เรื่องน่าสนใจในบทความนี้ หามาเสนอเพราะกังวลใจกับอาสาสมัครที่ลงไปช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม และตัวผู้ประสบภัยเอง
นอกจากจะเจอภัยน้ำท่วมแล้วก็ไม่อยากให้เจอกับโรคร้ายๆด้วย
เพราะเวลาน้ำท่วมแบบนี้ เชื้อโรคต่างๆมันเจริญเติบโตง่าย แล้วก็มีโอกาสติดได้ง่ายด้วย
วันนี้ก็เข้าเรื่องพื้นฐาน แต่เป็นเรื่องใหญ่ของคนเรามาลงก่อนเลย
น.พ.เชิดพงษ์ ชินวุฒิ สูติ-นรีแพทย์ โรงพยาบาลบีเอ็นเอช สาทร-คอนแวนต์ เผยว่า "เชื้อโรคที่มักพบในห้องน้ำสาธารณะแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ เชื้อในกลุ่มโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น เชื้อหนองใน เชื้อเริม และเชื้อที่ทำให้เกิดโรคระบบทางเดินอาหาร เช่น เชื้ออุจจาระร่วง เชื้อไวรัสตับอักเสบชนิด เอ เป็นต้น"
แต่ละโรคน่ากลัวใช่เล่นเลยนะเนี่ย อย่างนี้ต้องระวังหน่อยล่ะ
เรามาดูกัน ว่าเชื้อพวกนี้จะอยู่ที่ไหน จะได้ระวังได้ถูก
เชื้อพวกนี้อาจแฝงอยู่ตามจุดต่างๆ ของห้องน้ำ เช่น ชักโครก อ่างล้างมือ หรือแม้กระทั่งลูกบิดประตู
จะเห็นได้ว่าเป็นจุดที่ส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายเราต้องสัมผัสอย่างเลี่ยงไม่ได้ น่ากังวลใช่มั้ยล่ะ
แต่ไม่ต้องเป็นห่วงหรือกังวลเกินไปจนไม่ยอมเข้า เดี๋ยวกระเพาะปัสสวะอักเสบกันพอดี
ที่บอกว่าไม่ต้องกังวลเกินไปก็เพราะว่า โอกาสที่เราจะติดเชื้อพวกนี้จนทำให้เกิดโรคหรือเป็นอันตรายนั้นน้อยมาก หรือแทบเป็นไปไม่ได้เลย ด้วยเหตุผลที่ว่า
1. เชื้อพวกนี้จะสามารถก่อให้เกิดโรคได้ ต้องมีปริมาณที่มากพอ เราอาจไปสัมผัสกับเชื้อพวกนี้ก็จริง แต่ปริมาณไม่มาก จึงไม่เกิดอันตรายใดๆ
2. เชื้อพวกนี้มักจะเจริญเติบโตได้ดีในร่างกายคนเรา แต่เมื่อออกมาสัมผัสกับแสง และอุณหภูมิภายนอกที่เปลี่ยนแปลงไป เชื้อมักจะมีชีวิตอยู่ไม่นานพอที่จะติดต่อไปสู่คนอื่น
3. เชื้อพวกนี้จะก่อให้เกิดโรคได้ ต้องมีหนทางที่จะผ่านเข้าไปในร่างกายของคนเรา เช่น ผ่านเข้าทางผิวหนังที่มีแผล หรือรับเข้าทางปาก การที่เราไปสัมผัสและเชื้อนั้นติดอยู่กับผิวหนังเฉยๆ จะไม่ทำให้เกิดโรค เพราะผิวหนังเป็นปราการด่านแรกที่ป้องกันการติดเชื้อเข้าสู่ร่างกายได้เป็นอย่างดี (เพราะงั้นอย่าได้เอามือเข้าปากสุ่มสี่สุ่มหาเชียว)
4.หากได้รับเชื้อเข้าไปจริง ร่างกายของเรามีระบบภูมิคุ้มกันที่คอยจัดการเจ้าเชื้อโรคแปลกปลอมนี้อยู่แล้ว
และ น.พ.เชิดพงษ์ แนะนำวิธีปฏิบัติตัวแบบง่ายๆ เพื่อป้องกันการรับเชื้อโรคจากการเข้าห้องน้ำสาธารณะไว้ว่า "ใช้เวลากับการทำกิจธุระในห้องน้ำสาธารณะให้สั้นที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ถ้าจำเป็นต้องใช้ชักโครก เลือกที่ดูสะอาด ทำความสะอาดที่รองนั่งด้วยกระดาษทิชชูสักหน่อย แล้วจึงใช้งาน ไม่ต้องถึงกับใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ"
ทำตามที่นายแพทย์ท่านบอกก็น่าจะหมดห่วงไปได้แล้วล่ะนะ อ่อ!อย่าลืมล้างมือก่อนออกจากห้องน้ำด้วยล่ะ แล้วพอกลับถึงบ้านก็ทำความสะอาดให้ดีนะ
ขอขอบคุณ : yenta4.com
วันอาทิตย์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2554
ข่าวจาก UniDog [2] น้องหมาหาบ้าน!!
