น้ำท่วมแบบนี้ คนที่ลุยน้ำนานๆ แช่น้ำนานๆ ก็จะต้องเจอกับปัญหานี้แน่นอน
"น้ำกัดเท้า" ทั้งคัน ทั้งเจ็บ ทั้งแสบ น่ารำคาญสุดๆนะว่ามั้ย
วันนี้เรามีวิธีป้องกันและรักษาง่ายๆมาบอกกัน
แต่ไม่ว่ายังไงก็ตาม ถ้าหลีกเลี่ยงการลุยน้ำ แช่น้ำได้ก็ควรเลี่ยงนะจ้ะ
เพราะในน้ำมาเชื้อโรคมากมาย ยิ่งสำหรับคุณผู้หญิงด้วยแล้ว...รู้นะว่าทำไม
อาจติดเชื้อกันได้ง่ายๆจ้า
ขอบคุณ : ชาวจรัญฯรวมใจ สู้ภัยน้ำท่วม
วันพุธที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
วันอังคารที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
ใครเหี้ย ใครเข้ เรามาดูกัน !!!!
ช่วงน้ำท่วมๆแบบนี้ สัตว์ที่มีรายงานออกทางสื่อต่างๆมากที่สุดคงหนีไม่พ้น "จระเข้"
ซึ่งชาวบ้านหลายๆคนที่ไม่สามารถอพยพออกมาได้ หรือยังอาศัยอยู่ในบ้าน
ก็หวาดวิตกกันพอสมควร บางคนถึงกับเห็นเหี้ยเป็นจระเข้กันเลยทีเดียว
จากความผิดพลาดที่สร้างความกลาหลครั้งนี้
ทางทีมงาน รู้ สู้! Flood ก็ได้จัดทำรู้ภาพน่ารักๆ ที่เข้าใจง่ายๆ
เป็นวิธีการสังเกตความต่างของ ตัวเหี้ย กับ จระเข้ มาฝากทุกคน
ซึ่งชาวบ้านหลายๆคนที่ไม่สามารถอพยพออกมาได้ หรือยังอาศัยอยู่ในบ้าน
ก็หวาดวิตกกันพอสมควร บางคนถึงกับเห็นเหี้ยเป็นจระเข้กันเลยทีเดียว
จากความผิดพลาดที่สร้างความกลาหลครั้งนี้
ทางทีมงาน รู้ สู้! Flood ก็ได้จัดทำรู้ภาพน่ารักๆ ที่เข้าใจง่ายๆ
เป็นวิธีการสังเกตความต่างของ ตัวเหี้ย กับ จระเข้ มาฝากทุกคน
จะเห็นได้ว่า ต่อให้อยุ่ไกลสักหน่อยก็ยังสามารถแยกออกได้ชัดเจน
และที่สำคัญ "อย่าไปทำร้ายเขา" ชาวบ้่านหลายๆที่มักจะยิง มักจะเอาเขาไปกิน
เขาไม่รู้เรื่องหรอกนะว่าตัวเขาหลุดออกมาจากที่เลี้ยง เราเดือดร้อนเพราะน้ำท่วม เขาเองก็เดือดร้อนเหมือนกัน
เกิดเป็นคนใช่ว่าจะมีสิทธิ์ตัดสินว่าอะไรจะเป็นอะไรจะตายนะ
ขอให้เรียกเจ้าหน้าที่ที่มีความรับผิดชอบ และชำนาญการมาจับซะ
เพื่อความปลอดภัยของทั้งคนและสัตว์
ขอบคุณ : รู้ สู้! Flood
[วิธีแยก] งูเขียวแมมบ้า ทำงูเขียวหางไหม้เพื่อน กทม. ซวย!!!!
หลังจากคราวที่แล้วเอาวิธีเปรียบเทียบ งูเขียวแมมบ้า กับ งูเขียวกาบหมากมาให้ดู
(ลิ้งค์ วิธีแยกงูพิษแมมบ้าเขียว กับ งูเขียวบ้านเรา!!!! จิ้มๆๆๆ)
มาคราวนี้ เนื่องจากในสังคม Social Network แชร์รูปงูเขียวปริศนากับให้ว่อนเน็ท
จึงมีคนอยากรู้มากมายว่าเจ้างูในภาพคืองูอะไร บ้างก็บอกว่าเป็นเจ้าแมมบ้าตัวอันตราย บางก็บอกว่าเป็นกาบหมาก บางคนก็บอก....บลาๆๆๆๆ เยอะไปหมด
วันนี้จึงขอนำเสนองูน้อยๆอีกชนิดที่ได้รับความเดือดร้อนจากข่าวงูเขียวแมมบ้าไปด้วย
นั้นก็คือ "งูเขียวหางไหม้" ที่อยู่คู่ชาว กรุงเทพมหานคร มาช้านานนั่นเอง
(ลิ้งค์ วิธีแยกงูพิษแมมบ้าเขียว กับ งูเขียวบ้านเรา!!!! จิ้มๆๆๆ)
มาคราวนี้ เนื่องจากในสังคม Social Network แชร์รูปงูเขียวปริศนากับให้ว่อนเน็ท
จึงมีคนอยากรู้มากมายว่าเจ้างูในภาพคืองูอะไร บ้างก็บอกว่าเป็นเจ้าแมมบ้าตัวอันตราย บางก็บอกว่าเป็นกาบหมาก บางคนก็บอก....บลาๆๆๆๆ เยอะไปหมด
วันนี้จึงขอนำเสนองูน้อยๆอีกชนิดที่ได้รับความเดือดร้อนจากข่าวงูเขียวแมมบ้าไปด้วย
นั้นก็คือ "งูเขียวหางไหม้" ที่อยู่คู่ชาว กรุงเทพมหานคร มาช้านานนั่นเอง
ตัวหนังสืออาจจะเล็กไปหน่อย แต่สามารถดูรูปใหญ่ได้ที่ รูปใหญ่ๆๆๆๆ
แต่ก็มีบางข่าวออกมาบอกว่า งูเขียวแมมบ้าที่จริงแล้วไม่ได้มีการหลุดออกมาแต่อย่างใด
ทำเอาประชาชนงงกันไปเป็นแถบๆ แต่ข่าวนี้จะเชื่อถือได้หรือไม่
ยังไงรู้ข้อมูลเอาไว้เป็นเรื่องทีดีกว่าไม่รู้อะไรเลยแน่นอน
และที่สำคัญกว่านั้น หากเจองู สัตว์มีพิษ หรือสัตว์ที่อันตรายจริงๆ
ควรหนีให้ห่าง และติดต่อเจ้าหน้าที่ผู้ชำนาญการทันที (โทรสายด่วน 199 ได้ 24 ชั่วโมง)
ขอบคุณ : อาสาฟื้นฟูประเทศไทย
วันจันทร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
[รวมลิ้งค์] สถานพยาบาล และที่พักสัตว์เลี้ยง !!!
