(หมายเหตุ ภาพในบทความนี้อาจจะน่ากลัว และสยองไปสำหรับใครบ้างคน)
เอาข่าวช่วยน้องหมามาน้ำเสนออีกแล้ว เรื่องมันมีอยู่ว่าเจ้าหมาน้อยตัวนี้เขาเป็นมะเร็ง แล้วโดนทิ้ง
เมื่อคืนวันที่ 9/19/54 มีคนไปพบเข้า เจ้าหมานอนขดอยู่ ข้างทาง มองเผินๆ เห็นว่าผอมมาก เป็นแผลเต็มตัว ผู้ที่เจอเอาอาหารให้ก็ไม่ลุก นอนหมดแรงอยู่ สังเกตุเห็นว่าตรงลูกอันฑะเขาบวมใหญ่มาก และโดยรอบ รวมถึงอวัยวะเพศก็บวม และมีหนองไหลออกมาตลอดเวลา ผู้ที่พบเจ้าหมาตัวนี้ลองสอบถามเพื่อนดู เพื่อนก็บอกว่าเห็นเป็นแบบนี้มาเดือนนึงแล้ว เมื่อก่อนไม่เห็น สงสัยว่าจะมีคนเอามาปล่อยเพราะป่วยหนัก
และเนื่องจากตอนนี้ กองทุนฯที่ผู้ไปพบมีเคสเยอะมาก ทำให้ไม่สามารถรับเจ้าหลงเข้ากองทุนฯได้ ผู้พบเห็นก็จนปัญหาที่จะช่วยได้ตัวตนเอง เพราะไม่รู้จะหาเงินที่ไหนมารักษา ตอนแรกจึงตั้งใจจะปล่อยผ่าน แต่จนแล้วจนรอดก็ทำไม่ได้ เลยพาไปหาหมอก่อน แล้วค่อยระดมทุนเอา!!!
ตอนนี้จึงส่งเจ้าหลงเข้าไป รพส ที่จังหวัดเพชรบุรีแล้ว คุณหมอบอกว่า เป็นเนื้องอกลุกลาม แต่เนื่องจากเจ้าหลงอ่อนแรงมาก คุณหมอเกรงว่าวางยาสลบไป แล้วจะไม่ตื่น จึงให้ดูอาการให้แข็งแรงอีกซัก สองสามวัน แล้วค่อยว่ากัน ว่าจะรักษาอย่างไร
ตอนนี้เจ้าหลงต้องการทุนทรัพย์ในการรักษาตัว ซึ่งประเมินแล้วน่าจะมากอยู่ และใช้เวลาในการรักษานาน จึงอยากขอความช่วยเหลือระดมทุนในการรักษา เพื่อให้สามารถรักษาได้จนถึงที่สุด
โดยจะขออาศัยบัญชีของกองทุนร่วมด้วยช่วยแมวหมา เป็นบัญชีกลาง (ต้องขอขอบคุณบัญชีร่วมด้วยช่วยแมวหมาด้วย ที่อนุญาติให้ระดมทุนผ่านบัญชีได้) ขอรับบริจาคผ่านบัญชีนี้เลย
ชื่อบัญชี พุฒิพร จีวิพันธ์พงษ์ และ สุภา ตันวิจิตร
ธ.กรุงเทพ 235 0 72572 3
ธ. กสิกรไทย 756 2 55070 9
ธ. ไทยพาณิชย์ 258 2 14068 7
สามารถบริจาคช่วยเจ้าหลงได้ โดยโอนเงินลงท้ายด้วยเลข 59 เช่น 100.59 หรือ 559 เป็นต้น มาช่วยกันรักษาเจ้าหลงหมาถูกทิ้งตัวนี้ด้วยกันนะจ้ะ
ถึงแม้ชีวิตของเขาจะมีแต่คนมองข้าม แต่อย่างน้อยวันนี้เขาได้มาเจอกับพวกเราแล้ว ก็ขอให้คนที่ได้อ่านบทความนี้ รวมช่วยเหลือเขาเยอะๆนะ อย่างที่เคยบอกทุกครั้งว่าเขาช่วยเหลือตัวเองไม่ได้
ขอขอบคุณ Emmy Ve , ป้าเจน ซุ่มสวย และGay Sls ผู้พบเห็น และพาหมาน้อยไปรักษา , ขอบคุณ Siriphan Wichaidit ผู้กระจายข่าว และ ขอบคุณ UniDog ผู้ให้พื้นที่กระจายข่าว
วันอังคารที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2554
[UniDog] กระจายข่าวสมทบทุนช่วยน้องหมา
ช่วงนี้มีข่าวช่วยน้องหมาเยอะมากเลย เมื่อวานดูข่าวแอบสะเทือนใจในความเห็นแก่ตัวของคนบางคน เลี้ยงเขามาตั้งนาน พอถึงคราวเอาตัวรอดถึงเขากันได้ลงคอ คิดว่าพวกเขาไม่มีจิตใจกันเลยหรือยังไง
เอาเถอะถึงคนเหล่านั้นจะถึง แต่ยังมีคนอีกกลุ่มที่ยินดีช่วยอยู่ แต่จะทำเองทั้งหมดคงไม่ได้ เพราะงั้น เรามาช่วยกันเยอะๆนะจ้ะ
เริ่มเรื่องแรก โดยคุณ Pawena Toon
มีผู้รับอุปการะน้องหมาทั้ง 20กว่าตัว ชั่วคราวช่วงน้ำท่วมนี้ได้แล้ว (น้องหมาไม่มีที่ต้องหลบน้ำท่วมอยู่บนหลังคาจะได้มีที่อยู่ที่กินก่อน)
โอนเงินมาใด้ที่ ธนาคารกสิกร ปวีณา วีรธรรมจำรัส 746-209-6695 สาขาอ่อนนุช ได้
ขอความกรุณาโอนเป็นเลขตัวสุดท้ายลงด้วย 9 นะคะ เช่น 109, 309 บาท
แล้ววันศุกร์นี้เจ้าของบัญชีจะนำบุ๊คมาอัพเดตให้ดูทุกคนนะ
แต่ตอนนี้ขาดกรงและกั้นคอกสุนัขอยู่ ขอกรงกับอาหารสุนัขค่ะ
ถ้าช่วยบริจาคเงินได้ด้วยก็จะดีมาก เพราะผู้อุปการะจะมีค่าใช้จ่ายเยอะในการเลี้ยงดูน้องๆนี้จนกว่าน้ำจะลด
สอบถามรายละเอียดต่อได้ที่ คุณตูน 081-551-6695 นะ
เรื่องที่สอง แพดดิกรี ร่วมบริจาคช่วยเรื่องอาหารสุนัข แต่ต้องรอประสานงานอีกเล็กน้อย เพื่อขอข้อมูลและจำนวนที่แน่นนอน ยังไงก็ต้องขอขอบคุณในความมีน้ำใจนะ http://www.facebook.com/PEDIGREE.THAILAND ขอบคุณจ้า
เรื่องที่สาม หลังจากที่ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เปิดรับเป็นที่หลบภัย เป็นที่พักพิงให้ผู้ที่หนีน้ำท่วม ก็ได้มีคนพาน้องหมาแสนรักของพวกเขาเข้าไปด้วย แอบเกิดปัญหาขึ้นเล็กๆในการจัดที่อยู่ให้น้องหมาทั้งหลาย เพราะไม่อาจให้นอนรวมกับผู้คนอื่นๆได้ จึงน่าจะยังขาดเรื่องกรง และอาหารอยู่เช่นกัน ใครที่พอช่วยได้ก็ช่วยส่งไปให้ด้วยนะจ้ะ ที่ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิตโดยตรงเลย
