ง ศปภ.กทม. (ทางเอกสาร และ ทาง e-mail address: bma_flood@hotmail.com) *** ให้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน 14 วัน นับแต่วันที่ได้รับมอบหมาย ***

          ให้สำนักงานเขตแจ้งชื่อสาขาธนาคารออมสินในพื้นที่ เพื่อธนาคารอำนวยความสะดวก ในการจ่ายเงินช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัย

แนวทางการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ครัวเรือนละ 5,000 บาท

1. เหตุผลความจำเป็นเพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วม และเป็นการบำบัดทุกข์บำรุงสุข

           ในเบื้องต้นตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2554 พิจารณาให้ความช่วยเหลือครัวเรือนผู้ประสบภัยครัวเรือนละ 5,000 บาท ซึ่งผู้ประสบภัยจะได้นำมาใช้จ่ายในการดำรงชีวิต ระหว่างที่กำลังฟื้นฟูสภาพความเสียหาย ไม่สามารถประกอบอาชีพหารายได้เลี้ยงครอบครัว จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับความช่วยเหลือโดยเร็ว จำนวน 30 เขต คือ เขตบางซื่อ เขตดุสิต เขตพระนคร เขตสัมพันธวงศ์ เขตสาทร เขตบางคอแหลม เขตยานนาวา เขตคลองเตย เขตบางพลัด เขตบางกอกน้อย เขตธนบุรี เขตคลองสาน เขตราษฎร์บูรณะ เขตคลองสามวา เขตมีนบุรี เขตหนองจอก เขตลาดกระบัง เขตดอนเมือง เขตคันนายาว เขตจตุจักร เขตตลิ่งชัน เขตบางเขน เขตบางแค เขตภาษีเจริญ เขตลาดพร้าว เขตวังทองหลาง เขตสายไหม เขตหนองแขม เขตหลักสี่ และเขตทวีวัฒนา โดยให้ผู้อำนวยการเขตสำรวจ ตรวจสอบข้อมูล และออกหนังสือรับรองจัดทำแบบ ข 1 ,ข 2 ส่งให้ ศปภ.กทม. เพื่อให้ธนาคารออมสินเป็น ผู้จ่ายเงินให้กับผู้ประสบภัย

2. หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการจ่ายเงินช่วยเหลือ

           2.1 หลักเกณฑ์

          กรณีที่ (1) น้ำท่วมถึงบ้านโดยฉับพลัน และทรัพย์สินได้รับความเสียหาย คือ ถูกน้ำท่วมบ้านโดยฉับพลัน ทรัพย์สินได้รับความเสียหาย และอยู่ในเขตพื้นที่ประกาศภัยพิบัติ

          กรณีที่ (2) บ้านพักอาศัยถูกน้ำท่วมขังติดต่อกันไม่น้อยกว่า ๗ วัน และทรัพย์สินได้รับความเสียหาย คือ ถูกน้ำท่วมขังไม่น้อยกว่า ๗ วัน และทรัพย์สินได้รับความเสียหาย และอยู่ในพื้นที่ประกาศภัยพิบัติ

          2.2 เงื่อนไขการให้ความช่วยเหลือราษฎรผู้ประสบภัยพิบัติที่มีบ้านเรือนอยู่อาศัย ประจำ ทั้ง ๒ กรณี ต้องมีหนังสือรับรองผู้ประสบภัยที่ผู้อำนวยการเขตออกให้ และให้รับความช่วยเหลือได้เพียงกรณีเดียว

3. ลักษณะครัวเรือนที่อยู่อาศัยที่ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์

          3.1 บ้านพักอาศัยที่มีทะเบียนบ้านและน้ำท่วมถึง

          3.2 บ้านเช่า ผู้เช่าเป็นผู้ได้รับความช่วยเหลือในกรณีบ้านพักอาศัย/บ้านเช่า/คอนโด/อพา ร์ทเม้นต์ มีหลายชั้นให้ได้รับเงินช่วยเหลือเฉพาะชั้นที่น้ำท่วมถึงและทรัพย์สินเสีย หาย คือ ครัวเรือนนั้นเช่าบ้านอยู่อาศัย และอยู่ในชั้นที่น้ำท่วมถึง โดยบ้านเช่านั้นอาจแบ่งเช่าเป็นห้อง หรือเช่าทั้งหลังมีทะเบียนบ้าน

          3.3 กรณีอื่น ๆ นอกเหนือจาก ข้อ 3.1 และ 3.2 เช่น สิ่งปลูกสร้างที่อยู่อาศัยมีลักษณะถาวร หรือชั่วคราวที่ครัวเรือนอาศัยอยู่เป็นประจำโดยไม่มีทะเบียนบ้าน เช่น บ้านพักคนงาน

4. หลักฐานการแสดงสิทธิขอรับการช่วยเหลือ

          4.1 กรณีบ้านพักอาศัยที่มีทะเบียนบ้านให้เจ้าบ้าน/หัวหน้าครอบครัว/ผู้ได้รับมอบ อำนาจ ยื่นคำร้องพร้อมหลักฐานสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และทะเบียนบ้านที่ประสบภัย (กรณีไม่สามารถนำทะเบียนบ้านมาแสดงได้ ให้ตรวจสอบจากสำนักทะเบียนของสำนักงานเขตเอง) เพื่อขอหนังสือรับรองจากสำนักงานเขต (กรณีมอบอำนาจให้มีหนังสือมอบอำนาจและแนบบัตรประจำตัวประชาชนผู้มอบอำนาจ)