มาอีกแล้วจากบทความช่วยน้องหมา คราวนี้หาผู้ใจบุญ อยากจะรับเขาไปดูแล
พวกเขายังต้องการความอบอุ่นจากคนที่เขารู้สึกว่าเป็นครอบครัวนะจ้ะ
มาดูรูปน้องหมากัน น่ารักนะจะบอกให้
ใครสนใจติดต่อได้เลยจ้า ที่
โดยคุณนู๋ มิ้งค์ เองจ้า
หาบ้านด่วนค่ะ ติดต่อ 0800812820
ขอบคุญ : http://www.facebook.com/unidog
พวกเขายังต้องการความอบอุ่นจากคนที่เขารู้สึกว่าเป็นครอบครัวนะจ้ะ
มาดูรูปน้องหมากัน น่ารักนะจะบอกให้
ใครสนใจติดต่อได้เลยจ้า ที่
โดยคุณนู๋ มิ้งค์ เองจ้า
หาบ้านด่วนค่ะ ติดต่อ 0800812820
ขอบคุญ : http://www.facebook.com/unidog
25 เคล็ดลับการเลือกซื้อกล้องดิจิตอล !!!!!
ดีจ้า คราวที่แล้วเราทำความรู้จักเลนส์คิทและดูรูปที่ถ่ายกันไปแล้ว
หลายๆคนที่ยังไม่มีกล้องเป็นของตัวเองก็เริ่มสนใจแล้วใช่มั้ยล่ะ
เชื่อเลยว่าต้องมีคนคิดอยากจะซื้อแน่นอน ต้องมีล่ะที่เข้า google ไปหาดูนิดหน่อย
งันวันนี้ขอยกบทความวิธีการเลือกซื้อกล้อง มาฝากหน่อยล่ะกัน อย่าเสียเวลาๆ มาเริ่มกันเลยล่ะกัน
1. กำหนดงบประมาณ (สำคัญมาก)
เรื่องนี้ก็เหมือนกับการเลือกซื้อของทุกอย่าง ที่ต้องรู้ก่อนว่าเรามีงบเท่าไร เพราะถ้าไม่กำหนดล่ะก็เวลาไปเลือก มันต้องมีกล้องตัวที่ดีกว่า สวยกว่า และอาจจะแพงกว่า ที่เราสนใจก่อนหน้านั่นอยู่แล้ว ถ้าไม่อยากกระเป๋าฉีกก็กำหนดไว้ซะ สำหรับมือใหม่ แนะนำให้มองหากล้องที่ราคาถูกหน่อย มีฟังก์ชั่นมากพอ, น้ำหนักเบา, จับถนัดมือ พอคุ้น พอถนัดกับกล่องประเภทนี้แล้วค่อยเปลี่ยนก็ยังไม่สาย ดีกว่าซื้อแพงๆมาแล้วใช้ไม่คุ้ม
2. อย่าหลงเชื่อ ดิจิตอล ซูม
เข้าใจง่ายๆ ดิจิตอลซูมก็คือ การซูมสมมุติที่ระบบดิจิตอลทำให้ ไม่ใช่ความสามารถของเลนส์จริงๆ ความแตกต่างก็คือ ดิจิตอลซูม จะเป็นการซูมที่ทำให้ภาพไม่คมชัด และอาจจะมีเม็ดสีขึ้นเต็มภาพ เพราะฉะนั้นให้เลือกดูที่ออฟติคอลซูมที่สูงที่สุดเท่าที่งบอำนวยดีกว่า (ยิ่งซูมได้มาก ก็สามารถดึงภาพเข้ามาได้ใก้ลมากขึ้น, สามารถยืนได้ห่างจะสิ่งที่ต้องการจะถ่ายได้มากขึ้น)
3. มีอยู่ 2 อย่างที่ต้องพิจารณาก่อนซื้อ
นั่นก็คือ "เมมมอรี่การ์ด" กับ "แบตเตอรี่" เราคงไม่อยากจะซื้อกล้องที่มันใช้การ์ดเมมต่างจากชาวบ้านชาวช่องเขาหลกจริงมั้ย? เพราะนอกจากเสียเงินซื้อกล้องแล้ว ยังจะต้องซื้อตัวอ่านการ์ดอีกต่างหาก เอาเป็นว่าแนะนำให้หากล้องที่ใช้ CF การ์ด ส่วนแบตเตอรี่ ก็เช่นเดียวกัน คงไม่มีใครอยากมีที่ชาร์ตแบตแบบหลากชนิดเต็มบ้านหรอก
4. อย่าดูที่ขนาดของกล้องเพียงอย่างเดียว
ต้องบอกว่ากล้องดิจิตอลสมัยนี้ "จิ๋วแต่แจ๋ว" แม้จะเล็กแต่คุณสมบัติไม่แพ้กล้องระดับมืออาชีพเหมือกัน
5. ระวังโปรโมชั่น!!