ปล. อันนี้ฟังมาจากข่าวในทีวี เพราะงั้นจริงไม่มีช่องทางส่งไปให้ ทางอื่นแล้ว หากมีความคืบหน้า จะเอามาบอกกันต่อนะ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก UniDog เช่นเคยจ้า
เอาเถอะถึงคนเหล่านั้นจะถึง แต่ยังมีคนอีกกลุ่มที่ยินดีช่วยอยู่ แต่จะทำเองทั้งหมดคงไม่ได้ เพราะงั้น เรามาช่วยกันเยอะๆนะจ้ะ
เริ่มเรื่องแรก โดยคุณ Pawena Toon
มีผู้รับอุปการะน้องหมาทั้ง 20กว่าตัว ชั่วคราวช่วงน้ำท่วมนี้ได้แล้ว (น้องหมาไม่มีที่ต้องหลบน้ำท่วมอยู่บนหลังคาจะได้มีที่อยู่ที่กินก่อน)
โอนเงินมาใด้ที่ ธนาคารกสิกร ปวีณา วีรธรรมจำรัส 746-209-6695 สาขาอ่อนนุช ได้
ขอความกรุณาโอนเป็นเลขตัวสุดท้ายลงด้วย 9 นะคะ เช่น 109, 309 บาท
แล้ววันศุกร์นี้เจ้าของบัญชีจะนำบุ๊คมาอัพเดตให้ดูทุกคนนะ
แต่ตอนนี้ขาดกรงและกั้นคอกสุนัขอยู่ ขอกรงกับอาหารสุนัขค่ะ
ถ้าช่วยบริจาคเงินได้ด้วยก็จะดีมาก เพราะผู้อุปการะจะมีค่าใช้จ่ายเยอะในการเลี้ยงดูน้องๆนี้จนกว่าน้ำจะลด
สอบถามรายละเอียดต่อได้ที่ คุณตูน 081-551-6695 นะ
เรื่องที่สอง แพดดิกรี ร่วมบริจาคช่วยเรื่องอาหารสุนัข แต่ต้องรอประสานงานอีกเล็กน้อย เพื่อขอข้อมูลและจำนวนที่แน่นนอน ยังไงก็ต้องขอขอบคุณในความมีน้ำใจนะ http://www.facebook.com/PEDIGREE.THAILAND ขอบคุณจ้า
เรื่องที่สาม หลังจากที่ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เปิดรับเป็นที่หลบภัย เป็นที่พักพิงให้ผู้ที่หนีน้ำท่วม ก็ได้มีคนพาน้องหมาแสนรักของพวกเขาเข้าไปด้วย แอบเกิดปัญหาขึ้นเล็กๆในการจัดที่อยู่ให้น้องหมาทั้งหลาย เพราะไม่อาจให้นอนรวมกับผู้คนอื่นๆได้ จึงน่าจะยังขาดเรื่องกรง และอาหารอยู่เช่นกัน ใครที่พอช่วยได้ก็ช่วยส่งไปให้ด้วยนะจ้ะ ที่ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิตโดยตรงเลย
ปล. อันนี้ฟังมาจากข่าวในทีวี เพราะงั้นจริงไม่มีช่องทางส่งไปให้ ทางอื่นแล้ว หากมีความคืบหน้า จะเอามาบอกกันต่อนะ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก UniDog เช่นเคยจ้า
20 ประการ เตรียมบ้านให้พร้อมก่อนน้ำท่วมใหญ่ ตอนที่ 3
มาถึงตอนสุดท้าย ของ 20 ประการ เตรียมบ้านให้พร้อมก่อนน้ำท่วมใหญ่ แล้วจ้า ใครที่จำไม่ได้ สามารถย้อนไปอ่านได้เลยนะ แล้วอย่าลืมนำไปบอกต่อไกันด้วยล่ะ
อ๋อ!!!เผื่อใครลืมไป บทความนี้ถูกเขียนขึ้นด้วยข้อมูลและความรู้ส่วนตัวของท่านผู้เขียนที่ SmiLelY ไปเอาของท่านมากระจายต่อนะ จริงจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง หรือแก้ไขใดๆทั้งสิน เข้าใจตรงกันนะ
11. เตรียมระบบสื่อสารทุกประเภทเอาไว้ให้พร้อม
ระบบสื่อสารทุกอย่างที่เรามี ไม่ว่าจะเป็นระบบโทรศัพท์ปกติหรือโทรศัพท์มือถือ ระบบอินเทอร์เน็ตทั้งมีสายและไร้สาย วิทยุ โทรทัศน์ หรือ อุปกรณ์สื่อสารพิเศษอย่างอื่น (เช่นระบบดาวเทียม วอร์คกี้ทอร์คกี้ เป็นต้น) เพราะการรับข่าวสาร และการติดตามข่าวสารเรื่องภัยน้ำท่วมที่จะมาถึงตัวเราเป็นเรื่องสำคัญ และไม่น่าจะเกิดความผิดพลาดในทุกวินาที
และหากน้ำท่วมแล้ว การขอความช่วยเหลือ หรือสอบถามข้อมูลเพื่อการช่วยเหลือตัวเองเป็นเรื่องสำคัญ ณ วินาทีวิกฤตินั้นแน่นอน อีกทั้งระบบสื่อสารที่เรามีนั้น มิได้ใช้เพียงการที่เราช่วยตัวเอง แต่อาจจะมีผู้เดือดร้อนคนอื่นที่ต้องการความช่วยเหลือ หรือต้องการคำปรึกษาจากเรา ก็สามารถติดต่อกับเราได้ ต้องคนละไม้คนละมือเสมอ ทุกคนล้วนลำบากทั้งสิ้นครับ
12. ชาร์จอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกอย่างเตรียมพร้อม 24 ชั่วโมง
อุปกรณ์ไฟฟ้าหลายอย่างมีความจำเป็นยามเกิดภาวะฉุกเฉิน เช่น ไฟฉาย วิทยุ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ มือถือ หรือแม้กระทั่งกล้องถ่ายภาพ ฯลฯ จะต้องมีการชาร์จไฟไว้ให้เต็มร้อยตลอดเวลา เพราะยามน้ำท่วม ระบบไฟฟ้าทั้งหมดอาจติดขัดครับ
นอกจากอุปกรณ์ไฟฟ้าจะต้องชาร์จไฟให้เต็มที่แล้ว การใช้อุปกรณ์เหล่านั้นเมื่อไฟฟ้าปกติไม่มา จะต้องประหยัดไฟด้วย เพื่อความมั่นใจว่าอุปกรณ์เหล่านั้นจะทำงานได้เต็มที่ยามฉุกเฉิน อีกทั้งต้องเตรียมอุปกรณ์อื่นเสริมอีกด้วย เช่น ไม้ขีดไฟ เทียนไข เป็นต้น