          4.2 กรณีบ้านเช่าให้ใช้สัญญาเช่า/หนังสือรับรองการเช่าจากเจ้าของบ้านเช่า พร้อมหลักฐานสำเนาบัตรประจำตัว ประชาชนผู้ร้อง และทะเบียนบ้านที่ประสบภัย(กรณีไม่สามารถนำทะเบียนบ้านมาแสดงได้ให้ตรวจสอบ จากสำนักทะเบียนของสำนักงานเขตเอง) เพื่อขอหนังสือรับรองจากสำนักงานเขต

          4.3 หลักฐานอื่น ๆ ตามข้อ 3.3 ให้ใช้พยานบุคคล หรือที่ผู้อำนวยการเขตเห็นสมควร กรณีมีข้อสงสัย/สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศปภ.กทม. หมายเลขโทรศัพท์ 0 2223 1835

[หนังสือรับรองผู้ประสบภัย]

หากมีข้อสงสัย/สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศปภ.กทม. โทร. ๐ ๒๒๒๓ ๑๘๓๕
เลขที่......................./๒๕๕๔ สำนักงานเขต..............................

[หนังสือรับรองผู้ประสบภัยประเภทบุคคลธรรมดา]

หนังสือ ฉบับนี้ให้ไว้เพื่อรับรองว่า.......................................... เกิดวันที่..........เดือน....................พ.ศ...............
เลข ประจำตัวประชาชน / หนังสือเดินทางเลขที่ / อื่น ๆ (ถ้า มี)...................................................................................................
ที่ อยู่ที่ประสบสาธารณภัย บ้านเลขที่..................หมู่ที่/หมู่ บ้าน................................ ตรอก/ซอย...................................................
ถนน................................ แขวง...................................... เขต......................................กรุงเทพมหานคร รหัสไปรษณีย์..................
โทรศัพท์....................................... ที่อยู่ตามทะเบียนบ้านหรือที่อยู่ที่ติดต่อได้ บ้านเลขที่...............หมู่ที่/หมู่บ้าน.........................
ตรอก/ซอย................................................... ถนน................................ แขวง...................................... เขต.....................................
กรุงเทพมหานคร รหัสไปรษณีย์............................โทรศัพท์..............................................
เป็นผู้ประสบภัยหรือได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ อุทกภัย.........................(ระบุประเภทของสาธารณภัยและสถานที่เกิดภัย)
เมื่อ.............................................................................(วัน เดือน ปี เวลา ที่เกิดภัย)

ความ เสียหายของผู้ประสบภัย ตามบัญชีความเสียหายแนบท้ายหนังสือรับรองของผู้ประสบภัยประเภทบุคคลธรรมดา ฉบับนี้ผู้ประสบภัยมีสิทธิ์ที่จะได้รับการสงเคราะห์และการฟื้นฟูจากหน่วยงาน ของทางราชการ ด้านใดด้านหนึ่ง
หรือหลายด้านตามเงื่อนไข หลักเกณฑ์ และแนวทางที่หน่วยงานนั้นกำหนด รายละเอียดตารางแสดงสิทธิที่จะได้รับ
จากทางราชการปรากฎตามแนบท้าย

ให้ ไว้ ณ วันที่................... เดือน..................................................... พ.ศ..........................................
ลงชื่อ ...........................................................................
(.........................................................................)
ตำแหน่ง .......................................................................
ผู้อำนวยการ..................................................................
(พิมพ์ชื่อเต็ม และตำแหน่ง / ประทับตราส่วนราชการ)

หมายเหตุ หากมีการขูด ลบ หรือแก้ไขข้อความในหนังสือรับรองและบัญชีแนบท้าย จะต้องลงชื่อผู้มีอำนาจออกหนังสือรับรองและประทับตรากำกับไว้ทุกแห่ง

[คำร้องขอรับการสงเคราะห์ผู้ประสบภัย (น้ำท่วม)]

1. ชื่อผู้ยื่นคำร้อง นาย/นาง/นางสาว..........................................ชื่อ สกุล..............................................................
เลขประจำตัวประชาชน
อยู่บ้านที่ประสบอุทกภัยเลขที่.................................. เลขหมายประจำบ้าน
หมู่ ที่/หมู่บ้าน................................ ตรอก/ซอย................................ ถนน............................... แขวง....................................
เขต........................................... กรุงเทพมหานคร รหัสไปรษณีย์.....................
หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ.................................................
อยู่ ในชุมชน........................................................ ประสบภัยเมื่อ ........................................................................................
2. กรณีอุทกภัยที่เกิด
น้ำท่วมฉับพลันและทรัพย์สินได้รับความเสียหาย
น้ำท่วมขังเป็นเวลา 7 วันขึ้นไปและทรัพย์สินได้รับความเสียหาย
3. ประกอบอาชีพ
รับราชการ รับจ้าง ค้าขาย อื่นๆ.................................
4. สภาพที่ประสบอุทกภัย (น้ำท่วม)
ท่วมทั้งหลัง
ท่วม บางส่วน (ระบุความเสียหาย) ....................................................................................................
...................................................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................................
5. มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเลขที่ที่ประสบอุทกภัยหรือไม่
มี ไม่มี
6. อยู่ในบ้านเลขที่ที่ประสบอุทกภัยในฐานะ
เจ้าบ้าน ผู้อาศัย ผู้เช่า อื่นๆ (ระบุ)................................................................
7. บ้านที่ประสบอุทกภัยปลูกสร้างในที่ดิน
ของตนเอง ที่เช่า ที่สาธารณะ อื่นๆ (ระบุ) ...............................
8. ลักษณะของบ้านที่ประสบอุทกภัย
บ้านไม้ บ้านครึ่งตึกครึ่งไม้ ตึกแถว คอนโด/อพาร์ทเมนท์ อื่นๆ (ระบุ)...............................
ขอรับรองว่าเป็นความจริงทุกประการ
ลงชื่อ....................................................................ผู้ยื่นคำร้อง
(...................................................................)