กล้องที่มาพร้อมกับโปรโมชั่น แถมนู่น นี่นั่น มีการ์ดให้ พร้อมขาตั้ง มีกระเป๋า สารพัด มันก็ดีอยู่หรอกสบายกระเป๋าไปได้หน่อย แต่อย่าลืมมองที่คุณภาพของกล้องด้วย อย่าให้ของแถมมาหลอกจนหลงซื้อกล้องที่ไม่ตรงกับความต้องการ
6. ตรวจสอบความสามารถในการซูมให้แน่ใจ
บางทีคุณอาจจะเคยเห็นโฆษณาบอกว่ากล้องนี้ซูมได้ 10x (10 เท่า) เห็นอย่างนี้ก็ต้องถามให้แน่ว่า 10x เนี่ยเป็นออพติคอลซูมกี่x และ ดิจิตอลซูมกี่x เพราะที่บอกมักจะเอาสองอย่างนี้มารวมกัน ฉะนั้นให้สนใจที่ออพติคอลซูม ดิจิตอลซูมไม่ต้องสน
7. ดูภาพตัวอย่างก่อนซื้อ
ข้อดีของกล้องดิจิตอลทั้งหลายก็คือมันสามารถพรีวิวภาพที่ถ่ายได้ในช่องมองภาพ LCD ตรงนี้ที่จะต้องดูว่ามันใหญ่พอสำหรับเราหรือเปล่า (ยิ่งใหญ่มากก็เปลืองแบตมากนะเออ) และสามารถขยายภาพดูได้หรือเปล่า ขยายดูสัก 100% จะได้เช็คได้ว่ากล้องถ่ายได้ชัดเท่าที่ต้องการหรือเปล่า
8. มีไมโครโฟนในตัวหรือเปล่า
อย่ามาทำหน้าสงสัยว่าจะเอาไปทำไม ก็ในเมื่อซื้อกล้องสักตัวถึงเราจะเน้นไปถ่ายภาพนิ่ง สิ่งนี้ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเราสามารถใช้กล้องบันทึกเสียง และ สามารถบันทึกภาพวิดีโอสั้นๆ ได้เช่นกัน
9. ปริมาณพิกเซลที่แท้จริง
ถ้ากล้องที่เราสนใจบอกว่ามี 10 megapixel และใช้เทคโนโลยี Foveon x3 ให้เอา 3 หาร 10 นั่นแปลว่ากล้องตัวนั้นมีพิกเซลที่แท้จริงเพียง 3.3 megapixel เพราะเทคโนโลยี Foveon x3 คือการจำลองพิกเซล
10. ความจุภาพ
เมื่อตัดสินใจซื้อกล้องแล้วก็เตรียมเงินซื้อการ์ดแมมไว้ด้วยเลย เพราะยังไงที่เขาแถมมาก็มักจะไม่ค่อยพอกับความต้องการอยู่แล้ว
11. มีโปรแกรมถ่ายภาพกลางคืน
มีกล้องเป็นของตัวเองแล้ว จะอย่างไรก็คงต้องมีโอกาสได้ถ่ายภาพในสภาพแสงน้อย หรือถ่ายตอนกลางคืนแน่ๆ เพราะฉะนั้นก็ดูเลยว่ากล้องตัวที่สนใจมี ISO สูงสุดเท่าไร (สูงไว้ก่อนดี เพราะยิ่งมืดก็ยิ่งต้องใข ISO สูงๆ), มีระบบป้องกันภาพสั่นไหวหรือเปล่า, มีโหมดถ่ายภาพกลางคืนให้มั้ย
12. อย่าไปยึดติดกับเมก้าพิกเซล
ยิ่งเทคโนโลยีพัฒนาขึ้น กล้องก็โฆษณาว่ามีจำนวนเมก้าพิกเซลมากขึ้น ทั้งที่ในความเป็นจริงมีจำนวนเมก้าพิกเซลเยอะๆ ก็ใช่ว่าจะได้ภาพที่ชัด และยิ่งถ้าเราแค่จะถ่ายภาพแล้วอัดรูปแค่ไม่กี่นิ้ว ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องใช้เมก้าพิกเซลสูงๆ ลองพิจารณาสิ่งอื่นๆ ด้วยเช่น ความเร็วสูงสุด-ต่ำสุดของชัตเตอร์ (ถ่ายได้ฉับไว เช่น ถ่ายภาพคนวิ่ง), ระยะเวลาการเปิดกล้อง ใช้เวลานานเท่าไรถึงจะถ่ายได้