หลังจากที่ SmiLelY ไม่ได้อัพบล็อกมา 2 วัน
วันนี้ก็เลยรวบรวมลิ้งค์ดีๆที่พอจะเป็นประโยชน์กับคนรักสัตว์มาฝากกัน
ในบทความนี้จะมีทั้ง โรงพยาบาลสัตว์ และที่พักที่สามารถพาน้องหมาไปด้วยได้มาฝากกัน
ยังไงก็ลองดูสถานที่ใกล้ๆบ้านเอาไว้นะ เผื่อมีเหตุฉุกเฉิน
[รวมที่พักน้องหมา]
http://www.dogcanstay.com/default.asp
ลิ้งค์นี่จะเป็นที่พัก ทั้งโรงแรมและรีสอร์ทที่คุณท่านสามารถพาสัตว์เลี้ยงไปพักด้วยได้
มีหลายที่และหลายจังหวัดมากๆ เรียกว่าลิ้งค์เดียวครบเลยล่ะ ^ ^
[สถานพยาบาล]
วันนี้ก็เลยรวบรวมลิ้งค์ดีๆที่พอจะเป็นประโยชน์กับคนรักสัตว์มาฝากกัน
ในบทความนี้จะมีทั้ง โรงพยาบาลสัตว์ และที่พักที่สามารถพาน้องหมาไปด้วยได้มาฝากกัน
ยังไงก็ลองดูสถานที่ใกล้ๆบ้านเอาไว้นะ เผื่อมีเหตุฉุกเฉิน
[รวมที่พักน้องหมา]
http://www.dogcanstay.com/default.asp
ลิ้งค์นี่จะเป็นที่พัก ทั้งโรงแรมและรีสอร์ทที่คุณท่านสามารถพาสัตว์เลี้ยงไปพักด้วยได้
มีหลายที่และหลายจังหวัดมากๆ เรียกว่าลิ้งค์เดียวครบเลยล่ะ ^ ^
[สถานพยาบาล]
ลิ้งนี้จะรวบรวมสถานพยาบาลสัตว์เลี้ยงทั่วทั้งกรุงเทพเอาไว้ที่นี้
เรียกว่าคลิ้กเข้าก็ได้เบอร์ติดต่อสถานพยาบาลใกลบ้านเลยก็ว่าได้
ลองดูนะ แบ่งเป็นเขตๆเลยจ้า สะดวกดี
[แหล่งฝากสัตว์เลี้ยง ชั่วคราว]
ลิ้งค์นี่ถือว่าเป็นลิ้งค์ที่ดีมากๆ คือเป็นลิ้งค์ที่รวบรวมเอาสถานที่รับฝากสัตว์เลี้ยง
ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ของประชาชนธรรมดาที่มีจิตใจดี ไม่จนกระทั้งสถานที่ของราชการ หรือส่วนรวมต่างๆ
เรียกได้ว่ามีข้อมูลลิ้งค์นี้ คนที่มีสัตว์เลี้ยง หมดความกังวลไปเลย
_________________________________________________________________________________
อาจจะเห็นว่ามีแค่ 3 ลิ้งค์ที่รวบรวมมาให้ในบทความนี้ แต่ขอบอกว่าลิ้งค์ที่คัดมาเป็นลิ้งค์ต่อยอดที่มีคุณภาพมากๆ
อยากให้กดเข้าไปดูกัน รับรองจะต้องได้ประโยชน์อย่างมากสำหรับคนที่มีสัตว์เลี้ยง
สุดท้าย...หนีน้ำ พาสัตว์เลี้ยงไปด้วย!!!!!!
EM Ball ใช้ได้ ชัวร์ หรือ มั่ว ?!!!