[หลักฐานประกอบ]

รูปถ่าย หนังสือรับรองของผู้ให้เช่า/หนังสือรับรองของประธานชุมชน
สำเนาทะเบียนบ้าน หนังสือมอบอำนาจ กรณีผู้มีสิทธิไม่สามารถมาดำเนินการด้วยตนเอง
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบ
หนังสือสัญญาเช่า อื่นๆ (ระบุ) ...........................................................
แขวง............................................
เขต...............................................
คำรับรอง
เขียนที่............................................................
.......................................................................
ข้าพเจ้า นาย/นาง/นาง สาว............................................................................................ อายุ......................ปี
ที่อยู่บ้านเลขที่.............หมู่ ที่/หมู่บ้าน............................. ตรอก/ซอย...........................ถนน.......................แขวง
............................ เขต.........................กรุงเทพมหานคร ขอให้คำรับรองต่อสำนักงานเขต.................... ว่า ข้าพเจ้าประธาน
ชุมชน/เจ้าของบ้านเช่า
....................................................................... ขอรับรองว่า นาย/นาง/นาง สาว.............................................................................
อายุ..........................ปี ที่อยู่บ้านเลขที่.............หมู่ที่/หมู่ บ้าน.............................ตรอก/ซอย...........................ถนน
....................... แขวง............................เขต.........................กรุงเทพมหา นคร เป็นผู้ประสบอุทกภัย และได้รับความเดือดร้อนอย่างแท้จริง
รับรองไว้ ณ วันที่.................เดือน...................................พ.ศ...................................
ลงชื่อ..................................................................ประธานชุมชน/เจ้าของบ้านเช่า
(................................................................)
ลงชื่อ..................................................................พยาน
(................................................................)
ลงชื่อ..................................................................พยาน
(................................................................)

หมายเหตุ สิ่งที่ต้องแนบมาพร้อมคำรับรองนี้
บัตรประจำตัวประธานชุมชนหรือบัตรประชาชนของผู้รับรองพร้อมเซ็นชื่อรับรอง ๑ ชุด

[Download เอกสาร]

http://www.bangkokgis.com/flood/ann-bma/สรุปแนวทาง%20หลักเกณฑ์%20ขั้นตอน%20การจ่ายเงิน%20๕๐๐๐.pdf



ขอบคุณ : kapook.com


 

วันจันทร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

EM Ball ใช้ได้ ชัวร์ หรือ มั่ว ?!!!

หลังจากที่มีกระแสออกมาจากท่านผู้หนึ่งว่า EM Ball นั่นใช้แก้ปัญหาน้ำเสียจากภาวะน้ำท่วมนี่ไม่ได้

ก็ทำให้ประชาชนสับสนเป็นอย่างมาก และที่สำคัญกว่านั้น หากใช้ไม่ได้จริง แล้วที่อาสาสมัครไปร่วมปั้นกันเป็นหมื่นๆลูกล่ะ? คำถามมากมายเกิดขึ้นในจิตใจของประชาชนทั้งหลาย

วันนี้เราเลยมีข้อมูลมาฝากกัน จะเรียกว่าข้อมูลก็ไม่ถูกนัก เหมือนเป็นคำโต้แย้งมากกว่า แต่ก็มีเหตุผลพอตัวนะ ลองอ่านกันดู

ขอร้องว่า"กรุณาอ่านให้จบ!!"


__________________________________________________________________________________



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก youtube.com โพสต์โดย poramateminsiri 

          กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ออกมาโต้นักวิชาการจุฬาฯ อีเอ็มบอลใช้การได้จริง แจงไม่ควรพูดตอนนี้ ทำให้ประชาชนสับสน

          สืบเนื่องจากกรณีที่ นายธงชัย พรรณสวัสดิ์ ศาสตราจารย์กิตติคุณ ภาควิชาวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงอีเอ็มบอลว่าไม่ช่วยให้น้ำหายเน่าเสียได้ เนื่องจากองค์ประกอบในอีเอ็มนั้นคือสารอินทรีย์ การเอาไปใส่ในน้ำจะทำให้ยิ่งเน่าเสียมากยิ่งขึ้น

          ล่าสุดวานนี้ (5 พฤศจิกายน) นายโชติ ตราชู ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ให้สัมภาษณ์โดยยืนยันว่า อีเอ็มที่ ทส.โดยกรมทรัพยากรน้ำ และกรมควบคุมมลพิษใช้อยู่ เป็นวัสดุที่มีผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นสูตรของกรมพัฒนาที่ดิน (พด.6) ใช้มาแล้วกว่า 20 ปี มีห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ (แล็ป) และมีงานวิจัยรับรองที่ชัดเจน ซึ่งที่ผ่านมาก่อนที่กรมควบคุมมลพิษจะนำไปใช้ในแหล่งน้ำเสียที่ใดก็จะต้องทำงานอย่างมีขั้นตอน ได้แก่

          1. ไปเก็บตัวอย่างน้ำ เพื่อใช้ในการวัดปริมาณอ๊อกซิเจนที่ละลายอยู่ในน้ำ

          2. นำอีเอ็ม บอลล์ หรืออีเอ็ม น้ำ นำไปใส่ตามปริมาณน้ำที่คำนวณไว้

          3. อีกประมาณ 3-4 วันก็จะไปเก็บตัวอย่างน้ำในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อวัดปริมาณอ๊อกซิเจนที่ละลายในน้ำอีกครั้ง ซึ่งพบว่าปริมาณอ๊อกซิเจนเพิ่มขึ้น แสดงว่าคุณภาพน้ำดีขึ้น