13. เผื่อเงินไว้ด้วย เพราะบางทีอาจจะไม่ใช่แค่กล้องที่ต้องซื้อ
เมื่อมีกล้องก็ต้องมีเมมการ์ดไว้เก็บภาพ, ต้องมีการ์ดรีดเดอร์เอาไว้ดูดภาพจากกล้องเก็บเข้าคอมพ์, มีที่ชาร์ตแบตกล้อง, กระเป๋ากล้อง, ขาตั้ง บางทีอาจจะต้องเพิ่มฮาร์ดดิสก์คอมพ์ด้วยซ้ำ ยังไงถ้าต้องซื้อก็ซื้อพร้อมกันกับกล้องรวดเดียวเลย จะได้ต่อรองได้ราคาพิเศษ
14. ระวังของถูก
ใครๆ ก็อยากได้ของถูก นอกจากจะเตือนให้ระวังโปรโมชั่นล่อใจแล้ว แนะนำให้หาซื้อในร้านค้าที่เราไว้ใจหรือคุ้นเคย(ที่ศูนย์ได้ยิ่งดี) เพราะจะได้ไม่ถูกหลอกย้อมแมวขายแล้ว ยังอุ่นใจเรื่องบริการหลังการขายได้อีกด้วย
15 โหมดถ่ายภาพต่างๆ
โหมดถ่ายภาพอัตโนมัติ อาทิ ถ่ายกลางคืน, ถ่ายภาพบุคคล, ถ่ายภาพกีฬา, ถ่ายพลุ ฯลฯ เหล่านี้ต้องมี เพราะจะทำให้การถ่ายภาพของสะดวก และสนุกขึ้น
16. มีแฟลชในตัวหรือเปล่า
มันเป็นอุปกรณ์พื้นฐาน เพราะฉะนั้นควรจะเลือกที่มีแฟลชในตัว ไม่งั้นจะถ่ายภาพกลางคืนได้ไง
17. กล้องเก่าอย่าทิ้ง
ได้ใหม่อย่าลืมเก่า ของเก่ามีประโยชน์ ลองเอาไปให้ พ่อแม่ญาติพี่น้องใช้, เก็บไว้ใช้ในกรณีที่ตัวใหม่มีปัญหา, เอาไปบริจาค(ได้บุญอีก) หรือไม่ก็เอาไปเทิร์นเปลี่ยนเป็นเมมการ์ด ฯลฯ
18. ออฟติคอล ซูมเท่าไรถึงจะพอ
สงสัยใช่มั้ยว่าตกลงจะเลือกซื้อกล้องที่มีจำนวน ออพติคอลซูมเท่าไรถึงจะพอ มีข้อแนะนำว่าถ้าจะเอาไปใช้ถ่ายคนเป็นหลัก เช่น ถ่ายเพื่อนๆ ในงานปาร์ตี้ เลือกซื้อสัก 2x, 3x ก็พอ แต่ถ้าเน้นถ่าย outdoor ถ่ายวิว ถ่ายตึกก็ต้อง 5x ขึ้น แต่ถ้าต้องการใช้ถ่ายภาพที่เคลื่อนไหวที่ความเร็วสูง เช่น ถ่ายภาพคนวิ่ง รถแล่น สัตว์วิ่ง ก็ต้อง 7x ขึ้นไป อย่าลืมนะว่าต้องดูที่ ออพติคอลซูมเท่านั้น!!
19. มีช่องต่อขาตั้งกล้องหรือเปล่า
เผื่อว่าจะต้องใช้ตั้งกล้องภ่ายภาพ เช่น ตั้งเวลาถ่าย, ตั้งถ่ายพลุ แต่ไม่มีช่องสำหรับต่อขาตั้งกล้องแล้วจะทำอย่างไรล่ะ ดูให้ดีๆนะ
20. ลองเปรียบเทียบราคาในเนตดูก่อนซื้อ
เป็นอีกหนทางหนึ่งสำหรับคนฉลาดซื้อ ขยันเข้าอินเตอร์เนตเช็คราคาร้านนู้นร้านนี้ ก่อนจะตัดสินใจซื้อ หรือเดินเล่นดูหลายๆ ร้าน ถามราคาก่อนเลือกซื้อ
21. ลองอ่านรีวิว ที่เขาแนะนำดูด้วย
ทั้งในเนต และนิตยสารเกี่ยวกับกล้องทุกฉบับ มีการรีวิวทดสอบกล้องให้คุณได้เลือกอ่านอยู่แล้ว ลองอ่านดูเสียหน่อย แม้ว่าจะมีศัพท์เทคนิค ที่ไม่เห็นจะรู้เรื่อง แต่ก็เอาเถอะ เผื่อว่ามันจะมีข้อมูล ที่เราพอจะเข้าใช้แล้วนำไปใช้ในการตัดสินใจซื้อ
22. ยิ่งมีเมก้าพิกเซลเท่าไรก็ยิ่งดี?