13. ย้ายของทุกอย่างให้อยู่ในที่ที่เหมาะสม
ข้าวของในบ้านของเรา ไม่ใช่เพียงเรื่องของอุปกรณ์ไฟฟ้าเท่านั้นที่เราจะต้องมีการจัดการย้ายให้อยู่ในที่ที่เหมาะสม แต่หมายถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่เราคิดว่ามีความสำคัญ และอาจจะเสียหายได้เมื่อมีน้ำท่วม ตั้งแต่รถยนต์ ถังกาซ เฟอร์นิเจอร์ หนังสือ ของขวัญ รูปภาพ ฯลฯ ขอให้ย้ายไปสู่ที่ที่เหมาะสม ซึ่งที่ที่เหมาะสมนั้นอาจจะอยู่ในตัวบ้านของเรา หรือจะย้ายออกไปเก็บไว้นอกบ้าน สถานที่อื่นที่คิดว่าปลอดภัย
มีข้อมูลว่า เมื่อน้ำท่วม หลายคนเป็นอันตรายอันเนื่องมาจากการ “ห่วงของ” ต้องลุยน้ำกลับไปกลับมาเพื่อขนของออกจากบ้าน และหลายครั้งที่ขนของออกมาแล้ว แต่ไม่มีที่วาง ก็จำต้องวางไว้ในที่ที่ไม่ปลอดภัย ปรากฏว่าของที่อุตส่าห์ขนออกมาด้วยความเสียดายหรือความผูกพันนั้น ถูกผู้ชั่วร้ายใจทรามขโมยต่อเอาไปอีกด้วย
แต่ของที่เราจะย้ายนั้น ไม่ได้หมายความว่าเป็นของทุกอย่างไปเลย เลือกเฉพาะที่เราคิดว่าต้องย้ายเท่านั้น ของบางอย่างที่แช่น้ำได้ไม่มีปัญหา ก็ไม่ต้องขนย้ายก็ได้
14. ใช้พลาสติกซึ่งเป็นวัสดุที่ไม่กลัวน้ำให้เป็นประโยชน์
วัสดุส่วนใหญ่จะกลัวน้ำ หรือไม่สามารถที่จะสู้กับน้ำได้ แต่พลาสติกเป็นวัสดุที่ไม่กลัวน้ำ ดังนั้นอุปกรณ์ต่างๆที่เป็นพลาสติก น่าจะต้องมีการเตรียมการเอาไว้ใกล้ตัว ไม่ว่าจะเป็นถังน้ำพลาสติก ท่อพลาสติก กระดานพลาสติก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผ้าหรือแผ่นพลาสติก ที่เราจะเอาไว้ใช้หุ้มอุปกรณ์หรือส่วนต่างๆของบ้านเรา ตั้งแต่เฟอร์นิเจอร์ หนังสือ ฯลฯ แม้กระทั่งการหุ้มป้องกันตัวเรา หรืออวัยวะบางส่วนของตัวเราครับ
ขอให้หาซื้อผ้าหรือกระดานพลาสติกเก็บเอาไว้ใกล้มือเรา ยามฉุกเฉิน พลาสติกจะเป็นวัสดุอย่างหนึ่งที่มีประโยชน์มากจนคาดไม่ถึงได้ครับ และที่สำคัญอีกอย่างก็คือ “ห่วงยาง” ครับ
15. เตรียมอาหาร น้ำดื่ม และยาให้พร้อม
เพราะยามน้ำท่วมแล้ว เราอาจจะต้องติดอยู่ในบ้านของเราก็ได้ สิ่งที่จำเป็นในการดำรงชีพของเราก็คือ “อาหาร” ที่ต้องเตรียมเอาไว้ ทั้งอาหารที่ต้องมีการปรุงด้วยอุปกรณ์ไฟฟ้า (หรือกาซ) กับอาหารที่สามารถกินได้เลย โดยไม่ต้องมีการปรุง และต้องเตรียมเรื่อง “น้ำดื่ม” เอาไว้ด้วย เตรียมให้เพียงพอสำหรับทุกคนประมาณ 3 วันครับ
ยาเป็นสิ่งสำคัญมากอีกอย่างหนึ่งที่เราต้องเตรียมเอาไว้ (ในที่ที่ปลอดภัย) ยาหลักๆก็คือ ยาแก้ปวด ยากแก้ไข้ ยาแก้ท้องเสีย ยารักษาโรคน้ำกัดเท้า ยาล้างแผล ยาแก้แพ้ ยากันแมลงและยาของโรคประจำตัวของทุกคน
มีผู้หวังดีแนะนำบอกต่อว่า อย่าสะสม “สุรา” เอาไว้ตอนน้ำท่วม เพราะน้ำท่วมนานๆ อาจจะมีคนกลุ้มใจ แล้วใช้สุราแก้ความกลุ้มใจ จะยิ่งทำให้เกิดปัญหาด้านความปลอดภัยมากขึ้น ส่วนเหล่าขวดสุราที่เก็บสะสมเอาไว้ ไม่ต้องขนไปไกลก็ได้ เพราะขวดสุราเหล่านั้น เขาสามารถแช่น้ำได้ ไม่มีปัญหาประการใด
16. บ้านชั้นเดียว ต้องตรวจสอบหลังคาด้วย
สำหรับบ้าน 2 ชั้น หลังคาบ้านจะมีผลมากยามเมื่อฝนตกหนักๆ ซึ่งเราน่าจะต้องดูแลกันไปพอสมควรแล้วในเวลาที่เพิ่งผ่านมา แต่ในกรณีน้ำท่วมนั้นหลังคาไม่ค่อยมีผลมากเท่าไร เพราะน้ำท่วมจากข้างล่างขึ้นไป หากท่วมถึงหลังคาชั้นสอง เราก็น่าจะย้ายไปอยู่ที่อื่นก่อนหน้านั้นแล้ว แต่กรณีที่เป็นบ้านชั้นเดียว น้ำอาจจะท่วมชั้นล่างของบ้านอย่างรวดเร็ว หลังคาหรือส่วนของหลังคาจึงเป็นพื้นที่หลบภัยได้ชั่วคราวพื้นที่หนึ่ง เราจึงต้องตรวจสอบทางหนีทีไล่ของเรา กรณีที่เราต้องขึ้นไปหนีภัยบนหลังคา ซึ่งเราอาจจะขึ้นไปทางฝ้าเพดานของเรา (กรุณาอย่าลืมตัดวงจรไฟฟ้าที่บ้านทั้งหมดก่อนจะขึ้นไปบนฝ้าเพดานสู่หลังคานะครับ)
17. ระวังโจร ระวังมาร ระวังผู้ชั่วร้าย
เป็นความเปลี่ยนแปลงที่น่าสลดใจที่สังคมน่าอยู่และเห็นอกเห็นใจของเมืองไทยเรา ได้ถูกลัทธิวัตถุนิยมเข้าครอบงำไปหลายส่วนแล้ว ดังนั้นเราจึงได้ข่าวเนืองๆว่า มีผู้ชั่วร้ายที่อยากได้ประโยชน์ส่วนตนและพรรคพวก เข้ามารังแกจี้ปล้นประชาชนที่กำลังลำบากทุกข์เข็ญ