          พร้อมกันนี้นายโชติ ยังกล่าวรับรองด้วยว่า ไม่ใช่ป้าเชงแน่นอน เพราะว่าคนที่ทำคือนักวิทยาศาสตร์เหมือนกัน เรียนก็เรียนมาเท่ากัน ก่อนจะมาพูดอะไรคิดว่าน่าจะมีการถกเถียงในเชิงวิชาการกันก่อน แต่ไม่ควรออกมาพูดอย่างนี้ ในช่วงนี้เวลานี้ เพราะจะทำให้ประชาชนเกิดความสับสน อย่างไรก็ตาม ทส.จะแถลงเรื่องนี้อย่างเป็นทางการอีกครั้ง โดยจะนำนักวิทยาศาสตร์ที่ได้ไปร่ำเรียนมาจากเมืองนอก ซึ่งทำงานด้านนี้โดยตรงมาชี้แจงให้ประชาชนฟังอีกครั้ง

__________________________________________________________________________________


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก "มติชลออนไลท์"

[5 พฤศจิกายน] ผู้ผลิตโต้นักวิชาการจุฬาฯ ไม่รู้จัก EM Ball จริง

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม 

          หลังจากที่กลุ่มอาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ออกมาตั้งข้อสงสัยถึงประสิทธิภาพของ EM Ball ลูกบอลมหัศจรรย์ ว่าสามารถแก้ปัญหาน้ำเน่าเสียได้จริงหรือไม่ เนื่องจากแม้ว่า EM Ball เป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีความสามารถเฉพาะในการย่อยสลายสารอินทรีย์ก็จริง แต่ปัญหาน้ำเน่านี้เกิดจากการที่สารอินทรีย์ในน้ำมีปริมาณสูง เมื่อเกิดการย่อยสลายโดยจุลินทรีย์จึงส่งผลให้ออกซิเจนในน้ำซึ่งมีอยู่อย่าง จำกัดอยู่แล้ว กลับมีปริมาณลดลงไปอีก และในที่สุดอาจก่อให้เกิดสภาวะไร้อากาศซึ่งส่งกลิ่นเหม็น และส่งผลเสียต่อปลาและสัตว์น้ำต่าง ๆ

          นอกจากนี้ จุลินทรีย์ใน EM ไม่มีความสามารถในการสร้างออกซิเจนแต่อย่างใด อีกทั้ง องค์ประกอบของ EM ball ก็เป็นสารอินทรีย์เช่นกัน ทั้งกากน้ำตาลและรำข้าว ซึ่งหากโยน EM ball ลงในแหล่งน้ำจึงเปรียบเสมือนการเพิ่มปริมาณสารอินทรีย์ให้กับแหล่งน้ำ ทำให้น้ำต้องใช้ออกซิเจนในการย่อยสลายเพิ่มมากขึ้นไปอีก ดังนั้น กล่าวได้ว่าการเติม EM นอกจากจะไม่ช่วยสร้างออกซิเจนแล้ว ยังส่งผลทำให้เกิดปัญหาน้ำเน่าเสียที่รุนแรงขึ้นกว่าเดิมจากการลดลงของ ปริมาณออกซิเจนในน้ำ รวมถึงมีปริมาณสารอินทรีย์เพิ่มสูงขึ้นอีกด้วยนั้น

           ล่าสุดวันที่ 5 พฤศจิกายน นายสนัส หนูสวี รองประธานมูลนิธิเกษตรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้ริเริ่มการผลิตอีเอ็ม บอลล์ อย่างจริงจังคนแรกของภาคใต้ ออกมากล่าวว่า อยากถามว่า ศ.ดร. ธงชัย พรรณสวัสดิ์ ประธานสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย และ กลุ่มอาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ว่า EM Ball อาจไม่ช่วยบำบัดน้ำเสียจากน้ำท่วม รู้จัก EM Ball แค่ไหน ขณะนี้เกิดน้ำท่วมน้ำเน่าเหม็นชาวบ้านเดือนร้อนไปทั่ว และต้องการให้มีการบำบัดน้ำที่เสียให้ดีขึ้น การออกมาแสดงความคิดเห็นดังกล่าวไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น แถมยังจะทำให้น้ำเน่าเสียนานกว่าเดิม

           ทั้งนี้ นายมนัส เผยอีกว่า น้ำที่เน่าเสียจากน้ำท่วมถือว่าเล็กน้อย เมื่อเทียบกับน้ำเสียจากบ่อขยะ แม้ว่าการโยน EM Ball บำบัดน้ำเสียจากน้ำท่วมอาจจะไม่ชัด แต่ขอให้นักวิชาการไปตักน้ำเสียในคลองไหนก็ได้ที่ กทม.มาพิสูจน์จะได้รู้กัน

          ขณะที่ นายประวิทย์ ภูมิระวิ ผู้รับผิดชอบการผลิต EM Ball ศูนย์การเรียนรู้ตามศาสตร์พระราชา โครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ตามพระราชดำริ ต.บางลึก อ.เมือง จ.ชุมพร กล่าวว่า ไม่ต้องเสียเวลาพิสูจน์ ถ้าส้วมเหม็น ก็ลองทุบใส่ดู 2-3 วันกลิ่นหายไปก็หมายความว่าใช้ได้ ถ้าน้ำเสียมีกลิ่น โยนลงไปดู น้ำดีขึ้นกลิ่นหายไปก็แสดงว่าใช้ได้