แนะนำไปว่าเมก้าพิกเซลไม่ใช่สิ่งสำคัญในการเลือกซื้อกล้อง มีมากไปก็ราคาแพง แถมยังไม่ได้ใช่ถ้าหากต้องการแค่ซื้อกล้องแล้วนำมา print รูปขนาด 8x10 ขอบอกเลยว่าให้หากล้องสัก 5 megapixel ก็พอ มากกว่านี้ถือว่าไม่จำเป็น น้อยกว่านี้ก็จะได้คุณภาพรูปที่ไม่เพียงพอ
23. ยิ่งมีฟังก์ชั่นมากเท่าไรยิ่งดี?
สำหรับมือใหม่มากๆ ลองมองหากล้องที่มีฟังก์ชั่น full control หรือโหมดอัตโนมัติแบบที่คุณกดชัตเตอร์อย่างเดียว คำนวนทุกอย่างให้เสร็จสรรพ อย่าลืมหาที่ไวท์บาลานซ์และไอเอสโอเป็นออโต้ด้วย จะทำให้ถ่ายง่ายขึ้นอีกเยอะ แต่ใช้ว่าจะลอง DSLR ไม่ได้นะ ยังไงก็ไม่ได้ยากเกินความสามารถคนอนู่แล้ว
24. กันน้ำได้ไหม
คงจะไม่ได้หมายถึงเอากล้องไปถ่ายใต้น้ำหรอก แต่เผื่อว่ามันจะหลุดมือพลัดตกน้ำ หรือตากฝน
25. มี ISO ต่ำสุด สูงสุด เท่าไร
ไอเอสโอ สูงๆ ทำให้คุณถ่ายภาพในสภาพแสงน้อยได้ดี แต่มันก็ทำให้ภาพเกิดน้อยซ์ "noise คือภาพเป็นเม็ดสีเล็กๆๆๆ" กลับกัน ไอเอสโอต่ำๆ ก็ใช่ว่าจะไม่มีประโยชน์ มันจะทำให้ภาพของคุณชัดใสมากขึ้น ลองมองหาไอเอสโอสัก 50 และใช้ถ่ายในที่แสงจัดๆ จะได้ภาพที่ชัดสวยมาก
เป็นไงๆได้แนวทางการเลือกซื้อไปแล้วนะ อ่านกันให้มึนไปเลย (ฮา) เอาเป็นว่าหากยังสงสัยอะไรก็ถามมาได้เลยนะ จะตอบให้จ้ะ
สิ่งสำคัญที่สุดในการเลือกกล้องสักตัว ไม่ใช่ราคา ไม่ใช่ความสารถ บางทีแค่เราชอบมัน ต่อให้มีกล้องที่ดีกว่ามาว่างตรงหน้าแต่เราไม่ชอบ ยังๆเราก็ไม่เอาอยู่ดี เพราะฉะนั้นจะซื้อกล้องสักตัวเรื่องมากได้ แต่เอาที่เราชอบเป็นดีที่สุด
หวังว่าบทความนี้คงจะมีประโยชน์นะจ้ะ แล้วเจอกันบทความหน้าจ้า บะบายยยย
ขอขอบคุณ : http://stonezoup.exteen.com/20080114/entry
วันเสาร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2554
โออิชิ จัดเต็มส่งท้ายปี!!!!
หลังจากเงียบหายไปนาน จนนึกว่าปีนี้จะไม่มีซะแล้ว กับกิจการฝาโออิชิเนี่ย
แต่แล้วเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา โออิชิก็ได้ออกโปรโมชั่นใหญ่ส่งท้ายปีออกมา
เรามาดูรายละเอียดกันดีกว่า เย้ๆๆๆ
แต่แล้วเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา โออิชิก็ได้ออกโปรโมชั่นใหญ่ส่งท้ายปีออกมา
เรามาดูรายละเอียดกันดีกว่า เย้ๆๆๆ
โออิชิ สร้างปรากฏการณ์ใหม่ส่งท้ายปี
โดยครั้งนี้ทุ่มงบประมาณกว่า 80 ล้านบาท สร้างฝันของลูกค้าโออิชิให้เป็นจริงทันใจ
ด้วยโปรโมชั่นใหญ่ “รวยฝาประทาน ฝันเป็นล้าน”
เริ่มกันได้แล้วตั้งแต่ วันที่ 1 ตุลาคม – 20 ธันวาคม 2554 ลุ้นโชคใหญ่ มูลค่ารางวัลละ 1 ล้านบาท !!!