หลังจากที่มีกระแสออกมาจากท่านผู้หนึ่งว่า EM Ball นั่นใช้แก้ปัญหาน้ำเสียจากภาวะน้ำท่วมนี่ไม่ได้
ก็ทำให้ประชาชนสับสนเป็นอย่างมาก และที่สำคัญกว่านั้น หากใช้ไม่ได้จริง แล้วที่อาสาสมัครไปร่วมปั้นกันเป็นหมื่นๆลูกล่ะ? คำถามมากมายเกิดขึ้นในจิตใจของประชาชนทั้งหลาย
วันนี้เราเลยมีข้อมูลมาฝากกัน จะเรียกว่าข้อมูลก็ไม่ถูกนัก เหมือนเป็นคำโต้แย้งมากกว่า แต่ก็มีเหตุผลพอตัวนะ ลองอ่านกันดู
ขอร้องว่า"กรุณาอ่านให้จบ!!"
__________________________________________________________________________________
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ออกมาโต้นักวิชาการจุฬาฯ อีเอ็มบอลใช้การได้จริง แจงไม่ควรพูดตอนนี้ ทำให้ประชาชนสับสน
สืบเนื่องจากกรณีที่ นายธงชัย พรรณสวัสดิ์ ศาสตราจารย์กิตติคุณ ภาควิชาวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงอีเอ็มบอลว่าไม่ช่วยให้น้ำหายเน่าเสียได้ เนื่องจากองค์ประกอบในอีเอ็มนั้นคือสารอินทรีย์ การเอาไปใส่ในน้ำจะทำให้ยิ่งเน่าเสียมากยิ่งขึ้น
ล่าสุดวานนี้ (5 พฤศจิกายน) นายโชติ ตราชู ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ให้สัมภาษณ์โดยยืนยันว่า อีเอ็มที่ ทส.โดยกรมทรัพยากรน้ำ และกรมควบคุมมลพิษใช้อยู่ เป็นวัสดุที่มีผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นสูตรของกรมพัฒนาที่ดิน (พด.6) ใช้มาแล้วกว่า 20 ปี มีห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ (แล็ป) และมีงานวิจัยรับรองที่ชัดเจน ซึ่งที่ผ่านมาก่อนที่กรมควบคุมมลพิษจะนำไปใช้ในแหล่งน้ำเสียที่ใดก็จะต้องทำงานอย่างมีขั้นตอน ได้แก่
1. ไปเก็บตัวอย่างน้ำ เพื่อใช้ในการวัดปริมาณอ๊อกซิเจนที่ละลายอยู่ในน้ำ
2. นำอีเอ็ม บอลล์ หรืออีเอ็ม น้ำ นำไปใส่ตามปริมาณน้ำที่คำนวณไว้
3. อีกประมาณ 3-4 วันก็จะไปเก็บตัวอย่างน้ำในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อวัดปริมาณอ๊อกซิเจนที่ละลายในน้ำอีกครั้ง ซึ่งพบว่าปริมาณอ๊อกซิเจนเพิ่มขึ้น แสดงว่าคุณภาพน้ำดีขึ้น
พร้อมกันนี้นายโชติ ยังกล่าวรับรองด้วยว่า ไม่ใช่ป้าเชงแน่นอน เพราะว่าคนที่ทำคือนักวิทยาศาสตร์เหมือนกัน เรียนก็เรียนมาเท่ากัน ก่อนจะมาพูดอะไรคิดว่าน่าจะมีการถกเถียงในเชิงวิชาการกันก่อน แต่ไม่ควรออกมาพูดอย่างนี้ ในช่วงนี้เวลานี้ เพราะจะทำให้ประชาชนเกิดความสับสน อย่างไรก็ตาม ทส.จะแถลงเรื่องนี้อย่างเป็นทางการอีกครั้ง โดยจะนำนักวิทยาศาสตร์ที่ได้ไปร่ำเรียนมาจากเมืองนอก ซึ่งทำงานด้านนี้โดยตรงมาชี้แจงให้ประชาชนฟังอีกครั้ง
__________________________________________________________________________________
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก "มติชลออนไลท์"
[5 พฤศจิกายน] ผู้ผลิตโต้นักวิชาการจุฬาฯ ไม่รู้จัก EM Ball จริง
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