EM Ball อีกหนึ่งตัวช่วย แก้ปัญหาน้ำเน่า

        "น้ำท่วมพอทนได้ แต่น้ำเน่าสิเกินทน" หลายเสียงของชาวบ้านในกรุงเทพมหานครที่ประสบปัญหาน้ำท่วมขังกำลังโอดโอยอย่างหนัก เนื่องจากน้ำที่ไหลมาจากภาคกลาง ผ่านอะไรต่อมิอะไรมามากมายกว่าจะลงมาถึงกรุงเทพฯ ทำให้ขณะนี้น้ำที่ท่วทขังมาหลายเดือนได้เน่าเสียจนส่งกลิ่นเหม็นที่ทรมานประสาทการดมกลิ่นไปเสียแล้ว

         อย่างไรก็ตาม ยังมีหนึ่งวิธีที่พอจะช่วยบรรเทาปัญหาน้ำเน่าเสียเช่นนี้ได้ ก็คือ การใส่ EM Ball ลงไปในน้ำเน่า ว่าแต่ EM Ball คืออะไรล่ะ??

        EM Ball (อีเอ็มบอล) ย่อมาจาก Effective Microorganism Ball หมายถึง กลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ มีลักษณะเป็นของเหลว สีน้ำตาล กลิ่นหวานอมเปรี้ยว ซึ่ง ศ.ดร.เทรูโอะ ฮิงะ นักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญสาขาพืชสวน มหาวิทยาลัยริวกิว เมืองโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น เป็นผู้คิดค้นขึ้น เพื่อจะนำมันมาใช้บำบัดน้ำเน่าเสีย ช่วยปรับสภาพความสมดุลของสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งช่วยลดการแพร่ระบาดของเชื้อโรคได้

        ทั้งนี้ EM Ball ถือเป็นสิ่งมีชีวิตที่เกิดจากกระบวนการย่อยสลายสารอินทรีย์ ทั้งซากพืช ซากสัตว์ ซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต ประกอบไปด้วยก้อนจุลินทรีย์ธรรมชาติสามกลุ่ม คือ จุลินทรีย์ที่ผลิตกรดแลกติก ยีตส์ และจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง ซึ่งจะช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศ ช่วยย่อยตะกอนให้กลายเป็นอาหารของสัตว์เล็ก ๆ ช่วยเพิ่มจุลินทรีย์ชนิดดีในน้ำทำให้เกิดการย่อยสลายที่มากขึ้น และเพิ่มปริมาณออกซิเจนในน้ำ ทำให้สภาพของน้ำสมดุล

        อย่างไรก็ตาม การเก็บรักษา EM Ball นั้นต้องเก็บไว้ในที่ร่ม อุณหภูมิประมาณ 20-45 องศาเซลเซียส และหากยังไม่ได้เปิดใช้สามารถเก็บไว้ได้นาน 1 ปี แต่ถ้าเปิดใช้แล้ว จะสามารถเก็บไว้ได้เพียง 6 เดือนเท่านั้น


ทีนี้เรามาดูการทำ EM ball หรือ จุลินทรีย์บอลกัน


 [ส่วนผสมส่วนที่ 1]

        1. รำละเอียด 2 ส่วน

        2. แกลบป่น หรือ รำหยาบ 1 ส่วน

        3. ดินทราย หรือ โคลนตะกอน 1 ส่วน

[ส่วนผสมส่วนที่ 2]

        1. น้ำยา EM 10 ช้อนแกง

        2. กากน้ำตาล 10 ช้อนแกง

        3. น้ำสะอาด 10 ลิตร


[วิธีทำ]

        1. นำส่วนผสมที่ 1 มาคลุกเคล้ากับส่วนผสมที่ 2

        2. วัดความชื้นพอเหมาะ ปั้นเป็นก้อนกลม หรือดัดแปลงได้ตามต้องการ (ก้อนขนาดลูกเปตองสามารถบำบัดน้ำได้ 10 ลูกบาศก์เมตร)

        3. นำไปวางไว้ในที่ร่มจนแห้งสนิท แล้วจึงสามารถนำไปใช้ได้ โดยจะใช้เวลาประมาณ 3 วัน เพื่อรอให้จุลินทรีย์เจริญเติบโต

        เมื่อปั้น EM Ball ได้จำนวนตามต้องการแล้ว ทีนี้ก็ถึงเวลานำ EM Ball ไปใช้ โดยให้โยน หรือเหวี่ยงไปทั่ว ๆ บริเวณน้ำเน่าเสีย ใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ น้ำจะมีคุณภาพดีขึ้น



        สำหรับใครที่มีเวลาว่าง วันที่ 5 พฤศจิกายนนี้ ชวนพรรคพวกเพื่อนฝูงไปช่วยกันปั้น EM Ball ให้ได้ 1 แสนลูก ที่ชั้น 1 อัมรินทร์พลาซ่า ถ.เพลินจิต (รถไฟฟ้าชิดลม) ตั้งแต่เวลา 11.00-18.00 น. ด้วยกันนะคะ และสำหรับบ้านไหน ชุมชนใดที่กำลังเดือดร้อนกับปัญหาน้ำขังและส่งกลิ่นเหม็น สามารถติดต่อขอรับ EM Ball ได้ในงานเดียวกันนี้ จำกัดบ้านละ 30 ลูก โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น

        นอกจากนี้ ในวันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน การไฟฟ้านครหลวง ก็ขอเชิญชวนอาสาสมัครมาร่วมปั้น EM Ball 50,000 ลูก ณ ลานเอนกประสงค์ อาคารสำนักงานใหญ่ เพลินจิต การไฟฟ้านครหลวง รอบเช้า เวลา 09.00-12.00 รอบบ่าย เวลา 13.00-16.00 น.