จับและแจก รางวัลเดือนละ 2 ครั้ง ทุกวันที่ 1 และ 16 ของเดือน รวม 6 รางวัล
รวมสนุกง่ายๆก็โดยซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มของโออิชิมาดื่มๆๆๆๆๆๆ
ไม่ว่าจะเป็น โออิชิ กรีนที ฟรุตโตะ
ชาคูลล์ซ่า คอฟฟิโอ อะมิโน พลัส และเครื่องดื่มใหม่ล่าสุด โออิชิ คิคุชะ
สะสมฝา เขียนชื่อและที่อยู่ติดใต้ฝา กล่องภาษาไทย หรือชิ้นส่วนหูกระป๋อง
ส่งมาที่ ตู้ ป.ณ 12 ปณศ ลาดพร้าว กทม 10310
หรือกล่องรับชิ้นส่วนตามร้านค้าที่ร่วมรายการ
และใหม่กับความสะดวก รวดเร็วยิ่งขึ้น กับจุดรับชิ้นส่วนบนสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส
จะมีการประกาศรายชื่อผู้โชคดีทุกวันที่ 1 และ 16 ของเดือน ตลอดระยะเวลา 3 เดือน
ในเดือนตุลาคม พฤศจิกายน และธันวาคม รวม 6 ครั้ง
เงินรางวัลมูลค่ารางวัลละ 1 ล้านบาท รวม 6 ล้านบาท ผ่านหนังสือพิมพ์คมชัดลึก
ข้าวกล่อง น่ารักขนาดนี้จะกินลงมั้ยเนี่ย !!!
พักจากเรื่องเครียดๆมาดูอะไรที่มันสบายตาสบายใจกันมั้งดีกว่านะ
วันนี้ไปเจอบทความหนึ่งในเว็บมา เห็นว่าน่ารักดี เลยนะมาให้ดูกันล่ะ
ขอบคุณเว็บ Dek-d ที่ชอบเสนอเรื่องราวน่ารักๆแบบนี้นะจ้ะ
วันนี้ไปเจอบทความหนึ่งในเว็บมา เห็นว่าน่ารักดี เลยนะมาให้ดูกันล่ะ
ขอบคุณเว็บ Dek-d ที่ชอบเสนอเรื่องราวน่ารักๆแบบนี้นะจ้ะ
ลูกเจี๊ยบตัวน้อยพึ่งออกจากไข่ น่ารักขนาดนี้ จะกินลงมั้ยนะ
นี่มันน้องหมาพูดเดิ้ล หรือแกะกันแน่เนี่ย ฮา
ครอบครัวหมูน้อย รักกันหวานแหวว
คุณวัวแดงใส่หมวก จมูกน่ากินจัง > <
ปลาดาวๆๆ แต่สนใจกุ้งมากกว่า น่ากินอ่ะ
วื้อว่อวื้อว่อ รถคุณตำรวจมากแล้ว
อันนี้แอบหลอน จะกินหรือจะมาร์คหน้าดีล่ะ
สิงโตแอบซุ่มหลังพุ่มไม้
เอ้า!!หมดซะแล้ว ดูแบบนี้ก็น่ารักดี แต่เวลาทำคงประดิษฐ์ประดอยน่าดู ตื่นมาทำสายก็ไปเรียนสายล่ะ ฮะๆๆๆ
ดูแบบนี้แล้วก็หิวๆเลยนะเนี่ย ขอตัวไปกินข้าวบางล่ะ
บะบายจ้า กินอะไรดีนะๆๆๆๆ พึมพำๆ
ศูนย์รับบริจาค ช่วยผู้ประสบภัย
ใครหลายๆคนคงอยากจะลงเงินลงแรง ช่วยเหลือเพื่อนร่วมประเทศที่กำลังเดือนร้อน
วันนี้เลยนำข้อมูล เกี่ยวกับสถานที่ที่รับบริจาค ที่รับสมทบทุนไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย มาให้เลือกถึงที่
วันนี้เลยนำข้อมูล เกี่ยวกับสถานที่ที่รับบริจาค ที่รับสมทบทุนไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย มาให้เลือกถึงที่
เริ่มจาก : เดินทางไปด้วยตัวเอง
(ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.thaiflood.com/)
ต่อด้วย : โอนเงิน
“ชุดธารน้ำใจสภากาชาดไทยพระราชทาน”เป็นสิ่งสำคัญพื้นฐานอย่างนึงที่ช่วยผู้เดือดร้อนได้อย่างทันท่วงทีและจำเป็นมาก
“ชุดธารน้ำใจสภากาชาดไทยพระราชทาน” ประกอบด้วย
ข้าวสาร อาหารแห้ง เครื่องอุปโภค -บริโภค เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในกรณีฉุก เฉินอย่างทันท่วงที
ถ้าท่านใดสนใจช่วยค่า ข้าวสาร อาหารแห้ง เครื่องอุปโภค -บริโภค เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค
เพื่อรวมเป็น “ชุดธารน้ำใจสภากาชาดไทยพระราชทาน” ท่านสามารถช่วยได้โดย
โอนเงินเข้าบัญชีสภากาชาดไทย
ชื่อบัญชี : สภากาชาดไทย เพื่อการรับ
บริจาคเงินต่างๆ
เลขที่ : 045-2-88000-6
ประเภท : ออมทรัพย์
ธนาคาร : ไทยพาณิชย์
สาขา : สภากาชาดไทย
โดยจุดสำคัญที่สุดเราต้องเน้นว่าต้องการบริจาคเพื่อช่วยค่าถุงยังชีพโดยเฉพาะเราสามารถทำได้โดย
1.หลังจากโอนเงินไปแล้ว
ต้องเขียนระบุใน ใบนำฝากเงิน(Pay In Slip) ว่าโอนเงินจำนวนนี้เพื่อช่วยโครงการชุดธารน้ำใจ
และแฟ็กซ์ใบนำฝากพร้อมเขียนชื่อและที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้แน่นอนของเรา
ไปที่สำนักงานการคลังสภากาชาดไทย
หมายเลข : 0-2250-0120
หรือแฟ็กซ์ใบนำฝากพร้อมเขียนชื่อและที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้แน่นอนของเราถึงหัวหน้าฝ่ายการเงิน
สำนักงานการคลัง โทร.02 256-4068
หมายเหตุ ถ้ามีอะไรติดขัดสามารถติดต่อได้ที่
กองบรรเทาทุกข์ .สภากาชาดไทย
ฝ่ายการเดินบัญชี
02-2517853-6
เบอร์ต่อ 1310-3
(ขอบคุณ ข้อมูลจาก pantip.com , http://www.green.in.th)
__________________________________________________________________________________
ททบ.5 บัญชีบริจาค “ช่วยภัยน้ำท่วม”
ธ.ทหารไทย สาขาสนามเป้า บัญชีออมทรัพย์ 021-2-69426-9
สอบถามรายละเอียดได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-278 1698 และ 02-279 2598
ช่อง 3 เปิดบัญชีช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
ชื่อบัญชี ครอบครัวข่าวช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย 2553
บัญชีกระแสรายวัน ธนาคารกรุงเทพ สาขามาลีนนท์ทาวเวอร์
เลขที่บัญชี 0143003689
หรือบริจาคเป็นสิ่งของ ที่อาคารมาลีนนท์ ถ.พระราม 4
ช่อง 3 โครงการประตูใจ ครอบครัวข่าว 3 ร่วมกับ คุณตัน ภาสกรนที
เปิด ‘กองทุนประตูใจ ครอบครัวข่าว’ รับบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยหลังน้ำท่วม
เพื่อจัดซื้อประตูให้แก่ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย
บัญชีธ.กรุงเทพ สาขาอาคารมาลีนนท์ เลขที่บัญชี 014-300-4141
อสมท. เปิดบัญชีช่วยผู้ประสบภัย “อสมท.ร่วมใจช่วยภัยน้ำท่วม”
ธ.กรุงไทย ออมทรัพย์ # 015-0-12345-0 โทร 02-245-0700-4
และเชิญร่วมบริจาคสิ่งของนำไปช่วยเหลือผู้เดือดร้อนน้ำท่วม
อาคารปฏิบัติการ ชั้น 1 ถ.พระราม9 09.00-22.00
ช่อง 7 สี เปิดรับบริจาคสิ่งของและเงิน
เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยนํ้าท่วมได้ที่ บัญชี 001-9-13247-1
ชื่อบัญชี 7 สีช่วยชาวบ้าน ธ.กรุงศรีอยุธยา สำนักเพลินจิต
สิ่งของ ช่วยเหลือที่ช่อง7 ซ.พหลโยธิน 18/1
มูลนิธิสยามกัมมาจล-ไทยพาณิชย์ เพื่อผู้ประสบภัย
ที่ATM/สาขา SCB ไม่มีค่าโอน ช่วยผู้ประสบภัย SCB กระแสรายวัน 111-390911-5
สภากาชาดไทย บัญชีธ.ไทยพาณิชย์
ชื่อบัญชี “ สภากาชาดไทยช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย”