หลังจากที่กลุ่มอาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ออกมาตั้งข้อสงสัยถึงประสิทธิภาพของ EM Ball ลูกบอลมหัศจรรย์ ว่าสามารถแก้ปัญหาน้ำเน่าเสียได้จริงหรือไม่ เนื่องจากแม้ว่า EM Ball เป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีความสามารถเฉพาะในการย่อยสลายสารอินทรีย์ก็จริง แต่ปัญหาน้ำเน่านี้เกิดจากการที่สารอินทรีย์ในน้ำมีปริมาณสูง เมื่อเกิดการย่อยสลายโดยจุลินทรีย์จึงส่งผลให้ออกซิเจนในน้ำซึ่งมีอยู่อย่าง จำกัดอยู่แล้ว กลับมีปริมาณลดลงไปอีก และในที่สุดอาจก่อให้เกิดสภาวะไร้อากาศซึ่งส่งกลิ่นเหม็น และส่งผลเสียต่อปลาและสัตว์น้ำต่าง ๆ
นอกจากนี้ จุลินทรีย์ใน EM ไม่มีความสามารถในการสร้างออกซิเจนแต่อย่างใด อีกทั้ง องค์ประกอบของ EM ball ก็เป็นสารอินทรีย์เช่นกัน ทั้งกากน้ำตาลและรำข้าว ซึ่งหากโยน EM ball ลงในแหล่งน้ำจึงเปรียบเสมือนการเพิ่มปริมาณสารอินทรีย์ให้กับแหล่งน้ำ ทำให้น้ำต้องใช้ออกซิเจนในการย่อยสลายเพิ่มมากขึ้นไปอีก ดังนั้น กล่าวได้ว่าการเติม EM นอกจากจะไม่ช่วยสร้างออกซิเจนแล้ว ยังส่งผลทำให้เกิดปัญหาน้ำเน่าเสียที่รุนแรงขึ้นกว่าเดิมจากการลดลงของ ปริมาณออกซิเจนในน้ำ รวมถึงมีปริมาณสารอินทรีย์เพิ่มสูงขึ้นอีกด้วยนั้น
ล่าสุดวันที่ 5 พฤศจิกายน นายสนัส หนูสวี รองประธานมูลนิธิเกษตรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้ริเริ่มการผลิตอีเอ็ม บอลล์ อย่างจริงจังคนแรกของภาคใต้ ออกมากล่าวว่า อยากถามว่า ศ.ดร. ธงชัย พรรณสวัสดิ์ ประธานสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย และ กลุ่มอาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ว่า EM Ball อาจไม่ช่วยบำบัดน้ำเสียจากน้ำท่วม รู้จัก EM Ball แค่ไหน ขณะนี้เกิดน้ำท่วมน้ำเน่าเหม็นชาวบ้านเดือนร้อนไปทั่ว และต้องการให้มีการบำบัดน้ำที่เสียให้ดีขึ้น การออกมาแสดงความคิดเห็นดังกล่าวไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น แถมยังจะทำให้น้ำเน่าเสียนานกว่าเดิม
ทั้งนี้ นายมนัส เผยอีกว่า น้ำที่เน่าเสียจากน้ำท่วมถือว่าเล็กน้อย เมื่อเทียบกับน้ำเสียจากบ่อขยะ แม้ว่าการโยน EM Ball บำบัดน้ำเสียจากน้ำท่วมอาจจะไม่ชัด แต่ขอให้นักวิชาการไปตักน้ำเสียในคลองไหนก็ได้ที่ กทม.มาพิสูจน์จะได้รู้กัน
ขณะที่ นายประวิทย์ ภูมิระวิ ผู้รับผิดชอบการผลิต EM Ball ศูนย์การเรียนรู้ตามศาสตร์พระราชา โครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ตามพระราชดำริ ต.บางลึก อ.เมือง จ.ชุมพร กล่าวว่า ไม่ต้องเสียเวลาพิสูจน์ ถ้าส้วมเหม็น ก็ลองทุบใส่ดู 2-3 วันกลิ่นหายไปก็หมายความว่าใช้ได้ ถ้าน้ำเสียมีกลิ่น โยนลงไปดู น้ำดีขึ้นกลิ่นหายไปก็แสดงว่าใช้ได้
EM Ball อีกหนึ่งตัวช่วย แก้ปัญหาน้ำเน่า
"น้ำท่วมพอทนได้ แต่น้ำเน่าสิเกินทน" หลายเสียงของชาวบ้านในกรุงเทพมหานครที่ประสบปัญหาน้ำท่วมขังกำลังโอดโอยอย่างหนัก เนื่องจากน้ำที่ไหลมาจากภาคกลาง ผ่านอะไรต่อมิอะไรมามากมายกว่าจะลงมาถึงกรุงเทพฯ ทำให้ขณะนี้น้ำที่ท่วทขังมาหลายเดือนได้เน่าเสียจนส่งกลิ่นเหม็นที่ทรมานประสาทการดมกลิ่นไปเสียแล้ว
อย่างไรก็ตาม ยังมีหนึ่งวิธีที่พอจะช่วยบรรเทาปัญหาน้ำเน่าเสียเช่นนี้ได้ ก็คือ การใส่ EM Ball ลงไปในน้ำเน่า ว่าแต่ EM Ball คืออะไรล่ะ??