__________________________________________________________________________________

[แถม]


วิดีโอสอนทำจุลินทร์บอล และน้ำ EM

__________________________________________________________________________________






ขอบคุณ : kapook.com , มติชลออนไลท์ และ Youtube.com

วันจันทร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ปิดถนนเพิ่ม 24 สาย !!!


รวบรวมมาแจ้ง เอาไว้วางแผนก่อนเดินทาง 

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
 
          บช.น. จัดจราจรเตรียมรับคนกลับกรุงเทพฯ พร้อมปิดถนนเพิ่มเป็น 24 สาย หลังจากน้ำท่วมพื้นที่กรุงเทพฯ
 
          เมื่อวานนี้ (30 ตุลาคม) กองบัญชาการตำรวจแห่งชาติ (บช.น) ได้จัดการทำแผนรองรับประชาชนที่เดินทางกลับเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพฯ ดังนี้
 
          1. ให้ทุก สน. จัดกำลังตำรวจจราจรบริการทั่วพื้นที่ที่คาดว่าประชาชนจะเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคม เวลา 22.00 น. เป็นต้นไป
 
          2. เตรียมพร้อมในเส้นทางด้านทิศตะวันออกและทิศใต้มากเป็นพิเศษ เพราะเป็นทางเลี่ยงที่ประชาชนใช้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ ได้แก่ ถนนบางนา-ตราด บูรพาวิถี ทางด่วนกาญจนาพิเษกเชื่อมวงแหวนตะวันออก-ถนนพระราม 2 (บางขุนเทียน) ถนนเพชรเกษม ถนนพระราม 2 ทางด่วนกาญจนาพิเษกเชื่อมถนนพระราม 2-บางนาตราด
 
          3. สั่งให้ สน. ที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วม จัดทำเส้นทางเลี่ยงให้ประชาชนเห็นอย่างชัดเจน

          4. เคลื่อนย้ายรถที่จอดบนทางด่วนหรือสะพานข้ามแยกต่าง ๆ
 
          และทาง บช.น. ได้ประกาศปิดการจราจรเพิ่มอีก 24 สาย ดังนี้
 
[ทิศเหนือ] ได้แก่
 
          1. ถนนวิภาวดีรังสิต ขาเข้า ปิดการจราจรตั้งแต่แยกอนุสรณ์สถานถึงแยกหลักสี่   ขาออก ปิดการจราจรตั้งแต่แยกหลักสี่เป็นต้นไป 

          2. ถนนพหลโยธิน ขาเข้า-ขาออก ปิดการจราจรตั้งแต่แยกอนุสรณ์สถานถึงพหลโยธิน 48

          3. ถนนกำแพงเพชร 6 (ถ.โลคัลโรด) ขาเข้า-ขาออก ปิดการจราจรตั้งแต่หน้าหมู่บ้านเมืองเอก ถึงแยกการเคหะทุ่งสองห้อง

          4. ถนนสรงประภา ขาเข้า-ขาออก ปิดการจราจรตั้งแต่แยกศรีสมานถึงแยก กสบ.

          5. ถนนเชิดวุฒากาศ ปิดการจราจรตลอดสาย

          6. ถนนโกสุมร่วมใจ ปิดการจราจรตลอดสาย

          7. ถนนเดชะตุงคะ ปิดการจราจรตลอดสาย

          8. ถนนเวฬุวนาราม (วัดไผ่เขียว) ปิดการจราจรตลอดสาย

          9. ถ.แจ้งวัฒนะ ซอย 14 ปิดการจราจรตลอดสาย

          10. ถ.เลียบคลองสอง ขาเข้า-ขาออก ปิดการจราจรตั้งแต่แยกพลาธิการกองทัพอากาศ ถึงแยกสะพานปูน

          11. ถนนจันทรุเบกษา ขาเข้า-ขาออก ปิดการจราจรตั้งแต่แยกโรงเรียนนายเรืออากาศ (คปอ.) ถึงแยกจันทรุเบกษา

          12 .ถนนวัชรพล ขาเข้า-ขาออก ปิดการจราจรตั้งแต่แยกตัดถนนเพิ่มสิน ถึงหน้าโรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภช

          13. ถนนเพิ่มสิน ถนนเชื่อมพหลโยธิน 54/1 กับถนนสุขาภิบาล 5 ปิดการจราจรตลอดสาย
 
[ด้านทิศตะวันตก] ได้แก

          1. ถนนจรัญสนิทวงศ์ ขาเข้า-ขาออก ปิดการจราจรช่วงแยกบางพลัด ถึง สะพานพระราม 7 ช่วงแยกบรมราชชนนี ถึงแยกบางขุนนนท์

          2. ถนนสิรินธร ขาเข้า-ขาออก ปิดการจราจรตั้งแต่แยกบางพลัดถึงทางต่างระดับสิรินธร

          3. ถนนอรุณอัมรินทร์ ขาเข้า-ขาออก ปิดการจราจรตั้งแต่แยกอรุณอัมรินทร์ถึงแยก รพ.ศิริราช