ยามน้ำท่วม เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังยุ่งกับภารกิจอย่างอื่น เหล่าคนชั่วก็จะออกอาละวาดรังแกผู้ที่กำลังเดือดร้อน มีการขโมย จี้ปล้น ฉกชิงวิ่งราว ให้เราได้ทราบอยู่เป็นประจำ และมีความเป็นไปได้ว่าหนึ่งในอนาคตนั้นอาจจะเป็นตัวเราและบ้านของเรา ดังนั้น การเตรียมการป้องกันโจร จึงเป็นอีกประการหนึ่งที่เราต้องเตรียมการ อย่าเก็บของมีค่าเอาไว้ในบ้านของเรา เอาไปฝากที่อื่นก่อนดีกว่า เงินทองไม่จำเป็นที่ต้องพกมากมาย และคอยเฝ้าสังเกตบุคคลที่น่าสงสัย การส่งเสียงดังๆในบางครั้ง จะเป็นอาวุธป้องกันตัวเราได้
18. เพื่อนบ้าน ต้องร่วมด้วยช่วยกัน
ในกรณีนี้ไม่ได้หมายถึงเรื่องของการต่อสู้ป้องกันโจรประการเดียว แต่หมายถึงในทุกๆกรณี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เรา “ขอความช่วยเหลือ” จากเพื่อนบ้าน แต่หมายถึงการที่ “เราจะช่วยเหลือเพื่อนบ้าน” ด้วย รวมๆกันก็หมายถึง “การสร้างชุมชนเข้มแข็ง” เพราะความรักที่ยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้เสมอยามที่คนเรามีความลำบากร่วมกัน อย่าต่อสู้หรือป้องกันภัยทั้งหลายคนเดียว ต้องสื่อสารกัน ต้องจับมือกัน และวางแนวทางการป้องกัน การต่อสู้ที่เป็นกลุ่มใหญ่ขึ้น แล้วเราจะมีโอกาส หากตอนนี้เหล่าเพื่อนบ้านยังไม่มีการเคลื่อนไหวร่วมกัน เราก็อาจจะเป็นแกนตัวเล็กๆที่จะเป็นผู้เริ่มต้นได้ครับ อย่าอาย อย่ากลัวใครเขาหมั่นไส้ครับ หากเราเป็นคนดี มีจิตใจดี ทุกคนจะเข้าใจครับ
19. เตรียมทางหนีทีไล่เพื่อออกจากบ้าน
ดังที่กล่าวไว้ในตอนต้นว่า การป้องกันน้ำท่วมก็เหมือนการป้องกันเมืองจากการโจมตีของข้าศึก ซึ่งเราอาจจะป้องกันเอาไว้ได้หรือป้องกันไม่ไหวก็ได้ หากถึงที่สุดแล้ว เราไม่มีทางต่อสู้ได้แน่ๆ พ่ายแพ้แล้ว การเตรียม “ทางหนี” เป็นเรื่องที่จำเป็น หากเราเตรียมทางหนีเอาไว้แต่แรก เราก็สามารถหนีได้ หนีทัน เกิดความเสียหายน้อยลง ทางหนีจากกรณีน้ำท่วมบ้าน อย่าคิดเพียงทางหนีออกจากบ้าน แต่ต้องคิดให้จบว่าหนีออกไปแล้ว จะหนีด้วยอะไร มีเรือหรือห่วงยางหรือไม่ มีเชือกสาวตัวเองหรือไม่ จะพกอะไรติดตัวไปบ้าง (ที่สามารถพกพาแบกหามไปได้) และจะมุ่งหน้าไปทางทิศใด มุ่งหน้าไปไหน และจะไปหยุดที่ใด พักที่ใด กับใคร ทุกอย่างต้องคิดเป็นกระบวนการ และคิดให้จบวงจรไว้แต่แรกครับ
20. ตั้งจิตให้มั่น ตอนนี้ “สติ” สำคัญที่สุด
อย่าเสียเวลากับการเกรี้ยวโกรธ อย่าเพิ่งด่าอะไรใคร อย่าโทษฟ้าดิน ยังมีเวลาและโอกาสอีกมากมายที่จะทำเช่นนั้น เวลานี้เป็นเวลาที่เราต้องตั้งสติ และคิด และเตรียมการอย่างเป็นระบบ เราต้องรับรู้ข่าวสารต่างๆอย่างทันต่อเหตุการณ์จากคนที่เชื่อถือได้ (ระวังคำพูดนักการเมืองนิดนะครับ) ต้องฟังวิทยุ หรือแม้แต่ติดตามทางอินเทอร์เน็ต (เช่น http://www.thaiflood.com/ หรือ http://flood.gistda.or.th/ เป็นต้น)
อ่านมาทั้งหมดทั้ง 20 ข้อ สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ"สติ"หากว่าเรามีสติ ทุกๆอย่างก็จะเป็นไปอย่างราบลื่น และเป็นขั้นเป็นตอน จะไม่เกิดความเสียหาย หรือเกิดขึ้นน้อยมากถึงมากที่สุด ทั้งกับตัวทรัพย์สิน และตัวเราเอง
ขอให้ทุกคนมีสติเข้าไว้นนะจ้ะ อย่าได้ตื่นหนกวิตกจริตไปจนไม่เป็นอันทำอะไร
สุดท้ายก็เช่นเคย ขอให้ปลอดภัยทั้งทรัพย์สินและร่างกายนะ
แล้วเจอกันใหม่บทความน่าจ้า บะบาย
ขอขอบคุณ : นายยอดเยี่ยม เทพธรานนท์ สถ. ๓๔๔ ว. ตุลาคม ๒๕๕๔ และ ไทยรัฐ
อ๋อ!!!เผื่อใครลืมไป บทความนี้ถูกเขียนขึ้นด้วยข้อมูลและความรู้ส่วนตัวของท่านผู้เขียนที่ SmiLelY ไปเอาของท่านมากระจายต่อนะ จริงจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง หรือแก้ไขใดๆทั้งสิน เข้าใจตรงกันนะ
11. เตรียมระบบสื่อสารทุกประเภทเอาไว้ให้พร้อม
ระบบสื่อสารทุกอย่างที่เรามี ไม่ว่าจะเป็นระบบโทรศัพท์ปกติหรือโทรศัพท์มือถือ ระบบอินเทอร์เน็ตทั้งมีสายและไร้สาย วิทยุ โทรทัศน์ หรือ อุปกรณ์สื่อสารพิเศษอย่างอื่น (เช่นระบบดาวเทียม วอร์คกี้ทอร์คกี้ เป็นต้น) เพราะการรับข่าวสาร และการติดตามข่าวสารเรื่องภัยน้ำท่วมที่จะมาถึงตัวเราเป็นเรื่องสำคัญ และไม่น่าจะเกิดความผิดพลาดในทุกวินาที
และหากน้ำท่วมแล้ว การขอความช่วยเหลือ หรือสอบถามข้อมูลเพื่อการช่วยเหลือตัวเองเป็นเรื่องสำคัญ ณ วินาทีวิกฤตินั้นแน่นอน อีกทั้งระบบสื่อสารที่เรามีนั้น มิได้ใช้เพียงการที่เราช่วยตัวเอง แต่อาจจะมีผู้เดือดร้อนคนอื่นที่ต้องการความช่วยเหลือ หรือต้องการคำปรึกษาจากเรา ก็สามารถติดต่อกับเราได้ ต้องคนละไม้คนละมือเสมอ ทุกคนล้วนลำบากทั้งสิ้นครับ