EM Ball (อีเอ็มบอล) ย่อมาจาก Effective Microorganism Ball หมายถึง กลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ มีลักษณะเป็นของเหลว สีน้ำตาล กลิ่นหวานอมเปรี้ยว ซึ่ง ศ.ดร.เทรูโอะ ฮิงะ นักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญสาขาพืชสวน มหาวิทยาลัยริวกิว เมืองโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น เป็นผู้คิดค้นขึ้น เพื่อจะนำมันมาใช้บำบัดน้ำเน่าเสีย ช่วยปรับสภาพความสมดุลของสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งช่วยลดการแพร่ระบาดของเชื้อโรคได้
ทั้งนี้ EM Ball ถือเป็นสิ่งมีชีวิตที่เกิดจากกระบวนการย่อยสลายสารอินทรีย์ ทั้งซากพืช ซากสัตว์ ซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต ประกอบไปด้วยก้อนจุลินทรีย์ธรรมชาติสามกลุ่ม คือ จุลินทรีย์ที่ผลิตกรดแลกติก ยีตส์ และจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง ซึ่งจะช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศ ช่วยย่อยตะกอนให้กลายเป็นอาหารของสัตว์เล็ก ๆ ช่วยเพิ่มจุลินทรีย์ชนิดดีในน้ำทำให้เกิดการย่อยสลายที่มากขึ้น และเพิ่มปริมาณออกซิเจนในน้ำ ทำให้สภาพของน้ำสมดุล
อย่างไรก็ตาม การเก็บรักษา EM Ball นั้นต้องเก็บไว้ในที่ร่ม อุณหภูมิประมาณ 20-45 องศาเซลเซียส และหากยังไม่ได้เปิดใช้สามารถเก็บไว้ได้นาน 1 ปี แต่ถ้าเปิดใช้แล้ว จะสามารถเก็บไว้ได้เพียง 6 เดือนเท่านั้น
ทีนี้เรามาดูการทำ EM ball หรือ จุลินทรีย์บอลกัน
[ส่วนผสมส่วนที่ 1]
1. รำละเอียด 2 ส่วน
2. แกลบป่น หรือ รำหยาบ 1 ส่วน
3. ดินทราย หรือ โคลนตะกอน 1 ส่วน
[ส่วนผสมส่วนที่ 2]
1. น้ำยา EM 10 ช้อนแกง
2. กากน้ำตาล 10 ช้อนแกง
3. น้ำสะอาด 10 ลิตร
[วิธีทำ]
1. นำส่วนผสมที่ 1 มาคลุกเคล้ากับส่วนผสมที่ 2
2. วัดความชื้นพอเหมาะ ปั้นเป็นก้อนกลม หรือดัดแปลงได้ตามต้องการ (ก้อนขนาดลูกเปตองสามารถบำบัดน้ำได้ 10 ลูกบาศก์เมตร)
3. นำไปวางไว้ในที่ร่มจนแห้งสนิท แล้วจึงสามารถนำไปใช้ได้ โดยจะใช้เวลาประมาณ 3 วัน เพื่อรอให้จุลินทรีย์เจริญเติบโต
เมื่อปั้น EM Ball ได้จำนวนตามต้องการแล้ว ทีนี้ก็ถึงเวลานำ EM Ball ไปใช้ โดยให้โยน หรือเหวี่ยงไปทั่ว ๆ บริเวณน้ำเน่าเสีย ใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ น้ำจะมีคุณภาพดีขึ้น
สำหรับใครที่มีเวลาว่าง วันที่ 5 พฤศจิกายนนี้ ชวนพรรคพวกเพื่อนฝูงไปช่วยกันปั้น EM Ball ให้ได้ 1 แสนลูก ที่ชั้น 1 อัมรินทร์พลาซ่า ถ.เพลินจิต (รถไฟฟ้าชิดลม) ตั้งแต่เวลา 11.00-18.00 น. ด้วยกันนะคะ และสำหรับบ้านไหน ชุมชนใดที่กำลังเดือดร้อนกับปัญหาน้ำขังและส่งกลิ่นเหม็น สามารถติดต่อขอรับ EM Ball ได้ในงานเดียวกันนี้ จำกัดบ้านละ 30 ลูก โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น
นอกจากนี้ ในวันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน การไฟฟ้านครหลวง ก็ขอเชิญชวนอาสาสมัครมาร่วมปั้น EM Ball 50,000 ลูก ณ ลานเอนกประสงค์ อาคารสำนักงานใหญ่ เพลินจิต การไฟฟ้านครหลวง รอบเช้า เวลา 09.00-12.00 รอบบ่าย เวลา 13.00-16.00 น.
__________________________________________________________________________________
[แถม]
วิดีโอสอนทำจุลินทร์บอล และน้ำ EM
__________________________________________________________________________________
ขอบคุณ : kapook.com , มติชลออนไลท์ และ Youtube.com
ก็ทำให้ประชาชนสับสนเป็นอย่างมาก และที่สำคัญกว่านั้น หากใช้ไม่ได้จริง แล้วที่อาสาสมัครไปร่วมปั้นกันเป็นหมื่นๆลูกล่ะ? คำถามมากมายเกิดขึ้นในจิตใจของประชาชนทั้งหลาย
วันนี้เราเลยมีข้อมูลมาฝากกัน จะเรียกว่าข้อมูลก็ไม่ถูกนัก เหมือนเป็นคำโต้แย้งมากกว่า แต่ก็มีเหตุผลพอตัวนะ ลองอ่านกันดู
ขอร้องว่า"กรุณาอ่านให้จบ!!"