          4. ถนนบรมราชชนนี ขาเข้า-ขาออก ปิดการจราจรช่วงเชิงสะพานพระปิ่นเกล้าถึงทางต่างระดับสิรินธร (สายใต้เก่า) ช่วงพุทธมณฑล ตั้งแต่แยกพุทธมณฑลสาย 2 ถึงแยกพุทธมณฑลสาย 4

          5. ถนนทางคู่ขนานลอยฟ้า ขาเข้า-ขาออก ปิดการจราจร ตั้งแต่ทางขึ้น-ลงตลิ่งชัน ถึงทางขึ้น-ลงพุทธมณฑลสาย 3

          6. ถนนพุทธมณฑลสาย 3 ขาเข้า-ขาออก ปิดการจราจรตั้งแต่แยกตัดถนนบรมราชชนนี ถึงแยกอุทยาน

          7. ถนนอุทยาน ขาเข้า-ขาออก ปิดการจราจรตั้งแต่แยกอุทยานถึงแยกตัดถนนพุทธมณฑลสาย 3 

          8.ถนนศาลาธรรมสพน์ ขาเข้า-ขาออก ปิดการจราจรตลอดสาย

          9. ถนนพุทธมณฑลสาย 2 ขาเข้า-ขาออก ตั้งแต่แยกตัดถนนบรมราชชนนีถึงแยกทศกัณฑ์




[27 ตุลาคม] กทม. ปิดเส้นทางจราจรแล้ว 7 สาย (ไอเอ็นเอ็น)

          บก.02 แจ้ง ถนนใน กทม. ปิดการจราจรแล้ว 7 สาย หลังถูกน้ำท่วม จนไม่สามารถใช้การได้

          ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02) แจ้งว่า ในวันที่ 26 ต.ค. มีถนนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ต้องปิดการจราจร เนื่องจากเกิดน้ำท่วมขังแล้วหลายสาย แบ่งเป็นทางด้านทิศเหนือ 5 สาย ได้แก่ 

           1. ถนนวิภาวดี-รังสิต จากสุดเขตกรุงเทพมหานคร ถึงสะพานกลับรถแยกหลักสี่

           2. ถนนพหลโยธิน จากสุดเขตกรุงเทพมหานคร ถึงตลาดสะพานใหม่ 

           3. ถนนกำแพงเพชร 6 จากสุดเขตกรุงเทพมหานคร ถึงสถานีรถไฟดอนเมือง 

           4. ถนนสรงประภา จากแยกวัดสีกัน ถึงแยกประชาอุทิศ 

           5. ถนนเวฬุวนาราม เชื่อมต่อซอยแจ้งวัฒนะ 14 ตลอดเส้นทาง 

          ส่วนด้านทิศตะวันตกมี 2 สาย ได้แก่ 

           1. ถนนจรัญสนิทวงศ์ ขาเข้า ตั้งแต่ซอยจรัญสนิทวงศ์ 84-72 ขาออกจากซอยจรัญสนิทวงศ์ 75/1-89 

           2. ถนนสิรินธร ขาเข้าจากต่างระดับสิรินธร ถึงซอยสิรินธร 2 ขาออก ตั้งแต่ซอยสิรินธร 7 บริเวณห้างตั้งฮั่วเส็ง ถึงต่างระดับสิรินธร


ขอบคุณ : kapook.com

วันพุธที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2554

แผนรองรับฉุกเฉินกรณีกรุงเทพน้ำท่วม !!!

ช่วงนี้ดูข่าวก็เห็นว่า มีแววน้ำท่วมเข้ากรุงเทพแน่นอน เห็นทีว่าแค่กำลังทหารและประชาชนคงมีไม่พอแล้วถ้าปริมาณน้ำขนาดนี้ (อย่าไปพูดถึงรัฐเลยเนอะ ไม่เห็นกันอยู่ หึ)

ดังนั้นจึงมีผู้เขียนแผนรองรับอันนี้ขึ้นมา  SmiLelY อ่านแล้วก็เห็นว่าเป็นแผนที่ดีเหมือนกัน

ก็เลยเอามาแชร์ให้ดู เพื่อว่าเพื่อนๆ พี่ๆ จะเอาไปปรับใช้กับตัวเองได้ ลองอ่านดูนะ



เขียนโดย คุณคณานันท์ ทวีโภค รักในหลวง เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2011 เวลา 17:31 น.

          เป็นแผนรองรับกรณีฉุกเฉินหากเกิดสถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงในเขตกรุงเทพมหานคร เนื่องจากมีผู้อาศัยอยู่หนาแน่นมาก ประชากรเกือบ 10 ล้านคน หากไม่ได้จัดเตรียมแผนฉุกเฉินสำรอง ย่อมเกิดความโกลาหลและความยากลำบากต่อพี่น้องประชาชนอย่างยิ่ง ตอนพิมพ์อยู่ก็ได้ข่าวมาตามที่คาดไว้อีกแล้ว ขอให้ส่งแชร์ด่วนที่สุดครับ

ขอเริ่มที่ [ภาคประชาชน] อย่างพวกเรากันก่อน

          - เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ในกรณีที่เกิดน้ำท่วมรุนแรงที่สุดเอาไว้ก่อน แต่ละบ้านแต่ละครอบครัวปรับแผน รับมือเป็นลำดับ(ตามสถานการณ์ ตามพื้นที่ ตามความพร้อม)

          - วิเคราะห์ก่อนว่าบ้านของเราเสี่ยงต่อการถูกน้ำท่วมแค่ไหน หากท่วมน้ำจะมาทางด้านไหนของเมือง น้ำไหลเข้าบ้านจากจุดไหนได้บ้าง ติดตามข่าว ปรับระดับการเตรียมพร้อม