12. ชาร์จอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกอย่างเตรียมพร้อม 24 ชั่วโมง
อุปกรณ์ไฟฟ้าหลายอย่างมีความจำเป็นยามเกิดภาวะฉุกเฉิน เช่น ไฟฉาย วิทยุ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ มือถือ หรือแม้กระทั่งกล้องถ่ายภาพ ฯลฯ จะต้องมีการชาร์จไฟไว้ให้เต็มร้อยตลอดเวลา เพราะยามน้ำท่วม ระบบไฟฟ้าทั้งหมดอาจติดขัดครับ
นอกจากอุปกรณ์ไฟฟ้าจะต้องชาร์จไฟให้เต็มที่แล้ว การใช้อุปกรณ์เหล่านั้นเมื่อไฟฟ้าปกติไม่มา จะต้องประหยัดไฟด้วย เพื่อความมั่นใจว่าอุปกรณ์เหล่านั้นจะทำงานได้เต็มที่ยามฉุกเฉิน อีกทั้งต้องเตรียมอุปกรณ์อื่นเสริมอีกด้วย เช่น ไม้ขีดไฟ เทียนไข เป็นต้น
13. ย้ายของทุกอย่างให้อยู่ในที่ที่เหมาะสม
ข้าวของในบ้านของเรา ไม่ใช่เพียงเรื่องของอุปกรณ์ไฟฟ้าเท่านั้นที่เราจะต้องมีการจัดการย้ายให้อยู่ในที่ที่เหมาะสม แต่หมายถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่เราคิดว่ามีความสำคัญ และอาจจะเสียหายได้เมื่อมีน้ำท่วม ตั้งแต่รถยนต์ ถังกาซ เฟอร์นิเจอร์ หนังสือ ของขวัญ รูปภาพ ฯลฯ ขอให้ย้ายไปสู่ที่ที่เหมาะสม ซึ่งที่ที่เหมาะสมนั้นอาจจะอยู่ในตัวบ้านของเรา หรือจะย้ายออกไปเก็บไว้นอกบ้าน สถานที่อื่นที่คิดว่าปลอดภัย
มีข้อมูลว่า เมื่อน้ำท่วม หลายคนเป็นอันตรายอันเนื่องมาจากการ “ห่วงของ” ต้องลุยน้ำกลับไปกลับมาเพื่อขนของออกจากบ้าน และหลายครั้งที่ขนของออกมาแล้ว แต่ไม่มีที่วาง ก็จำต้องวางไว้ในที่ที่ไม่ปลอดภัย ปรากฏว่าของที่อุตส่าห์ขนออกมาด้วยความเสียดายหรือความผูกพันนั้น ถูกผู้ชั่วร้ายใจทรามขโมยต่อเอาไปอีกด้วย
แต่ของที่เราจะย้ายนั้น ไม่ได้หมายความว่าเป็นของทุกอย่างไปเลย เลือกเฉพาะที่เราคิดว่าต้องย้ายเท่านั้น ของบางอย่างที่แช่น้ำได้ไม่มีปัญหา ก็ไม่ต้องขนย้ายก็ได้
14. ใช้พลาสติกซึ่งเป็นวัสดุที่ไม่กลัวน้ำให้เป็นประโยชน์
วัสดุส่วนใหญ่จะกลัวน้ำ หรือไม่สามารถที่จะสู้กับน้ำได้ แต่พลาสติกเป็นวัสดุที่ไม่กลัวน้ำ ดังนั้นอุปกรณ์ต่างๆที่เป็นพลาสติก น่าจะต้องมีการเตรียมการเอาไว้ใกล้ตัว ไม่ว่าจะเป็นถังน้ำพลาสติก ท่อพลาสติก กระดานพลาสติก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผ้าหรือแผ่นพลาสติก ที่เราจะเอาไว้ใช้หุ้มอุปกรณ์หรือส่วนต่างๆของบ้านเรา ตั้งแต่เฟอร์นิเจอร์ หนังสือ ฯลฯ แม้กระทั่งการหุ้มป้องกันตัวเรา หรืออวัยวะบางส่วนของตัวเราครับ
ขอให้หาซื้อผ้าหรือกระดานพลาสติกเก็บเอาไว้ใกล้มือเรา ยามฉุกเฉิน พลาสติกจะเป็นวัสดุอย่างหนึ่งที่มีประโยชน์มากจนคาดไม่ถึงได้ครับ และที่สำคัญอีกอย่างก็คือ “ห่วงยาง” ครับ
15. เตรียมอาหาร น้ำดื่ม และยาให้พร้อม
เพราะยามน้ำท่วมแล้ว เราอาจจะต้องติดอยู่ในบ้านของเราก็ได้ สิ่งที่จำเป็นในการดำรงชีพของเราก็คือ “อาหาร” ที่ต้องเตรียมเอาไว้ ทั้งอาหารที่ต้องมีการปรุงด้วยอุปกรณ์ไฟฟ้า (หรือกาซ) กับอาหารที่สามารถกินได้เลย โดยไม่ต้องมีการปรุง และต้องเตรียมเรื่อง “น้ำดื่ม” เอาไว้ด้วย เตรียมให้เพียงพอสำหรับทุกคนประมาณ 3 วันครับ
ยาเป็นสิ่งสำคัญมากอีกอย่างหนึ่งที่เราต้องเตรียมเอาไว้ (ในที่ที่ปลอดภัย) ยาหลักๆก็คือ ยาแก้ปวด ยากแก้ไข้ ยาแก้ท้องเสีย ยารักษาโรคน้ำกัดเท้า ยาล้างแผล ยาแก้แพ้ ยากันแมลงและยาของโรคประจำตัวของทุกคน
มีผู้หวังดีแนะนำบอกต่อว่า อย่าสะสม “สุรา” เอาไว้ตอนน้ำท่วม เพราะน้ำท่วมนานๆ อาจจะมีคนกลุ้มใจ แล้วใช้สุราแก้ความกลุ้มใจ จะยิ่งทำให้เกิดปัญหาด้านความปลอดภัยมากขึ้น ส่วนเหล่าขวดสุราที่เก็บสะสมเอาไว้ ไม่ต้องขนไปไกลก็ได้ เพราะขวดสุราเหล่านั้น เขาสามารถแช่น้ำได้ ไม่มีปัญหาประการใด
16. บ้านชั้นเดียว ต้องตรวจสอบหลังคาด้วย
สำหรับบ้าน 2 ชั้น หลังคาบ้านจะมีผลมากยามเมื่อฝนตกหนักๆ ซึ่งเราน่าจะต้องดูแลกันไปพอสมควรแล้วในเวลาที่เพิ่งผ่านมา แต่ในกรณีน้ำท่วมนั้นหลังคาไม่ค่อยมีผลมากเท่าไร เพราะน้ำท่วมจากข้างล่างขึ้นไป หากท่วมถึงหลังคาชั้นสอง เราก็น่าจะย้ายไปอยู่ที่อื่นก่อนหน้านั้นแล้ว แต่กรณีที่เป็นบ้านชั้นเดียว น้ำอาจจะท่วมชั้นล่างของบ้านอย่างรวดเร็ว หลังคาหรือส่วนของหลังคาจึงเป็นพื้นที่หลบภัยได้ชั่วคราวพื้นที่หนึ่ง เราจึงต้องตรวจสอบทางหนีทีไล่ของเรา กรณีที่เราต้องขึ้นไปหนีภัยบนหลังคา ซึ่งเราอาจจะขึ้นไปทางฝ้าเพดานของเรา (กรุณาอย่าลืมตัดวงจรไฟฟ้าที่บ้านทั้งหมดก่อนจะขึ้นไปบนฝ้าเพดานสู่หลังคานะครับ)