__________________________________________________________________________________
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก youtube.com โพสต์โดย poramateminsiri
สืบเนื่องจากกรณีที่ นายธงชัย พรรณสวัสดิ์ ศาสตราจารย์กิตติคุณ ภาควิชาวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงอีเอ็มบอลว่าไม่ช่วยให้น้ำหายเน่าเสียได้ เนื่องจากองค์ประกอบในอีเอ็มนั้นคือสารอินทรีย์ การเอาไปใส่ในน้ำจะทำให้ยิ่งเน่าเสียมากยิ่งขึ้น
ล่าสุดวานนี้ (5 พฤศจิกายน) นายโชติ ตราชู ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ให้สัมภาษณ์โดยยืนยันว่า อีเอ็มที่ ทส.โดยกรมทรัพยากรน้ำ และกรมควบคุมมลพิษใช้อยู่ เป็นวัสดุที่มีผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นสูตรของกรมพัฒนาที่ดิน (พด.6) ใช้มาแล้วกว่า 20 ปี มีห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ (แล็ป) และมีงานวิจัยรับรองที่ชัดเจน ซึ่งที่ผ่านมาก่อนที่กรมควบคุมมลพิษจะนำไปใช้ในแหล่งน้ำเสียที่ใดก็จะต้องทำงานอย่างมีขั้นตอน ได้แก่
1. ไปเก็บตัวอย่างน้ำ เพื่อใช้ในการวัดปริมาณอ๊อกซิเจนที่ละลายอยู่ในน้ำ
2. นำอีเอ็ม บอลล์ หรืออีเอ็ม น้ำ นำไปใส่ตามปริมาณน้ำที่คำนวณไว้
3. อีกประมาณ 3-4 วันก็จะไปเก็บตัวอย่างน้ำในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อวัดปริมาณอ๊อกซิเจนที่ละลายในน้ำอีกครั้ง ซึ่งพบว่าปริมาณอ๊อกซิเจนเพิ่มขึ้น แสดงว่าคุณภาพน้ำดีขึ้น
พร้อมกันนี้นายโชติ ยังกล่าวรับรองด้วยว่า ไม่ใช่ป้าเชงแน่นอน เพราะว่าคนที่ทำคือนักวิทยาศาสตร์เหมือนกัน เรียนก็เรียนมาเท่ากัน ก่อนจะมาพูดอะไรคิดว่าน่าจะมีการถกเถียงในเชิงวิชาการกันก่อน แต่ไม่ควรออกมาพูดอย่างนี้ ในช่วงนี้เวลานี้ เพราะจะทำให้ประชาชนเกิดความสับสน อย่างไรก็ตาม ทส.จะแถลงเรื่องนี้อย่างเป็นทางการอีกครั้ง โดยจะนำนักวิทยาศาสตร์ที่ได้ไปร่ำเรียนมาจากเมืองนอก ซึ่งทำงานด้านนี้โดยตรงมาชี้แจงให้ประชาชนฟังอีกครั้ง
__________________________________________________________________________________
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก "มติชลออนไลท์"
[5 พฤศจิกายน] ผู้ผลิตโต้นักวิชาการจุฬาฯ ไม่รู้จัก EM Ball จริง
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
หลังจากที่กลุ่มอาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ออกมาตั้งข้อสงสัยถึงประสิทธิภาพของ EM Ball ลูกบอลมหัศจรรย์ ว่าสามารถแก้ปัญหาน้ำเน่าเสียได้จริงหรือไม่ เนื่องจากแม้ว่า EM Ball เป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีความสามารถเฉพาะในการย่อยสลายสารอินทรีย์ก็จริง แต่ปัญหาน้ำเน่านี้เกิดจากการที่สารอินทรีย์ในน้ำมีปริมาณสูง เมื่อเกิดการย่อยสลายโดยจุลินทรีย์จึงส่งผลให้ออกซิเจนในน้ำซึ่งมีอยู่อย่าง จำกัดอยู่แล้ว กลับมีปริมาณลดลงไปอีก และในที่สุดอาจก่อให้เกิดสภาวะไร้อากาศซึ่งส่งกลิ่นเหม็น และส่งผลเสียต่อปลาและสัตว์น้ำต่าง ๆ
นอกจากนี้ จุลินทรีย์ใน EM ไม่มีความสามารถในการสร้างออกซิเจนแต่อย่างใด อีกทั้ง องค์ประกอบของ EM ball ก็เป็นสารอินทรีย์เช่นกัน ทั้งกากน้ำตาลและรำข้าว ซึ่งหากโยน EM ball ลงในแหล่งน้ำจึงเปรียบเสมือนการเพิ่มปริมาณสารอินทรีย์ให้กับแหล่งน้ำ ทำให้น้ำต้องใช้ออกซิเจนในการย่อยสลายเพิ่มมากขึ้นไปอีก ดังนั้น กล่าวได้ว่าการเติม EM นอกจากจะไม่ช่วยสร้างออกซิเจนแล้ว ยังส่งผลทำให้เกิดปัญหาน้ำเน่าเสียที่รุนแรงขึ้นกว่าเดิมจากการลดลงของ ปริมาณออกซิเจนในน้ำ รวมถึงมีปริมาณสารอินทรีย์เพิ่มสูงขึ้นอีกด้วยนั้น
ล่าสุดวันที่ 5 พฤศจิกายน นายสนัส หนูสวี รองประธานมูลนิธิเกษตรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้ริเริ่มการผลิตอีเอ็ม บอลล์ อย่างจริงจังคนแรกของภาคใต้ ออกมากล่าวว่า อยากถามว่า ศ.ดร. ธงชัย พรรณสวัสดิ์ ประธานสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย และ กลุ่มอาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ว่า EM Ball อาจไม่ช่วยบำบัดน้ำเสียจากน้ำท่วม รู้จัก EM Ball แค่ไหน ขณะนี้เกิดน้ำท่วมน้ำเน่าเหม็นชาวบ้านเดือนร้อนไปทั่ว และต้องการให้มีการบำบัดน้ำที่เสียให้ดีขึ้น การออกมาแสดงความคิดเห็นดังกล่าวไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น แถมยังจะทำให้น้ำเน่าเสียนานกว่าเดิม