          - กันน้ำเข้าบ้านเรือน

          - นำข้าวของเก็บขึ้นที่สูง เก็บของมีค่า และเอกสารสำคัญเอาไว้เป็นหมวดหมู่

          - จัดระเบียบ จัดเตรียมอาหารน้ำของใช้จำเป็นต่อชีวิตเอาไว้ใกล้มือ ใกล้ตัว

          - หากมีเครื่องกรองน้ำ มีภาชนะขวดใส่น้ำได้ ให้กรอกน้ำดื่มสะอาดเตรียมเอาไว้ก่อน ให้มากที่สุด

          - อาหารเตรียมเอาไว้ สำรองให้ได้ 1 เดือน ไม่จำเป็นต้องเป็นมาม่า ปลากระป๋อง ลองคิดให้แตกต่างดู อาหารที่ชอบจะได้ไม่เครียดเกินไป

          - ยาประจำตัว เน้นยาแก้น้ำกัดเท้า ผื่นคัน แก้ไข้

          - หาอุปกรณ์ชูชีพ แพสำหรับทุกคนในบ้าน ในกรณีที่อาจต้องออกมาภายนอกบ้านหรืออพยพ ซึ่งอาจทำเองจากขวดน้ำพลาสติก

          - จัดหาวิทยุที่ใช้ถ่านไฟฉายมาเอาไว้สำหรับฟังข่าวสาร หากไม่มีไฟฟ้า

          - นำรถไปจอดในที่สูง

          - เตรียมหนังสือดี ๆ เอาไว้อ่าน หนังสือธรรมมะ เพลงเพราะ ๆ เพื่อปรับอารมณ์ไม่ให้เครียด

          - หากมีเวลาและความสามารถพอ ปลูกต้นไม้กินใบง่าย ๆ ปักชำใส่กระถางแขวนเอาไว้ แยกเอาไว้ให้มากที่สุด

          - วางแผนอพยพ คิดหาข้อมูลสถานที่ที่ใกล้ที่สุด รวมทั้งวิธีการเดินทาง การเคลื่อนย้าย

          - หากเกิดน้ำท่วม ฝึกที่จะคิดในแง่บวก มองโลกในแง่ดี อย่าใช้อารมณ์กันในบ้าน เพราะจะทำให้บดบังสติปัญญาในการแก้ปัญหา

          - เอื้อเฟื้อ แบ่งปันกันในครอบครัว  ช่วยเหลือเพื่อนบ้าน เตือนเพื่อนบ้านให้เตรียมตัวเอาไว้ จำเอาไว้ว่าหากคนรอบข้างคุณลำบาก นั่นคือเราทุกคนลำบากด้วยต้องช่วยกัน ความหวัง ความเชื่อมั่น การมองโลกในแง่ดีจะช่วยให้ผ่านพ้นเหตุการณ์ไปได้ครับ ขอให้ปลอดภัย


[ภาคของวัด (โบสถ์ มัสยิด)]

          - เนื่องจากทุก ๆ คนเดือดร้อนกันไปหมด จนบางครั้งเราปล่อยปละละเลย หรือหลงลืมนึกถึงวัดและพระ และหลายต่อหลายครั้งยามยาก วัดนี่ล่ะที่เป็นที่พึ่งพิงในยามเกิดภัยพิบัติ

           - ถวายข้อมูลให้พระท่านได้ทราบและเตรียมการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วยพระท่านเตรียมขนของขึ้นที่สูง

           - ช่วยกันป้องกันเขตศาสนสถานสำคัญ

           - ช่วยพระท่านจัดเตรียมอาหารเสบียงในโรงครัว โรงทานของวัด

           - ช่วยพระท่านจัดเตรียมสถานที่ศาลาการเปรียญ หากวัดมีความพร้อมในการช่วยเป็นที่พึ่งพิงต่อชุมชน กรณีที่สามารถจัดตั้งเป็นศูนย์อพยพได้

           - ช่วยพระท่านจัดของสังฆทานที่มีอยู่ให้เป็นระเบียบ เพื่อสามารถนำมาใช้ได้ทันที

           - รีบส่งข่าวนี้ให้พระท่านทราบโดยเร็วที่สุดครับ

[ภาครัฐ ถ้าจะกรุณาและเป็นไปได้]

           - ใช้แรงงานจากทุก ๆ ทัณฑสถานทำกระสอบทรายและส่งมาช่วยภายนอก

           - เร่งจัดตั้งศูนย์ให้ความช่วยเหลือแหล่งอาหาร น้ำสะอาด โดยขอความร่วมมือจากภาคเอกชน

           - เร่งประกาศจัดตั้งศูนย์อพยพ โดยขอความร่วมมือจากภาควัดและเอกชน

           - ปิดกั้น ป้องกันน้ำท่วมเน้นที่จุดสำคัญต่อการให้ความช่วยเหลือประชาชน และต่อการสื่อสาร การประสานงานจริง ๆ

           - ขอความร่วมมือเอกชนในการเอื้อเฟื้อสถานที่เปิดใช้พื้นที่เป็นศูนย์อพยพโดยเร็ว

           - มาตราการขั้นเด็ดขาดต่อผู้ทำลายซ้ำเติมผู้เดือดร้อนและประสพภัย เพื่อไม่ให้เกิดการจราจล การปล้นชิง โขมยและอาชญากรรม

           - ระดมสรรพกำลังเพื่อการให้ความช่วยเหลือ "ชีวิตของประชาชน" ก่อน

           - ระดมความช่วยเหลือจากภูมิภาคใกล้เคียงที่ยังไม่เกิดภัยพิบัติ






ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : Kapook.com