17. ระวังโจร ระวังมาร ระวังผู้ชั่วร้าย
เป็นความเปลี่ยนแปลงที่น่าสลดใจที่สังคมน่าอยู่และเห็นอกเห็นใจของเมืองไทยเรา ได้ถูกลัทธิวัตถุนิยมเข้าครอบงำไปหลายส่วนแล้ว ดังนั้นเราจึงได้ข่าวเนืองๆว่า มีผู้ชั่วร้ายที่อยากได้ประโยชน์ส่วนตนและพรรคพวก เข้ามารังแกจี้ปล้นประชาชนที่กำลังลำบากทุกข์เข็ญ
ยามน้ำท่วม เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังยุ่งกับภารกิจอย่างอื่น เหล่าคนชั่วก็จะออกอาละวาดรังแกผู้ที่กำลังเดือดร้อน มีการขโมย จี้ปล้น ฉกชิงวิ่งราว ให้เราได้ทราบอยู่เป็นประจำ และมีความเป็นไปได้ว่าหนึ่งในอนาคตนั้นอาจจะเป็นตัวเราและบ้านของเรา ดังนั้น การเตรียมการป้องกันโจร จึงเป็นอีกประการหนึ่งที่เราต้องเตรียมการ อย่าเก็บของมีค่าเอาไว้ในบ้านของเรา เอาไปฝากที่อื่นก่อนดีกว่า เงินทองไม่จำเป็นที่ต้องพกมากมาย และคอยเฝ้าสังเกตบุคคลที่น่าสงสัย การส่งเสียงดังๆในบางครั้ง จะเป็นอาวุธป้องกันตัวเราได้
18. เพื่อนบ้าน ต้องร่วมด้วยช่วยกัน
ในกรณีนี้ไม่ได้หมายถึงเรื่องของการต่อสู้ป้องกันโจรประการเดียว แต่หมายถึงในทุกๆกรณี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เรา “ขอความช่วยเหลือ” จากเพื่อนบ้าน แต่หมายถึงการที่ “เราจะช่วยเหลือเพื่อนบ้าน” ด้วย รวมๆกันก็หมายถึง “การสร้างชุมชนเข้มแข็ง” เพราะความรักที่ยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้เสมอยามที่คนเรามีความลำบากร่วมกัน อย่าต่อสู้หรือป้องกันภัยทั้งหลายคนเดียว ต้องสื่อสารกัน ต้องจับมือกัน และวางแนวทางการป้องกัน การต่อสู้ที่เป็นกลุ่มใหญ่ขึ้น แล้วเราจะมีโอกาส หากตอนนี้เหล่าเพื่อนบ้านยังไม่มีการเคลื่อนไหวร่วมกัน เราก็อาจจะเป็นแกนตัวเล็กๆที่จะเป็นผู้เริ่มต้นได้ครับ อย่าอาย อย่ากลัวใครเขาหมั่นไส้ครับ หากเราเป็นคนดี มีจิตใจดี ทุกคนจะเข้าใจครับ
19. เตรียมทางหนีทีไล่เพื่อออกจากบ้าน
ดังที่กล่าวไว้ในตอนต้นว่า การป้องกันน้ำท่วมก็เหมือนการป้องกันเมืองจากการโจมตีของข้าศึก ซึ่งเราอาจจะป้องกันเอาไว้ได้หรือป้องกันไม่ไหวก็ได้ หากถึงที่สุดแล้ว เราไม่มีทางต่อสู้ได้แน่ๆ พ่ายแพ้แล้ว การเตรียม “ทางหนี” เป็นเรื่องที่จำเป็น หากเราเตรียมทางหนีเอาไว้แต่แรก เราก็สามารถหนีได้ หนีทัน เกิดความเสียหายน้อยลง ทางหนีจากกรณีน้ำท่วมบ้าน อย่าคิดเพียงทางหนีออกจากบ้าน แต่ต้องคิดให้จบว่าหนีออกไปแล้ว จะหนีด้วยอะไร มีเรือหรือห่วงยางหรือไม่ มีเชือกสาวตัวเองหรือไม่ จะพกอะไรติดตัวไปบ้าง (ที่สามารถพกพาแบกหามไปได้) และจะมุ่งหน้าไปทางทิศใด มุ่งหน้าไปไหน และจะไปหยุดที่ใด พักที่ใด กับใคร ทุกอย่างต้องคิดเป็นกระบวนการ และคิดให้จบวงจรไว้แต่แรกครับ
20. ตั้งจิตให้มั่น ตอนนี้ “สติ” สำคัญที่สุด
อย่าเสียเวลากับการเกรี้ยวโกรธ อย่าเพิ่งด่าอะไรใคร อย่าโทษฟ้าดิน ยังมีเวลาและโอกาสอีกมากมายที่จะทำเช่นนั้น เวลานี้เป็นเวลาที่เราต้องตั้งสติ และคิด และเตรียมการอย่างเป็นระบบ เราต้องรับรู้ข่าวสารต่างๆอย่างทันต่อเหตุการณ์จากคนที่เชื่อถือได้ (ระวังคำพูดนักการเมืองนิดนะครับ) ต้องฟังวิทยุ หรือแม้แต่ติดตามทางอินเทอร์เน็ต (เช่น http://www.thaiflood.com/ หรือ http://flood.gistda.or.th/ เป็นต้น)
อ่านมาทั้งหมดทั้ง 20 ข้อ สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ"สติ"หากว่าเรามีสติ ทุกๆอย่างก็จะเป็นไปอย่างราบลื่น และเป็นขั้นเป็นตอน จะไม่เกิดความเสียหาย หรือเกิดขึ้นน้อยมากถึงมากที่สุด ทั้งกับตัวทรัพย์สิน และตัวเราเอง
ขอให้ทุกคนมีสติเข้าไว้นนะจ้ะ อย่าได้ตื่นหนกวิตกจริตไปจนไม่เป็นอันทำอะไร
สุดท้ายก็เช่นเคย ขอให้ปลอดภัยทั้งทรัพย์สินและร่างกายนะ
แล้วเจอกันใหม่บทความน่าจ้า บะบาย
ขอขอบคุณ : นายยอดเยี่ยม เทพธรานนท์ สถ. ๓๔๔ ว. ตุลาคม ๒๕๕๔ และ ไทยรัฐ
วันจันทร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2554
วิธีทำ "ส้วมเฉพาะกิจ" ยามน้ำท่วม !!!