ทั้งนี้ นายมนัส เผยอีกว่า น้ำที่เน่าเสียจากน้ำท่วมถือว่าเล็กน้อย เมื่อเทียบกับน้ำเสียจากบ่อขยะ แม้ว่าการโยน EM Ball บำบัดน้ำเสียจากน้ำท่วมอาจจะไม่ชัด แต่ขอให้นักวิชาการไปตักน้ำเสียในคลองไหนก็ได้ที่ กทม.มาพิสูจน์จะได้รู้กัน
ขณะที่ นายประวิทย์ ภูมิระวิ ผู้รับผิดชอบการผลิต EM Ball ศูนย์การเรียนรู้ตามศาสตร์พระราชา โครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ตามพระราชดำริ ต.บางลึก อ.เมือง จ.ชุมพร กล่าวว่า ไม่ต้องเสียเวลาพิสูจน์ ถ้าส้วมเหม็น ก็ลองทุบใส่ดู 2-3 วันกลิ่นหายไปก็หมายความว่าใช้ได้ ถ้าน้ำเสียมีกลิ่น โยนลงไปดู น้ำดีขึ้นกลิ่นหายไปก็แสดงว่าใช้ได้
EM Ball อีกหนึ่งตัวช่วย แก้ปัญหาน้ำเน่า
"น้ำท่วมพอทนได้ แต่น้ำเน่าสิเกินทน" หลายเสียงของชาวบ้านในกรุงเทพมหานครที่ประสบปัญหาน้ำท่วมขังกำลังโอดโอยอย่างหนัก เนื่องจากน้ำที่ไหลมาจากภาคกลาง ผ่านอะไรต่อมิอะไรมามากมายกว่าจะลงมาถึงกรุงเทพฯ ทำให้ขณะนี้น้ำที่ท่วทขังมาหลายเดือนได้เน่าเสียจนส่งกลิ่นเหม็นที่ทรมานประสาทการดมกลิ่นไปเสียแล้ว
อย่างไรก็ตาม ยังมีหนึ่งวิธีที่พอจะช่วยบรรเทาปัญหาน้ำเน่าเสียเช่นนี้ได้ ก็คือ การใส่ EM Ball ลงไปในน้ำเน่า ว่าแต่ EM Ball คืออะไรล่ะ??
EM Ball (อีเอ็มบอล) ย่อมาจาก Effective Microorganism Ball หมายถึง กลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ มีลักษณะเป็นของเหลว สีน้ำตาล กลิ่นหวานอมเปรี้ยว ซึ่ง ศ.ดร.เทรูโอะ ฮิงะ นักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญสาขาพืชสวน มหาวิทยาลัยริวกิว เมืองโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น เป็นผู้คิดค้นขึ้น เพื่อจะนำมันมาใช้บำบัดน้ำเน่าเสีย ช่วยปรับสภาพความสมดุลของสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งช่วยลดการแพร่ระบาดของเชื้อโรคได้
ทั้งนี้ EM Ball ถือเป็นสิ่งมีชีวิตที่เกิดจากกระบวนการย่อยสลายสารอินทรีย์ ทั้งซากพืช ซากสัตว์ ซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต ประกอบไปด้วยก้อนจุลินทรีย์ธรรมชาติสามกลุ่ม คือ จุลินทรีย์ที่ผลิตกรดแลกติก ยีตส์ และจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง ซึ่งจะช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศ ช่วยย่อยตะกอนให้กลายเป็นอาหารของสัตว์เล็ก ๆ ช่วยเพิ่มจุลินทรีย์ชนิดดีในน้ำทำให้เกิดการย่อยสลายที่มากขึ้น และเพิ่มปริมาณออกซิเจนในน้ำ ทำให้สภาพของน้ำสมดุล
อย่างไรก็ตาม การเก็บรักษา EM Ball นั้นต้องเก็บไว้ในที่ร่ม อุณหภูมิประมาณ 20-45 องศาเซลเซียส และหากยังไม่ได้เปิดใช้สามารถเก็บไว้ได้นาน 1 ปี แต่ถ้าเปิดใช้แล้ว จะสามารถเก็บไว้ได้เพียง 6 เดือนเท่านั้น
ทีนี้เรามาดูการทำ EM ball หรือ จุลินทรีย์บอลกัน
[ส่วนผสมส่วนที่ 1]
1. รำละเอียด 2 ส่วน
2. แกลบป่น หรือ รำหยาบ 1 ส่วน
3. ดินทราย หรือ โคลนตะกอน 1 ส่วน
[ส่วนผสมส่วนที่ 2]
1. น้ำยา EM 10 ช้อนแกง
2. กากน้ำตาล 10 ช้อนแกง
3. น้ำสะอาด 10 ลิตร
[วิธีทำ]
1. นำส่วนผสมที่ 1 มาคลุกเคล้ากับส่วนผสมที่ 2
2. วัดความชื้นพอเหมาะ ปั้นเป็นก้อนกลม หรือดัดแปลงได้ตามต้องการ (ก้อนขนาดลูกเปตองสามารถบำบัดน้ำได้ 10 ลูกบาศก์เมตร)
3. นำไปวางไว้ในที่ร่มจนแห้งสนิท แล้วจึงสามารถนำไปใช้ได้ โดยจะใช้เวลาประมาณ 3 วัน เพื่อรอให้จุลินทรีย์เจริญเติบโต
เมื่อปั้น EM Ball ได้จำนวนตามต้องการแล้ว ทีนี้ก็ถึงเวลานำ EM Ball ไปใช้ โดยให้โยน หรือเหวี่ยงไปทั่ว ๆ บริเวณน้ำเน่าเสีย ใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ น้ำจะมีคุณภาพดีขึ้น
สำหรับใครที่มีเวลาว่าง วันที่ 5 พฤศจิกายนนี้ ชวนพรรคพวกเพื่อนฝูงไปช่วยกันปั้น EM Ball ให้ได้ 1 แสนลูก ที่ชั้น 1 อัมรินทร์พลาซ่า ถ.เพลินจิต (รถไฟฟ้าชิดลม) ตั้งแต่เวลา 11.00-18.00 น. ด้วยกันนะคะ และสำหรับบ้านไหน ชุมชนใดที่กำลังเดือดร้อนกับปัญหาน้ำขังและส่งกลิ่นเหม็น สามารถติดต่อขอรับ EM Ball ได้ในงานเดียวกันนี้ จำกัดบ้านละ 30 ลูก โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น
นอกจากนี้ ในวันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน การไฟฟ้านครหลวง ก็ขอเชิญชวนอาสาสมัครมาร่วมปั้น EM Ball 50,000 ลูก ณ ลานเอนกประสงค์ อาคารสำนักงานใหญ่ เพลินจิต การไฟฟ้านครหลวง รอบเช้า เวลา 09.00-12.00 รอบบ่าย เวลา 13.00-16.00 น.