# 045 304190 6 ออมทรัพย์
ธนาคารออมสิน บริจาคเงินเข้าบัญชีได้ที่ ธนาคารออมสินสาขาสำนักพหลโยธิน
บัญชีประเภทเผื่อเรียก ชื่อบัญชี “ออมสินรวมใจช่วยภัยน้ำท่วม”
บัญชีเลขที่ 028 8 88888 881
ธนาคารได้ยกเว้นค่าธรรมเนียมการโอนเงินเป็นกรณีพิเศษไว้แล้ว
ตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2553
__________________________________________________________________________________
อีก 1 วิธี ที่ง่ายที่สุด : SMS
ร่วมช่วยเหลือผู้ประสบภัยผ่าน SMS
พิมพ์คำว่า “น้ำใจไทย” หรือ “namjaithai” ส่งมาที่ 4567899
ข้อความละ 10 บาท ในเครือข่าย DTAC, AIS และ TRUE MOVE
รายได้ทั้งหมดบริจาคเพื่อผู้ประสบอุทกภัย
ค่ายมือถือ 3 ค่าย คือ เอไอเอส ดีแทคและทรูมูฟ
เชิญร่วมส่ง sms โดยพิมพ์ ข้อความ ‘น้ำใจไทย’ หรือ ‘namjaithai’
ส่งไปที่หมายเลข 4567899
ค่าบริการครั้งละ 10 บาท
โดยรายได้จากค่าบริการ sms นำช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมทั้งหมด
__________________________________________________________________________________
รวมรวบมาได้เท่านี้ แต่คิดว่ายังมีอีกมาก ใครพอจะทำวิธีไหนได้ ก็ช่วยกันเยอะๆนะ
เป็นกำลังใจให้ผู้ประสบภัยทุกคนจ้ะ
แล้วก็เป็นกำลังใจให้อาสาสมัครที่ลงไปช่วยด้วยเหมือนกัน
สำหรับบทความนี้ขอจบเพียงเท่านี้นะ แล้วถ้ามีมาเพิ่มเติมยังไงก็จะนำมาลงเอาไว้อีก
ขอขอบคุณ : http://www.tamsabye.com
เบอร์โทรฉุกเฉิน ยามเกิดเหตุน้ำท่วม !!!
เวลาเกิดเหตุน้ำท่วม เรามักจะแตกตื่น และไม่รู้ว่าต้องทำอะไรก่อน เบอร์โทรเหล่านี้จะมีประโยชน์ และสามารถให้ความช่วยเหลือได้ ณ เวลานี้ 191 คงไม่พอ
เบอร์ที่จำเป็นเพื่อการเตรียมตัว เฝ้าระวัง และแจ้งเหตุฉุกเฉินทั้งหลาย
เบอร์ที่จำเป็นเพื่อการเตรียมตัว เฝ้าระวัง และแจ้งเหตุฉุกเฉินทั้งหลาย
รับแจ้งเหตุน้ำท่วม 24 ชั่วโมง
เกิดน้ำท่วมเมื่อไร โทรไปแจ้งเบอร์นี้ได้
เขาจะช่วยเราในเรื่องการประสานงานรับน้ำรับอาหาร (คิดว่านะ)
ให้บริการทางการแพทย์ฉุกเฉิน
และนำส่งโรงพยาบาล ฟรี!!
ขออย่าให้มีเหตุร้ายแรงจนต้องใช้เบอร์นี้เลย
สายด่วน กรมชลประทาน
เช็คประมาณน้ำขึ้น
สามารถโทรเช็คได้เป็นระยะๆ เพื่อเตรียมความพร้อม
สายด่วน บขส
สอบถามเส้นทางเดินรถต่างจังหวัด
เพื่อใครที่จะไปหาญาติพี่น้อง
ศูนย์ความปลอดภัย
กรมทางหลวงชนบท
หากเกิดเหตุทางขาด ก็โทรเบอร์นี้เลย
ตำรวจทางหลวง
สอบถามเส้นทางน้ำท่วมได้ตลอด 24 ชั่วโมง
เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงเส้นทาง
ถ้าเกิดเหตุการณ์จริงๆ คงไม่มีใครมานั่งเล่นอินเตอร์เน็ตอยู่ได้ เพราะฉะนั้นเมื่อเห็นเวลาก็จดไว้ บันทึกไว้ในมือถือก็ดีนะจ้ะ อยากจะช่วยใ้หมากที่สุดเท่านี้จะทำได้
เบอร์ติดต่ออื่นๆนอกเหนือจากข้างต้น
ทางเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อมูลพวกนี้จะช่วยเหลือใครได้บ้าง
ขอบคุณที่ติดตามนะจ้ะ
ขอขอบคุณ ข้อมูลดีๆจาก http://www.thaiflood.com/
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)




