ดูข่าวในทีวีแล้วเห็นพอดี ว่าผู้ประสบภัยสิ่งที่ยังขาดแคลน และลำบากก็เรื่องขับถ่ายเนี่ยล่ะ
เพราะงั้นเลยเอามากระจายข่าวให้รู้กันเยอะๆ ใครเห็นแล้วก็กระจายๆต่อกันด้วยนะจ้ะ
เรามาเริ่มดูจากอุปกรณ์กันเลยดีกว่า
งบประมาณของ "ส้วมเฉพาะกิจ" สนนราคาอยู่ที่ 200 บาท โดยมีอุปกรณ์ดังต่อไปนี้
1. เก้าอี้พลาสติกไม่มีพนักพิง (ที่รองรับน้ำหนักได้ และมั่นคง) 1 ตัว
2. ถุงดำขนาด 30x40 นิ้ว
3. จุลินทรีย์ EM สำหรับดับกลิ่น 1 ขวด
4. กระดาษทิชชู่
5. ตัวหนีบ 4 ตัว
6. ยางรัด
ต่อไปก็ วิธีทำ "ส้วมเฉพาะกิจ"
- นำเก้าอี้พลาสติกมาเจาะรูตรงกลาง
- นำถุงดำมาใส่ลงไปตรงกลาง จากนั้นใช้ตัวหนีบ หนีบถุงติดไว้กับเก้าอี้กันมันหลุดออกจากกัน
- และเมื่อขับถ่ายเสร็จ ก็เทจุลินทรีย์อีเอ็มเอาไว้เทใส่ดับกลิ่นไม่พึงประสงค์ เสร็จแล้วก็ใช้หนังยางมัดถุงดำเอาไว้
ที่นี้ก็สบายใจไปได้เรื่องหนึ่งล่ะ แต่ว่าขอร้องล่ะ จับเก็บให้ดีๆนะ อย่าปล่อยลอยน้ำล่ะ เดี๋ยวได้เป็นโรคท้องร่วงกันอีกต่อ
ยังไงก็ระมัดระวังตัวกันให้มากๆนะจ้ะ หากมีอะไรดีๆจะเอามาน้ำเสนอกันอีก
วันนี้ไปก่อนล่ะ บะบายจ้า
ขอขอบคุณ ข้อมูลที่เรียบเรียงโดยกระปุกดอทคอม และ ภาพประกอบจาก คุณ Diamondoid แห่งเว็บไซต์พันทิป
เพราะงั้นเลยเอามากระจายข่าวให้รู้กันเยอะๆ ใครเห็นแล้วก็กระจายๆต่อกันด้วยนะจ้ะ
เรามาเริ่มดูจากอุปกรณ์กันเลยดีกว่า
งบประมาณของ "ส้วมเฉพาะกิจ" สนนราคาอยู่ที่ 200 บาท โดยมีอุปกรณ์ดังต่อไปนี้
1. เก้าอี้พลาสติกไม่มีพนักพิง (ที่รองรับน้ำหนักได้ และมั่นคง) 1 ตัว
2. ถุงดำขนาด 30x40 นิ้ว
3. จุลินทรีย์ EM สำหรับดับกลิ่น 1 ขวด
4. กระดาษทิชชู่
5. ตัวหนีบ 4 ตัว
6. ยางรัด
ต่อไปก็ วิธีทำ "ส้วมเฉพาะกิจ"
- นำเก้าอี้พลาสติกมาเจาะรูตรงกลาง
- นำถุงดำมาใส่ลงไปตรงกลาง จากนั้นใช้ตัวหนีบ หนีบถุงติดไว้กับเก้าอี้กันมันหลุดออกจากกัน
- และเมื่อขับถ่ายเสร็จ ก็เทจุลินทรีย์อีเอ็มเอาไว้เทใส่ดับกลิ่นไม่พึงประสงค์ เสร็จแล้วก็ใช้หนังยางมัดถุงดำเอาไว้
ที่นี้ก็สบายใจไปได้เรื่องหนึ่งล่ะ แต่ว่าขอร้องล่ะ จับเก็บให้ดีๆนะ อย่าปล่อยลอยน้ำล่ะ เดี๋ยวได้เป็นโรคท้องร่วงกันอีกต่อ
ยังไงก็ระมัดระวังตัวกันให้มากๆนะจ้ะ หากมีอะไรดีๆจะเอามาน้ำเสนอกันอีก
วันนี้ไปก่อนล่ะ บะบายจ้า
ขอขอบคุณ ข้อมูลที่เรียบเรียงโดยกระปุกดอทคอม และ ภาพประกอบจาก คุณ Diamondoid แห่งเว็บไซต์พันทิป
ข้อแนะนำเกี่ยวกับ "ไฟฟ้า" ในกรณีที่มีน้ำท่วม !!!
จากเหตุการณ์น้ำท่วม มักจะส่งผลให้ผู้คนถูกไฟช็อตเสียชีวิต ดังนั้นการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจึงมีข้อแนะนำประชาชนเกี่ยวกับไฟฟ้า กรณีเกิดน้ำท่วม
ข้อแนะนำเกี่ยวกับไฟฟ้าในกรณีที่มีน้ำท่วมหรือน้ำท่วมขัง

ข้อแนะนำเกี่ยวกับไฟฟ้าในกรณีที่มีน้ำท่วมหรือน้ำท่วมขัง
1. ปลดเมนสวิตช์ (สะพานไฟ) ภายในบ้าน
2. กรณีเป็นบ้าน 2 ชั้น และมีสวิตช์แยกแต่ละชั้น หากน้ำท่วมเฉพาะชั้นล่าง ให้ปลดสวิตช์ตัดกระสแไฟฟ้าเฉพาะชั้นล่าง
3. กรณีน้ำท่วมขังเป็นเวลานานและมีความจำเป็นต้องอาศัยอยู่ในบ้าน ให้ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ชั้นบน แต่กรณีบ้านชั้นเดียว ให้งดใช้กระแสไฟฟ้า เพราะอาจจะเป็นอันตราย
4. งดใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ไฟฟ้าในกรณีที่ตัวผู้ใช้ต้องสัมผัสอยู่กับน้ำ หากมีความจำเป็นให้ย้ายไปใช้บนที่สูงพ้นน้ำหรือชั้นบน
5. ปลั๊กไฟฟ้าที่น้ำท่วม ห้ามใช้งานโดยเด็ดขาด
6. หากพบสายไฟฟ้าขาดหรือเสาล้ม อย่าจับต้อง ให้แจ้งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในพื้นที่ เพื่อทำการแก้ไข
7. ในขณะฝนตกและตัวเปียก อย่าสัมผัสกับสวิตช์ไฟฟ้าที่อยู่ภายนอกอาคาร
8. พบสายไฟฟ้าขาดแช่อยู่ในน้ำ อย่าเข้าใกล้ ให้แจ้งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในพื้นที่ เพื่อทำการแก้ไข
9. หากพบผู้ถูกกระแสไฟฟ้าดูดในบ้านเรือน อย่าจับต้อง ให้ใช้ไม้แห้งเขี่ยสายไฟฟ้าออกก่อนหรือหรือใช้ผ้าคล้องหรือให้ผู้มีความรู้ด้านไฟฟ้าปลดสวิตช์ จากนั้นปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำส่งโรงพยาบาล\
สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับไฟฟ้า ปรึกษาได้ที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคหรือสายด่วน กฟภ. โทร.1129 ตลอด 24 ชั่วโมง
Source : facebook.การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค PEA/ pea.co.th(Image)
ขอขอบคุณข้อมูลจาก การไฟฟ้านครหลวง และ VoiceNews
Bye Bye Barbgon !!! เอากับเขาสักนิด
หลายๆคนที่ได้ดูคลิปหรือ หรือ แถลงการณ์อันนี้ (ฮา) คงออกจะงงๆว่ามันคืออะไรกันแน่ ทางเราก็ยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่เห็นว่าเป็นที่สนใจกันเยอะดี ก็เลยเอามาลงให้ดู
อีกอย่าง ไปเจอ บาร์บีกอนน้อย โดนฝั่งอยู่ที่สวนรถไฟด้วยนั่นล่ะ เลยอยากรู้อย่างเห็นว่ามันเป็นยังไง สงสัยว่าเป็นการตลาดใหม่ล่ะมั้ง
เรามาดูกันดีกว่า เสี่ยแกเอาจริงนะเออ
ขัดคำสั่ง มันต้องเจอแบบนี้ !!!!