__________________________________________________________________________________
[แถม]
วิดีโอสอนทำจุลินทร์บอล และน้ำ EM
__________________________________________________________________________________
ขอบคุณ : kapook.com , มติชลออนไลท์ และ Youtube.com
วันศุกร์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
เจ้าของฟาร์ม(นรก) ปล่อยหมาทิ้งหนีน้ำท่วม !!!
แก้ไขวันที่ 10 พฤศจิกายน 2554
เนื่องจากคุณหมอบอกว่าน้องหมามีผู้อุปการะหมดแล้ว จึงรบกวนให้ลบบทความนี้ออก SmiLelY จึงจำเป็นที่จะต้องลบเนื้อหาทั้งหมดออก เหลือเอาไว้เพียงแค่ อัพเดทล่าสุดจากคุณหมอเท่านั้น
ว่า "น้องหมามีคนอุปการะหมดแล้ว" คนที่เข้ามาอ่านจะได้ไม่งง และสับสน
ดังนั้นรบกวนเลิกโทรหาคุณหมอด้วย เพราะคุณหมอต้องใช้เบอร์นั้นติดต่องาน ใครที่มีอยู่อีก กรุณาลบออกด้วย
ย้ำ!เลิกโทรหาคุณหมอนะจ้ะ
_________________________________________________________________________________
[เพิ่มเติม]
"ประกาศเรื่องน้องหมาสปิทซ์ ที่ทีมอาสาสมัคร SOS Animal Thailand ไปช่วยออกมาจากฟาร์มที่ทิ้ง และนำมาประกาศหาบ้านนั้น
**** มีผู้ขอรับอุปการะน้องสปิทซ์โตแล้วจำนวนมาก น่าจะพอๆกับจำนวนน้องหมาแล้ว เลย"ขอปิดรับอุปการะ"ก่อนนะครับ ถ้ามีตกหล่นขาดเหลือยังไงจะมาประกาศอีกครั้ง ****
**** ลูกหมาสปิทซ์ 27 ตัว มีผู้อุปการะหมดแล้วครับ ****
**** น้องปั๊ก 1 ตัวก็มีผู้อุปการะแล้วเช่นกัน ****
**** น้องบางแก้ว 3 ตัวมีผู้สนใจจะไปดูตัวและรับอุปการะแล้วครับ ****
ย้ำอีกที ขอปิดรับอุปการะน้องหมาทุกตัวก่อนนะครับ จนกว่าจะมีประกาศอีกครั้ง
มีโทรศัพท์เข้ามาแต่ละวันเป็นร้อยๆสาย ต้องขออภัยด้วยที่รับสายไม่ได้ไม่หมดครับ
ขอบคุณผู้รับอุปการะ และผู้ที่สนใจทุกท่านครับ (-/\-)
หมอสน
__________________________________________________________________________________
เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน ขอบคุณมาก
ดื่มน้ำให้ปลอดภัย ในช่วงน้ำท่วม!!!
ก็น้ำมันเยอะ แต่กินไม่ได้ น้ำจืดที่สะอาดๆเลยหายาก ถึงจะมีจุดรับน้ำฟรีให้ก็เถอะ
แต่ถึงจะหายากยังไงเราก็ต้องดื่มนะ เพราะหากร่างกายเราขาดน้ำ ก็จะอ่อนแอ และไม่สบายได้ง่ายๆ
วันนี้ก็เลยเอาวิธีการดื่มน้ำอย่างไรให้ปลอดภัย ในยามที่น้ำท่วมมาฝากกัน
(มันอาจจะตัวเล็กไปหน่อย ยังไงก็โหลดเอานะจะได้เห็นชัดๆ)
แต่ถึงจะหายากยังไงเราก็ต้องดื่มนะ เพราะหากร่างกายเราขาดน้ำ ก็จะอ่อนแอ และไม่สบายได้ง่ายๆ
วันนี้ก็เลยเอาวิธีการดื่มน้ำอย่างไรให้ปลอดภัย ในยามที่น้ำท่วมมาฝากกัน
(มันอาจจะตัวเล็กไปหน่อย ยังไงก็โหลดเอานะจะได้เห็นชัดๆ)
เนื้อหาจากข้อเขียนของ ศ.นพ.ดร.วีระศักดิ์ จงสู่วิวัฒน์วงศ์ ม.สงขลา
ขอบคุณ @Chawetsan Namwat และ ThaiFlood
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)