น่าสงสารแท้ๆ
ภาพต่อจากนี้ เป็นเบาะแสที่เพื่อนๆใน Facebook โพสแจ้งเอาไ้ว้ เรามาดูความโหดร้ายกัน
ที่อัมพวา กำลังจะจมแล้ว Help~
ตัวนี้โชคดีหนีรอดมาได้ แต่กำลังเซ็งกับน้ำท่วม กลับร้านไม่ได้ ได้แต่มองตาละห้อย T^T
หลักฐานชัดๆ ระหว่างลงมือกระทำ!!!
ส่วนนี้ไปไกลเลย อยู่ท่าเรือเกาะเสม็ดโน่น
ร่วมแจ้งเบาะแสได้ที่นี้เลยนะ ^O^//
สามารถดูคลิประหว่างลงมือ ได้ที่นี่ http://www.muasua.com/FB/BBQPlaza/alert/index23.html#inline4
"A call for Animal Rights" Walk Rally !!!
วันนี้ขอเสนอ ทีมช่วยเหลือ น้องหมา น้องแมว ที่แสนยิ่งใหญ่ ลงพื้นที่จริงๆทุกงาน ทำทุกวิถีทางที่พอจะทำได้เพื่อช่วยเหลือสัตว์น้อยตาดำ
เมื่อวันที่ 9/10/2011 ได้ลงพื้นที่ไปช่วยเหลือที่ จังหวัด ลพบุรี (A CALL : Project ลพบุรี 9.10.11)
มีรายละเอียดกิจกรรม และช่องทางการบริจาคเงินดังนี้
เจ้าหน้าที่ตำรวจและสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี ชวนทีมงานขึ้นฮ.ไปสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้น และนำสิ่งของจำเป็นไปให้ผู้ประสบภัยที่เขาสมอคอน
ลูกแมวน้อย ทีมพี่บีให้อาหาร ปล่อยที่เดิม แต่น้องกระโจนลงน้ำว่ายตามเรือมา ทีมงานเลยพากลับมาด้วย และจะทำการหาบ้านให้ต่อๆไปจ้ะ
ทีมงาน A CALL ลงพื้นที่แบ่งงานกันดังนี้นะ
1 .ทีมช่วยเหลือหมาแมวที่ได้รับแจ้งว่าติดอยู่ในหมู่บ้าน อ. บ้านหมี่ จ.ลพบุรี นำโดยคุณบี Bitter Brownie
2. ทีมช่วยเหลือผู้ประสบภัยและสัตว์เลี้ยง เขาสมอคอน จ.ลพบุรี นำโดยคุณ Took Sumano
โดยทั้งสองทีมจะมีผู้ประสานงานพื้นที่คือคุณนก Nok Saranchanok ทั้งนี้ทีมเจทสกีที่ติดต่อไว้ ติดภารกิจที่จังหวัดอยุธยา
ประกอบกับน้ำใน อ.ท่าวุ้งเพิ่มขึ้นสูงสุดที่ระดับ 4 เมตรทำให้ชาวบ้านเริ่มทยอยหนีน้ำขึ้นบนภูเขา ทำให้การเข้าไปเพิ่มความลำบากมากขึ้น
ทางทีมงานเราจึงขอตัดสินใจเลือกพื้นที่อีกครั้งนึงตามสถานการณ์เฉพาะหน้า ทั้งนี้ทีมจึงประสานงานขอเฮลิคอปเตอร์เพื่อหย่อนอาหารได้ในเวลา 14.00 น. แทนการเข้าพื้นที่โดยเจ็ทสกี
สำหรับชาว A CALL ที่ต้องการช่วยเหลือทางทีมพี่บี Bitter Brownie ซึ่งเป็นทีม A CALL ที่ไปช่วยน้องหมาน้ำท่วม ติดเกาะอยู่เกือบสามสิบตัว เป็นหมาที่ชาวบ้านทิ้งไว้ไม่ได้อพยพออกมาด้วย
ทางอบต ลพบุรีแจ้งมาให้ไปช่วยค่ะ พี่บีได้รถแล้ว 2 คัน พร้อมกับอาสาสมัครอีก 10 ท่าน รวมถึงได้จ้างรถขนสุนัข ตามไปอีก 2 คัน ขอปิดรับอาสาสมัครนะจ้ะ
ตอนนี้ถ้าท่านใดอยากช่วยพี่บี พี่บีขอเป็นกำลังเงินค่ะ เพราะเราจะไปช่วยหมามา ต้องมีค่าขนย้าย ค่าฝาก และ ค่าใช้จ่ายในการดูแลสัตว์เหล่านั้นต่อไปค่ะ
ต้องการบริจาค (ขอร้องว่าบริจาคตามหน่วยที่ A Call บอกด้วยนะจ้ะ เขาแบ่งหลายสายนะจ้ะ)
ช่วย 1 . ทีม A CALL1 นำโดย พี่บี Bitter Brownie
สามารถบริจาคได้ที่ ศรันย์ชนก พงศ์กมลานนท์ ธ.ไทยพาณิชย์ สาขา บิ๊กซี รังสิต
เลขบัญชี 401 888 9727 ขอบริจาคลงท้ายด้วยเลขหน่วย 9 เท่านั้น เช่น 109, 509, 1009
ช่วย 2. ทีม A CALL2 นำโดย พี่นก Nok Saranchanok
ศรันย์ชนก พงศ์กมลานนท์ ธ.ไทยพาณิชย์ สาขา บิ๊กซี รังสิต
เลขที่บัญชี 401 888 9727 ขอบริจาคลงท้ายด้วย .50 เช่น 100.50, 500.50, 1000.50
ขอบพระคุณนะคะ ขอทุกทีมใช้ความระมัดระวังอย่างสูงสุด และพระคุ้มครองนะคะ
ทั้งนี้ขอขอบคุณอาสาสมัครทุกท่าน ผู้บริจาค และให้ความสนับสนุน เราสัญญาว่าเราจะทำให้ดีที่สุด
โดย: " A call for Animal Rights " Walk Rally
ขอขอบคุณข้อมูลจา่ก A call for Animal Rights " Walk Rally และ UniDog
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)







